ข่าว

'จองถนน'เตรียมจองใจผู้ชม

'จองถนน'เตรียมจองใจผู้ชม

13 ก.ย. 2555

'จองถนน' เตรียมจองใจผู้ชม

                          กลิ่นอายความงดงาม ความอลังการ และความสนุกสนานของการแสดงโขนรามเกียรติชุดศึกมัยราพณ์เมื่อปีที่แล้วยังคงติดตาตรึงใจผู้ชมอยู่ไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดิมที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หวนกลับมาจัดแสดงอีกครั้งในชื่อชุด "จองถนน" ที่ยังคงสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยเอาไว้ ทั้งยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพรรษา 80 พรรษา และได้จัดการแถลงข่าวที่ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันก่อน

                          ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนชุดจองถนน กล่าวว่า การแสดงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเลือกตอนจากข้อมูลแบบสอบถามซึ่งทุกครั้งที่มีการแสดงโขนจะมีแบบสอบถามให้ติชมว่าชื่นชอบเรื่องใด ตอนไหน และจะมีการประมวลเพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูล ซึ่งครั้งนี้ทรงเลือกชุดจองถนน และในการแสดงครั้งต่อไปเป็นชุดศึกวิรุฬจำบัง คณะกรรมการจัดการแสดงจึงได้สนองพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมรับพระราชดำริมาดำเนินการ และอยากให้เชิญชวนให้ทุกคนเข้าชมการแสดงครั้งนี้ หากรับจัดสร้างทุกสิ่งไว้แล้วไม่มีผู้ชม หรือคนให้ความสนใจ ในที่สุดศิลปะเหล่านี้ก็คงถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์

                          ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองประธานคณะกรรมการอำนวยการแสดงโขนชุดจองถนน และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่เข้าร่วมครั้งนี้ว่า เมื่อเดือนที่แล้วได้ทำการคัดเลือกนักแสดง ซึ่งเป็นที่น่าปลื้มใจมากที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับศิลปวัฒนธรรมของไทย โดยมีผู้สมัคร 400 คน และในที่สุดได้คัดเลือกนักแสดงได้ 17 คน แต่ที่พิเศษอยู่ที่เครื่องดนตรีที่มี 2 ชุด โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้ออกแบบลวดลายกุหลาบสิริกิติ์ ซึ่งลายนี้จะถูกประทับไว้บนเครื่องดนตรีทั้งหมดด้วย

                          ด้าน อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะไชย ผู้กำกับการแสดง กล่าวถึงไฮไลท์ของการแสดงว่า ครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 องก์ใหญ่ คือ 1 จองถนน มี 7 ฉาก แต่ฉากที่สำคัญและวิจิตรงดงามมากคือฉากใต้น้ำ ผู้ชมจะได้ชมบรรยากาศใต้น้ำตอนหนุมานดำลงไปและพบกับนางสุวรรณมัจฉา องก์ที่ 2 เป็นการทำศึกกรุงลงกาของทศกัณฑ์ เป็นการออกรบครั้งแรกของทศกัณฑ์พร้อมลูกชาย ฉากนี้มีความยิ่งใหญ่ใช้นักแสดงประมาณ 100 คนเศษ เทคนิคแสง สี เสียง และฉาก นับว่าไม่ควรพลาด และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  โดยก่อนการแสดงจะมีการรำถวายพระพร ซึ่งเป็นกระบวนท่ารำฝรั่งคู่ แบบละครหลวงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ซึ่งหาชมได้ยากมาก ครั้งนี้นำมาปรับปรุงและตัดทอน จากเดิมที่ใช้เวลาในการรำ 30-40 นาทีให้เหลือ 14 นาทีก่อนการแสดงจริง

                          "การแสดงโขนชุดนี้ได้นำบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ประกอบกับบทโขนของครูของอาจารย์ในกรมศิลปากรได้เรียบเรียงไว้ นำมาสอดประสาน ปรับปรุงให้ดำเนินเรื่องและชวนติดตามมากยิ่งขึ้นด้วย" ผู้กำกับการแสดง แจงรายละเอียด

                          ในส่วนของเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เล่าว่า ชุดแต่งกายใช้ของไทยในโบราณ มีการนำผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้ายกที่มีชื่อเสียงในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผ้าคู่ราชสำนัก และได้สูญหายไปเหลือไว้เพียงในพิพิธภัณฑ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เรานำกลับมาใช้ในครั้งนี้อีกครั้ง เพื่อไม่ให้สูญหายไป น่าดีใจที่การแสดงโขนครั้งนี้ใช้ผลิตผลจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทั้งหมด ซึ่งผ้าทอชนิดนี้ใช้เวลาทอไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทอ คาดว่าจะเสร็จทันต้นเดือนพฤศจิกายน

                          สำหรับการแสดงโขนชุดนี้จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 2 - 30 พฤศจิกายนนี้ ที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคกิตเมเจอร์ ทุกสาขา