
ดินไหว3.4ริกเตอร์เขย่าเชียงราย
แผ่นดินไหว 3.4 ริกเตอร์เขย่า ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ขณะที่แม่น้ำยมล้นท่วมตำบลรังนก เมืองชาละวัน 'เมืองอ่างทอง'อ่วมน้ำทะลักท่วม ชาวบ้านเร่งเก็บของหนี 'เขื่อนภูมิพล'เผยน้ำเข้าอ่างเพิ่ม วันละ 80 ล้าน ลบ.ม. ด้าน'ระนอง'ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับมือน้ำท่ว
เมื่อเวลา 08.55 น. ของเช้าวันนี้ ( 13 ก.ย.) สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจพบแผ่นดินไหวขนาด 3.4 ริกเตอร์ ศูนย์กลางในพื้นที่ ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย หรือที่ละติจูด 19.76 องศาเหนือ ลองติจูด 99.82 องศาตะวันออก เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
แม่น้ำยมล้นท่วมตำบลรังนก เมืองชาละวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม น้ำเหนือจากจังหวัดสุโขทัย และน้ำสะสมในพื้นที่ เริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ข้อมูลจากสถานีวัดน้ำ Y 17 อำเภอสามง่าม ระดับน้ำแม่น้ำยม เพิ่มขึ้นวันนี้วันเดียวอีก 24 เซนติเมตร ส่งผลให้น้ำแม่น้ำยมแม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดวิกฤติแต่ก็ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำตลอดแนวในเขตตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน ส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ ต้องช่วยตัวเองด้วยการสร้างสะพานชั่วคราว บางส่วนต้องลุยน้ำ เข้า-ออกบ้าน ขณะที่ส่วนใหญ่เริ่มนำเรือเพื่อใช้ในการสัญจรอีกครั้ง
สำหรับพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยของจังหวัดพิจิตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มประสบปัญหาอุทกภัยทุกปี ขณะที่จังหวัดพิจิตรประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่ม 4 อำเภอ คือ อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง และอำเภอโพทะเลเตรียมรับมือน้ำก้อนใหญ่จากจังหวัดแพร่ สุโขทัย ที่จะไหลผ่านอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เข้าสู่พื้นที่อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งจะส่งผลกระทบของอุทกภัยที่จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายกับประชาชนในพื้นที่ลุ่มทั้ง 4 อำเภอดังกล่าว
น้ำทะลักท่วมเมืองอ่างทองชาวบ้านเร่งเก็บของหนี
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณหมู่ที่ 1 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจากนายมานพ นิรันดร นายก อบต.จำปาหล่อ ว่าน้ำได้ล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอีก หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชนชนแถบที่ติดอยู่กับแม่น้ำโดยเฉพาะบริเวณติดกับวัดเสาธงทอง น้ำได้ทะลักเข้าอย่างต่อเนื่องประชาชนต่างเก็บข้าวของหนีน้ำกันอย่างโกลาหล
นางปิ้ม จำนงศาสตร์ อายุ 83 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 1 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาน้ำยังไม่เข้าท่วมเลยแต่หลังจากตนมาทำธุระที่วัดเสาธงทองกลับไปก็พบว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหลมาทางแม่น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนตนต้องเร่งเก็บของขึ้นที่สูงเพราะไม่คิดว่าน้ำจะท่วมเลยไม่ได้เตรียมเก็บของเตรียมไว้ก่อน
ด้านนายมานพ นิรันดร นายก อบต.จำปาหล่อ กล่าวว่า วันนี้น้ำในแม่น้ำสูงกว่าเมื่อวานนี้เกือบ 10 ซ.ม.ทำให้น้ำได้ล้นตลิ่งที่ข้างวัดเสาธงทองซึ่งไม่มีคันกั้นน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็วตนต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเก็บข้าวของซึ่ง ณ.ตอนนี้น้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 1 ไปแล้วจำนวน 25 หลังคาเรือนและมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างมากขึ้นที่สำคัญมีคนพิการนอนอยู่ชั้นล่างต้องช่วยกันนำหนีน้ำขึ้นที่สูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 1 นั้นปลาชนิดต่างๆได้มากับน้ำชาวบ้านต่างจับปลาขายได้เงินกันเป็นจำนวนมาก
เขื่อนภูมิพลเผยน้ำเข้าอ่างเพิ่ม วันละ 80 ล้าน ลบ.ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตาก ถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ว่า ทางเจ้าหน้าที่เขื่อนภูมิพลได้ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีน้ำไหลเข้าไปในอ่างวัน ละ 70 - 80 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมวันละประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เกี่ยวกับร่องความกดอากาศ ที่มีฝนตกเหนือเขื่อนภูมิพล แต่เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติการณ์น้ำในช่วงปี 2554 ที่ผ่านมา ถือว่า ยังเป็นปริมาณน้ำ ที่ยังน้อยอยู่
อย่างไรก็ตาม ทางเขื่อนภูมิพลได้พิจารณาการระบายน้ำออกวันละ 2 - 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนกรณีน้ำวังล้นท่วมอำเภอบ้านตากนั้น ไม่เกี่ยวกับเขื่อนภูมิพล เพราะน้ำวังอยู่ท้ายเขื่อน
ระนองตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
นายวิโรจน์ แสงศิวะฤทธิ์ ปลัดจังหวัดระนอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดระนอง ได้ออกประกาศด่วนที่สุด ที่ รน.0034/ว.2203 แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ในช่วงระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2555 นี้ หลังได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง และสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนองว่า จากการตรวจสอบสภาวะอากาศพบร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดกระโชกบางช่วง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีคลื่นสูงประมาณ 2 ม. ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยจึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้ ติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกช้ชิด และแจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ เฝ้าระวังเด็กตกน้ำ สำรองปัจจัยสี่ รวมทั้งติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนของทางราชการอย่างต่อเนื่องในระยะ 1-6 วันนี้ (13-18 ก.ย. 2555)
"พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.ในช่วงระยะวันแจ้งเตือนดังกล่าว สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดยขอให้เตรียมความพร้อมทรัพยากรด้านต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ และแผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางอพยพ พื้นที่รองรับการอพยพ การจัดวางระบบที่เกี่ยวข้อง เช่นการสื่อสาร การรายงานได้ทันที และหากเกิดสถานการณ์ขึ้นให้รายงานอำเภอ และจังหวัดทราบทันที ในส่วนของอำเภอให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ โดยดำเนินการตามขั้นตอนของแผนเฉพาะกิจฯและแผนปฏิบัติการของอำเภอให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที และหากเกิดสถานการณ์ขอให้รายงานสถานการณ์ให้จังหวัดทราบทุกระยะจนกว่าสถานการณ์จะยุติ" นายวิโรจน์ กล่าว
ชาวบ้าน 5 ตำบล อ.กะเปอร์เร่งเก็บของไว้ที่สูงหลังน้ำในคลองเพิ่มสูง
ทางด้าน นายวิชัย ศรีเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากสภาวะฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่ จ.ระนองทำให้ชาวบ้าน 5 ตำบลใน อ.กะเปอร์ ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย ต.บางหิน ,ต.บ้านนา,ต.เชี่ยวเหลียง,ต.ม่วงกลวง และต.กะเปอร์ ได้เก็บสิ่งของยกขึ้นไว้ในที่สูงหลังจากพบว่าระดับน้ำในลำคลองบางหินที่ไหลผ่านหมู่บ้านมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง และหากฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีกภายในช่วงเย็นวันนี้อาจจะทำให้น้ำจากลำคลองเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนโดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ในที่ลาดต่ำได้ โดยทาง อบต.บางหินได้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนได้รับทราบตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง กล่าวว่าได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดระนองพบว่าจากสภาวะฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดระนองระหว่างวันที่ 5-7 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมาว่า มีราษฏรได้รับความเดือดร้อน 250 คน รวม 60 ครัวเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหายถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกกระแสน้ำเซาะขาด และชำรุดเสียหายรวม 8 สาย ท่อกลม คสล. 6 แห่ง สะพานลวดสลิง 1 แห่ง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อ.กะเปอร์ โดยบางหมู่บ้านพบมีน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 ซม.
นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า จังหวัดระนองจะยังคงเฝ้าระวังสภาวะฝนตกหนักต่อไปอีกในระหว่างวันที่ 13-18 ก.ย. 2555 นี้ เนื่องจากสถานีอุตุนิยมวิทยาระนอง แจ้งว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง
ดังนั้นเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทาง ปภ.ระนองจึงได้ประสานขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดและแจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในพื้นที่ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที



