ข่าว

'ปู'ลงตรวจพื้นที่น้ำท่วม13-14ก.ย.นี้

'ปู'ลงตรวจพื้นที่น้ำท่วม13-14ก.ย.นี้

12 ก.ย. 2555

'ปู' เตรียมลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วม13-14 ก.ย.นี้ ยันเขื่อนรับน้ำได้ ไม่หวั่นลงพื้นที่ช้ากว่า 'ฝ่ายค้าน' ยินดี 'มาร์ค' ตอบรับร่วมถกแก้ไฟใต้ กทม.ผวาฝนตกหนัก14-17ก.ย.สั่งเร่งพร่องน้ำ

                            12 ก.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะวิกฤตเหมือนปี 2554 ว่า จุดแรกที่ต้องเร่งแก้ไขคือ จ.สุโขทัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปดำเนินการทั้งคืน และจะดูเหตุการณ์วันที่ 13 ก.ย.นี้ ว่าสามารถจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ แต่ขณะเดียวกันได้ให้เตรียมตั้งรับในส่วนของจังหวัดอื่นล่วงหน้าแทนที่จะรอให้น้ำมา ซึ่งได้สั่งการไปหมดแล้ว โดยวันที่ 13 ก.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ไปติดตามการเตรียมงาน ไปดูความคืบหน้าที่สุโขทัย เพื่อดูพื้นที่จริงอีกครั้ง รวมถึงจะไปดูที่ จ.พิษณุโลกว่า ถึงปลายทางที่พิษณุโลกจะเป็นอย่างไร

                            ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าจะดำเนินการได้ทันหรือไม่เพราะระยะการเดินทางของน้ำอีก 5 วันจะถึง จ.พิจิตรแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ส่วนที่เตรียมไว้นั้นได้ทำงานอยู่แล้ว แต่คงต้องไปดูว่าปริมาณน้ำขนาดนี้จะมีผลกระทบอะไรบ้าง ต้องให้ทีมงานไปดูเรื่องปริมาณน้ำด้วย

                            ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ายังมั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "อย่าใช้คำว่ารับมือเถอะคะ วันนี้ทำเต็มที่ อย่างที่บอกธรรมชาติทั้งหมดเราไม่สามารถฝืนได้ และอย่างเหตุการณ์วันนี้ก็เหมือนเปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นเครื่องที่เรากำลังทำอยู่บนเครื่องยนต์เก่าที่ทำงานมาหลายปี แล้วเรามีการใช้งบประมาณในการปรับปรุงเครื่องยนต์ยกเครื่องในบางส่วน แต่เราไม่รู้ว่าชิ้นส่วนอื่นๆที่ใช้งานมานานจะผุพังหรือเปล่า อย่างที่สุโขทัยเป็นลักษณะของน้ำที่ลอดใต้พนังกั้นน้ำ ซึ่งตรงนี้ยากที่จะเห็น   เป็นปัจจัยอื่นๆที่จะเกิดขึ้นที่ยากต่อการคควบคุม คงจะต้องให้ทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวังและสำรวจในความแข็งแรงต่างๆ"

                            เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ระดับน้ำในเขื่อนยังรับน้ำได้อยู่

                            เมื่อถามต่อว่าจากการประเมินสถานการณ์มีพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วงนอกจากสุโขทัยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะเป็นพื้นที่น้ำจะไหลลงมาต่อ เพราะต้องดูเรื่องน้ำที่จ.แพร่ ที่ไหลมาสมทบที่สุโขทัย และจากสุโขทัยที่จะไหลลงไปต้องดูใต้สุโขทัยเป็นหลัก ตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่ประเมินและทำเรื่องจำลองปัญหาต่างๆ  พยายามประเมินทุกสถานการณ์ และให้รายงานขึ้นมา เบื้องต้นก็ให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุกทกภัย(กบอ.)ให้ไปประชุมหารือในส่วนนี้ด้วย เราจะพยายามจะทำล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมา

                            ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของนายกฯครั้งถือว่าช้าไปหรือไม่เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายที่ลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์อย่างเต็มที่ในวันสองวันที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า  ไม่เป็นไร เราเองไม่ได้หมายความว่าลงพื้นที่แล้วจะแก้ปัญหาได้ทันที บางอย่างเราก็ทำงานอยู่ในส่วนกลางด้วย หน้างานจริงๆเราส่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อย่างนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ประสานงานกับกองทัพตั้งแต่ได้ข่าวอยู่แล้ว

                            ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าประเมินสถานการณ์แล้วน้ำจะท่วมมาถึงจ.นนทบุรีและจ.ปทุมธานีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าถ้าเป็นปริมาณน้ำที่เกิดจากการระบายน้ำจะพยายามควบคุม แต่ถ้ากรณีที่เป็นร่องความกดอากาศเป็นปริมาณน้ำฝนที่เยอะอาจจะมีบ้างที่จะท่วมขังบางพื้นที่ หรือที่เรียกน้ำท่วมฉลับพลันแต่การระบายจะทำได้เร็วกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน

                            เมื่อถามว่า การระบายน้ำทั้งฝั่งซ้ายและขวาของกทม.ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรียกว่าดีขึ้นมีประสิทธิภาพดีกว่าปีที่ผ่านมา

                            "สิ่งที่อยากฝากพี่น้องประชาชนคือว่า อย่างแรกอาจจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่กล้กับน้ำ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับสุโขทัย แจ้งเราล่วงหน้า เราจะได้เข้าไปทำงานในพื้นที่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันอยากจะขอให้ในส่วนของการเตือนที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติได้มีการเตือนภัยไป อยากให้ประชาชนได้ระมัดระวังและออกจากพื้นที่ เพื่อจะเป็นการช่วยเรื่องของชีวิตความปลอดภัยของประชาชน" น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าว

 

"สุกำพล"สั่งระดมทหารช่วยน้ำท่วมสุโขทัย


                             พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม   ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยและเหล่าทัพ ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าให้การช่วยเหลือ  อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สุโขทัย, จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา  โดยปัจจุบันศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ จัดกำลังพล และนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) กว่า 1,000 นาย รถบรรทุกและรถขุดตัก จำนวน 30  คัน  เรือท้องแบน จำนวน 10 ลำ เข้าช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนส่วนราชการ อาทิ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อบต.ในพื้นที่ประสบภัย ฯลฯ

 

กทม.ผวาฝนตกหนัก14-17ก.ย.สั่งเร่งพร่องน้ำ

 
                            เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร(กทม.) พญ.มาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมกับสำนักการระบายน้ำ เพื่อเตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯกล่าวว่า ที่เรียกประชุมเนื่องจากขณะนี้ประชาชนตกใจว่ามีน้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ถึงแม้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ก็ต้องให้ความมั่นใจกทม.ยังทำงานได้ จึงขอให้มีการสะท้อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเมือง แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง กทม.จึงต้องประเมินพื้นที่เสี่ยงในเขตต่างๆ โดยส่วนหนึ่งจะพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะอุโมงค์ยักษ์ว่ายังทำงานได้จริง ไม่ให้มีการเข้าใจผิดในสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นการกล่าวของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งด้วย

                            นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ขอให้เขตต่างๆตื่นตัวและมีความพร้อมให้มากที่สุด เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่าระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.นี้อาจจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และให้ออกประกาศเตือน 27 ชุมชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เตรียมความพร้อมด้วย เพราะอาจจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมา เนื่องจากในช่วงดังกล่าวมีการคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะเหมือนกับในตกหนักเมื่อวันที่ 6 ก.ย. หากพบว่ามีฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระบายน้ำ ส่วนการพร่องน้ำนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ ขณะที่เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กได้เตรียมพร้อมหมดแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าอุโมงค์ยักษ์ของกทม.ทำงานแน่นอน หากไม่ใช่อุโมงค์ยักษ์ ปีที่ผ่านมาในพื้นที่ลาดพร้าวคงถูกน้ำท่วมไปแล้ว

'นายกฯ'ยินดี'ฝ่ายค้าน'ตอบรับร่วมถกแก้ไฟใต้

                            นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายกฯตอบรับเงื่อนไขของฝ่ายค้านที่ให้ประชุมร่วมกันแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยินดี และไม่กังวลอะไร เพราะถือเป็นวาระของชาติ เราเองยินดีที่จะรับฟังจากทางผู้นำฝ่ายค้านและทางส.ส. ทั้งนี้ต้องเรียนว่า เรื่องของความมั่นคง เราไม่สะดวกที่จะฟังในท่ามกลางในที่สาธารณะมากนัก