
ผบช.ภ.3ยันคดียิง'ลูกชาดา'ยึดตามหลักฐาน
ผบช.ภ.3 ยัน คดียิงลูกส.ส.อุทัยฯ สรุปสำนวนส่งอัยการก่อนสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ระบุไม่มีนอกมีในกับใครทั้งสิ้น ทั้งหมดว่าไปตามพยานหลักฐาน
ความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงรถยนต์โตโยต้า ปราโด้ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ - 5726 กรุงเทพฯ ที่บริเวณบ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จนเป็นเหตุให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นคนขับรถเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมามีนายมั่น พูลทรัพย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 6 ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เข้ามอบตัวโดยอ้างว่าถูกยิงก่อนจึงยิงตอบโต้
ล่าสุดวันที่ 12 ก.ย.55 พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำพยานหมดทุกปากแล้ว เหลือแต่ผลจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน 3 ในเรื่องของฟิล์มที่ได้ถ่ายบริเวณที่นายฟารุตถูกยิงไว้ ก็สามารถนำมาเทียบเคียงหัวกระสุนได้อย่างชัดเจนถึงขนาดของกระสุนปืน จะรวบรวมสำนวนสรุปส่งพนักงานอัยการคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายนนี้
ทั้งนี้ ผลจากการตรวจวิถีกระสุนหลังจากที่ได้นำรถยนต์ทั้ง 2 คันมาเทียบเคียง เพื่อหาวิถีกระสุน ก็สามารถยืนยันได้ว่ากระสุนที่ใช้สังหารนายฟารุต นั้นได้ยิงออกมาจากบริเวณเบาะนั่งคนขับรถที่นายมั่น เป็นผู้ขับจริง แต่สำหรับกรณีที่ยังหาอาวุธปืนไม่พบ ไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีนัก เนื่องจากยังมีหลักฐานอย่างอื่นอีกมากมายที่ใช้ประกอบสำนวน แต่หากพบอาวุธปืนก็จะทำให้สำนวนมาความครบถ้วนมากขึ้นกว่าเดิม
พล.ต.ท.ภาณุ กล่วว่า ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นตัวชี้ว่าใครเป็นผู้ที่เริ่มยิงก่อน ส่วนใครจะโดนข้อหาอย่างไรนั้นว่าไปตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ตรงไปตรงมา คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนอกมีในอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่จะมีการแจ้งดำเนินคดีใครเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังคงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมแต่อย่างไร โดยนายมั่นฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งความข้อหาหนักอยู่ คือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา ส่วนฝั่งของนายฟารุต เจ้าหน้าที่ตำรวก็ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุริยา หลานชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายมั่น ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นเป็นข้อหาหลัก



