
ตร.สรุปคดี'ภาวนา'ดับด้วยอุบัติเหตุ
ผู้ช่วยผบ.ตร.ลงพื้นที่สางคดี "ภาวนา ชนะจิต" เสียชีวิต สรุปเกิดจากอุบัติเหตุ วูบเพราะกินยา เพื่อนชายผู้ตายไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับงานศพ ยืนยันทรัพย์สินที่ได้มาต้องแบ่งกันตามความเป็นจริง
การเสียชีวิตของ "ภาวนา ชนะจิต" เจ้าของฉายาไข่มุกแห่งเอเชีย หรือในชื่อจริงนางสาวอรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง อายุ 69 ปี โดยมีผู้พบศพในบ้านพัก เลขที่ 44/22 หมู่ 1 ริมถนนสายบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งผลชัณสูตรในเบื้องต้นพบว่า เสียชีวิตจากการจมบ่อน้ำที่มีความลึก 2 เมตร ในบริเวณบ้านพัก ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายครอบครัวของผู้ตายเชื่อว่าการเสียชีวิต มีที่มาจากรถูกฆาตกรรม เนื่องจาก "ภาวนา ชนะจิต" มีฐานทางการเงินที่ร่ำรวย
ความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 ก.ย. ที่ห้องประชุมสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรีเพื่อสรุปหาสาเหตุและวัตถุต้องสงสัยบริเวณบ่อปลาและแวดล้อมและบริเวณก้นบ่อ โดยมี พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผบก.ภจว.นครปฐม พ.ต.อ.ธิติพงษ์ เศรษฐีสมบัติ รองผบก.พิสูจน์หลักฐาน 7 พ.ต.อ.ดิเรก พัฒนานนท์นิวาส ผกก.หน.กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ พิสูจน์หลักฐาน7 พ.ต.ท.นายแพทย์ปกรณ์ วศินรัตน์ นายแพทย์(สบ.3)โรงพยาบาลตำรวจ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ สกุลวิวรรธ ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.สานิตย์ ชินจอหอ รองผกก.สส. พ.ต.ท.ภิญโญ มุสิกสาร สารวัตรเวรสอบสวนเจ้าของคดี พ.ต.ท.ไชยยศ มุกดาหาร รองผกก.ป. เข้าร่วมประชุมสรุป
มีการนำภาพถ่ายสถานที่เกิด ภาพศพ และบาดแผล รองเท้า และกระจาดพลาสติกขนาดเล็กสีน้ำเงิน และภาพถ่ายบริเวณบ่อปลา และก้นบ่อปลา ภาพของปูนที่ก่อเป็นฐานกระถางบัวกลางบ่อปลา และภาพถ่ายท่อนไม้ทรงกลมที่จมโคนอยู่บริเวณจุดที่พบศพ มาพิจารณา โดย พล.ต.ท.จรัมพร ซักถาม พ.ต.ท.นพ.ปกรณ์ เกี่ยวกับบาดแผลที่ใต้ตาซ้ายที่มีลักษณะโค้งยาวประมาณ 3 นิ้วเศษนั้น เกิดจากท่อนไม้ทรงกลมที่อยู่ก้นบ่อตามที่ปรากฏในภาพได้หรือไม่
พ.ต.ท.นพ.ปกรณ์ ตอบว่ามีส่วนเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิต พลัดตกลงน้ำลักษณะศีรษะทิ่มลงไปแล้วเบ้าตาซ้ายไปกระแทกกับท่อนไม้ทรงกลม ส่วนบาดแผลในช่องปากบริเวณเหงือกโคนฟันบน มีรอยกระแทกเป็นแผล อาจจะเกิดจากการกระแทกของขอบปูนที่ก่อเป็นฐานบัวกลางบ่อ ส่วนบาดแผลตามแขน และข้อศอก เกิดจากการครูดกับผนังปูนและพื้นของบ่อ และหรือวัตถุที่ผิวไม่เรียบ และจากการตรวจสอบบาดแผลภายนอกไม่ปรากฏบาดแผลฉกรรจ์ที่จะทำให้เกิดการหมดสติ หรือทำให้เสียชีวิตได้
"สิ่งที่พบในที่บ่อน้ำมีความเข้ากันได้กับบาดแผลที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีความโค้งลักษณะเดียวกันกับบาดแผลของผู้ตาย" พ.ต.ท.นพ.ปกรณ์ กล่าว
พล.ต.ท.จรัมพร ยังได้ขอให้จำลองเหตุการณ์จากข้อมูลที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานใกล้ชิดถึงพฤติกรรมการเป็นอยู่ พบว่า "ภาวนา ชนะจิต" เดินมาให้อาหารปลาที่บริเวณหน้ารูปปั้นเจ้าแม่นมสาว แล้วนั่งยองหรือคุกเข่าเพื่อกราบไหว้ตามที่เคยปฎิบัติ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วหันหลังกลับไปที่บ่อปลา ซึ่งดูจากรอยเท้าบริเวณใกล้เคียงกันเป็นรอยเท้าที่ปลายเท้าหันหน้าเข้ารูปปั้น และรอยเท้าที่หันหน้าลงบ่อปลา ซึ่งเป็นไปได้ว่าหลังจากพลิกตัวหันกลับมาอย่างรวดเร็วและเท้าชิดจนไม่สามารถพยุงตัวได้และเสียหลักศีรษะทิ่มลงไปในบ่อปลา แล้วหน้าผากตั้งจมูกไปกระทบกับปูน แล้วจมดิ่งลงก้นบ่อ จนเกิดอาการสำลักน้ำ จากสภาพแวดล้อมก้นบ่อและผนังปูน และขอบปูนด้านข้างมีรอยครูดคล้ายกับผู้เสียชีวิตพยายามตะเกียกตะกายหาทางขึ้นผิวน้ำแต่ด้วยปริมาณน้ำที่มากและสูงทำให้จมดิ่งลงใต้น้ำและเสียชีวิตทันที สำหรับรอบแผลที่ใต้ตาซ้ายเกิดจากของแข็งทรงกลม ที่เห็นในภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชุมสรุปเสร็จ พล.ต.ท.จรัมพร พร้อมคณะเดินทางไปที่เกิดเหตุ และให้พ.ต.อ.ดิเรก พัฒนานนท์นิวาส ผกก.หน.กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ พิสูจน์หลักฐาน7 ลงไปตรวจวัดท่อนไม้ทรงกลมก้นบ่อ เป็นแผ่นไม้อัดความหนา 5 มิลลิเมตร ม้วนเป็นทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 24 นิ้ว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบผลการชัณสูตรศพนางอรัญญาภรณ์โดยพบว่าตรงกับบาดแผลที่ใต้ตาซ้าย
พล.ต.ท.จรัพร กล่าวว่า ผลการชันสูตรของแพทย์พบว่าการเสียชีวิตของนางอรัญญาภรณ์นั้นเกิดจากการจมน้ำขาดอากาศหายใจ ไม่มีผู้ใดหรือใครกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการเสียชีวิต สำหรับในส่วนของการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ และพยาธิวิทยา ต้องรอผลตรวจจากแล็ปประมาณ 15 วัน ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนสามารถสรุปได้ว่าการเสียชีวิตเป็นไปตามผลชันสูตรของแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
"ตามร่างกายของผู้ตายนั้น บาดแผลที่สำคัญนั้นคือบาดแผลที่บริเวณเบ้าตาซ้ายซึ่งมีลักษณะโค้งเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.5 นิ้วหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งการเกิดบาดแผลใหญ่ขนาดนั้น ซึ่งใหญ่กว่าจุดอื่น ก็อาจจะเป็นสิ่งคาใจของพนักงานสอบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเกิดได้อย่างไร ก็เลยมาดูวัสดุในที่เกิดเหตุ พบวัสดุไม้อัดขนาดกว้าง 35 ซม.ยาว 61 ซม.ส่วนโค้งที่ม้วนแล้ว 10 ซม. ซึ่งเป็นวัสดุที่มีขนาดเท่ากับรอยซ้ำที่เบ้าตา และอยู่ฝั่งซ้ายของบ่อน้ำ ซึ่งผู้ตายอาจจะตกลงไปในน้ำ เพราะสภาพร่างกายไม่ดี หน้าคะมำลงไปในน้ำก็อาจจะไปโดนพอดี ส่วนสาเหตุการคะมำนั้นจะต้องการตรวจว่ามีสารอะไรปนอยู่ในเลือดหรือไม่
ส่วนจะมีใครมาเกี่ยวข้องอื่นหรือไม่นั้น ต้องเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องสืบหาหาข้อหลักฐานต่อไป แต่จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายได้กินยาแก้ความดันก่อนที่จะเกิดเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าเกิดอาการวูบขณะที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วหล่นลงไปในน้ำ ส่วนการบาดเจ็บที่เหงือก อาจจะไปกระทบเข้ากับขอบบ่อได้ ในส่วนนี้ก็น่าจะเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่พนักงานสอบสวนจะนำไปประกอบหลักฐานและการสอบสวน ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้ก็สามารถบ่งบอกว่าผู้ตายคะมำลงไปในน้ำ และจากการตรวจของแพทย์นิติเวช พบว่าเส้นเลือดที่หัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจส่วนเดิม เส้นเลือดที่สมองมีการอุกตัน 70 เปอร์เซ็นต์
ประกอบกับรอยเท้าที่พบในที่เกิดเหตุเป็นรอยเท้าขนาดเท่ากับรองเท้าของผู้ตายพอดี และลักษณะกับหัวรองเท้าชิดกันและน้ำหนักทิ้งไปด้านหน้า ซึ่งการที่เท้าชิดกันก็ทำให้ขาดเสียสมดุลได้ อีกทั้งยังมีร่องรอยของมือบริเวณใต้ฐานของศาล ซึ่งมีการพยายามที่จะดิ้นรน เพราะตอนตกน้ำยังไม่เสียชีวิต จึงมีบาดแผลภายนอกให้เห็น ซึ่งก็สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานที่ประกอบในการวินิจฉัยถึงสาเหตุการตาย
ด้านนายณัฐพงษ์ หลวงศิริกุล สามีของนางอรัญญาภรณ์กล่าวว่า รู้สึกคลายความกดดันมากขึ้นหลังผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆออกมา "การที่มากล่าวหาว่าผมเป็นฆาตกรฆ่าคุณอรัญญาภรณ์ หรือภาวนา ชนะจิต ภรรยาตัวเองนั้น รู้สึกรับไม่ได้ เมื่อวานผมไปงานศพก็ถูกเหยียดหยามมากและอยากจะเป็นเจ้าภาพสักคืนก็ไม่ให้ จึงตัดสินใจว่าจะตั้งรูปคุณอรัญญาภรณ์ ที่แต่งชุดรำไทยใส่กรอบไม้แกะสลักที่ มาตั้งประดับไฟสวยงามบริเวณข้างบ่อปลา แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรมศพให้แก่ภรรยา โดยจะไม่ไปสร้างความขัดแย้งกับทางญาติเรื่องงานศพอีกต่อไป"
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องมรดกผู้ตายจะรอให้เรื่องงานศพผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยมาพูดกันเรื่องทรัพย์สิน
"ผมบอกแล้วว่าส่วนไหนที่เป็นของผม ก็ต้องเป็นของผม ส่วนไหนที่ไม่ใช่ของผม ผมก็ไม่เอา ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้คุณเริงยศ ทรัพย์เงินทอง เป็นที่ปรึกษากฎหมาย ดำเนินการในเรื่องของทรัพย์สินต่อไป ผมเป็นคนที่ให้น้องไต๋ (นายอภิชา เหล่าแสงทอง) ลูกบุญธรรมมาตลอด และวันนี้ก็ไม่ได้โกรธน้องไต๋ แต่รู้สึกเสียใจและใจหายว่าวันนี้ทำไมน้องไต๋เปลี่ยนไป ผมทำประกันชีวิตให้กับภาวนา ชนะจิต และยังให้นายอภิชาเป็นผู้รับประโยชน์ แต่กลับมาทำกับผมได้แบบนี้เป็นเพราะอะไร" นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า
นายเริงยศกล่าวว่า หลังงานศพเสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการเรื่องทรัพย์สิน ขณะนี้ได้ตั้งทีมสู้ไว้แล้ว ทั้งหมด 7 คน และเตรียมถอดเทปคำกล่าวหาของบรรดาญาติที่กล่าวหาว่านายณัฐพงษ์เป็นฆาตกรไว้เรียบร้อยแล้ว



