ข่าว

'ถวิล'พบDSIย้ำไม่มีคำสั่งทำร้ายปชช.

'ถวิล'พบDSIย้ำไม่มีคำสั่งทำร้ายปชช.

12 ก.ย. 2555

'ถวิล'ยันให้การตอกย้ำเหตุการณ์กระชับพื้นที่ มั่นใจความจริง 100 ปีไม่เปลี่ยน ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายประชาชน ด้าน'ธาริต'อ้างยังไม่สรุปเรียกสอบปากคำคดี 91ศพ หลัง'สุเทพ'ให้การพาดพิง

               12 ก.ย. 55 นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและอดีตเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอตามหมายเรียกเข้าให้ปากคำคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน จำนวน 91 ศพ จากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 ว่า ล่าสุดตนได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำจากเดิม 10.00 น. เป็นเวลา 13.00 น. เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการสอบปากคำ ยืนยันว่า ตนพร้อมเข้าให้ข้อมูลเพราะถือเป็นหน้าที่ โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานสอบสวนซักถามได้ทุกเรื่อง หากเรื่องใดอยู่ในความรับผิดชอบก็จะชี้แจงอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาตนได้มอบเอกสารทั้งหมดที่มีจำนวนมากให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว

                “เหตุการณ์เกิดขึ้นผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว เชื่อว่าหากเป็นข้อเท็จจริง เป็นความจริง ไม่ว่าเวลาจะ 10 ปี หรือ 100 ปี ก็ไม่เปลี่ยน นี่แค่ 2 ปี น่าจะทำความจริงได้ คนไทยบางทีความจำสั้น ซึ่งถือเป็นลักษณะที่ดี เพราะความจำสั้นทำให้คนไทยประนีประนอม ไม่โกรธแค้น ให้อภัยง่าย แต่สำหรับบางเรื่องที่เป็นมาตรฐานของสังคม เป็นเรื่องของความถูก-ผิด ความดี- ไม่ดี อยากให้คนไทยมีความจำที่ยาวนานและชัดเจน ไม่เช่นนั้นมาตรฐานความถูกผิดจะสับสน เฉพาะรุ่นปัจจุบันคงไม่เท่าไหร่แต่หากความสับสนสานต่อไปถึงรุ่นหลาน บ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงมาเพื่อตอกย้ำความจริงที่เกิดขึ้นวันนั้นคืออะไร เชื่อว่าสังคมยังน่าจะจำได้เช่นกัน”นายถวิล กล่าว

                นายถวิล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการสอบสวนเจ้าหน้าที่นั้น ตนเห็นว่า ไม่ควรกลับไปกลับมา ควรมีแนวทางเดียวที่เป็นแก่นของเรื่องคือ เจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ ตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องการออกไปปราบปรามประชาชน หากจะมีอุบัติเหตุหรือการเสียชีวิตเกิดขึ้นโดยอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจให้เจ้าหน้าที่ออกไปปราบปรามประชาชน การสอบสวนไม่ว่าจะเป็นยุครัฐบาลอดีตหรือรัฐบาลปัจจุบันควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่กลับไปกลับมา อย่างไรก็ตาม ตนยังมั่นใจการทำงานของดีเอสไอและนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ว่าจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวพนักงานสอบสวน

                “ การประชุม ศอฉ.มี 4 รอบต่อวัน เช้า เที่ยง เย็น และดึก แต่เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้บางเรื่องไม่ได้มีการบันทึกการประชุม โดยคำสั่ง ศอฉ.มี 2 ระดับ หากเป็นเรื่องนโยบาย ศอฉ.จะออกมาเป็นคำสั่ง แต่หากเป็นระดับแผนปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้ออกคำสั่งเอง ดังนั้น ตนไม่ได้รับทราบทุกเรื่องเพราะทำหน้าที่แค่เลขานุการ ศอฉ. แต่ ผอ.ศอฉ.จะต้องรู้ทั้งหมด” นายถวิล กล่าว

                นายถวิล ยังกล่าวถึงการเข้ากระชับพื้นที่ในวันที่ 19 พ.ค. 2553 ว่า เป็นเพราะช่วงดังกล่าวมีการชุมนุมที่ต่อเนื่องยาวนานและระหว่างนั้นก็มีการใช้อาวุธ เกิดเหตุความไม่สงบทั้งการปิดล้อม การเคลื่อนขบวนไปตามถนนต่าง ๆ การยิงอาวุธสงครามใส่ผู้ชุมนุมทั้งที่มีการประกาศ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีและศาลาแดง เป็นจุดที่มีการใช้อาวุธมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในฝ่ายของผู้ชุมนุมตั้งค่ายประตูกล ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเริ่มกระชับพื้นที่จากบริเวณดังกล่าว ดังนั้นชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มุ่งหมายสลายการชุมนุม เพียงแค่ตีวงล้อมเข้าไปรักษาความสงบและไม่ได้ตรึงกำลังไว้โดยสมบูรณ์

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งธงสอบสวนว่า ทหารตรึงกำลังรอบพื้นที่ชุมนุมทำให้ชายชุดดำไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปก่อเหตุได้ นายถวิล กล่าวว่า ไม่เป็นความความจริง จะเห็นได้ว่าการที่ผู้ชุมนุมยังสามารถส่งเสบียงเข้าไปได้ และสามารถเพิ่มจำนวนผู้ชุมนุมได้อย่างต่อเนื่อง ช่วงเช้าชุมนุมกันหลักพันคนแต่ช่วงค่ำเข้าไปได้เป็นหลักหมื่นคน ทั้งที่มีการตรึงพื้นที่ให้ออกได้แต่ห้ามเข้า สถานการณ์เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าทหารไม่ได้สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด ซึ่งคนชุดดำหรือไม่ชุดดำก็แฝงตัวอยู่ในกลุ่มเหล่านี้

 

"ธาริต"อ้างยังไม่สรุปเรียกสอบปากคำคดี 91ศพ หลัง“สุเทพ”ให้การพาดพิง

                 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การเรียกสอบ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เเละอดีตเลขนุการศูนย์อำนวยการเเก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)เป็นการสอบในฐานะพยานเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ส่วนกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนใน คดี 91 ศพ จะเรียกสอบตนด้วยในฐานะพยานอีกปาก ตนได้สอบถาม พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนแล้ว ว่า ยังอยู่ระหว่างหารือกับตำรวจและอัยการ เพราะมีพยานบางคนเอ่ยถึงตนในฐานะกรรมการ ศอฉ.ด้วย

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายถวิล จะเดินทางมาถึง นายธาริต ได้รับมอบหนังสือจาก นายสิงห์ทอง บัวชุม อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคเพื่อไทย เข้าร้องเรียนให้ดีเอสไอ ตรวจสอบทุจริตโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังพบว่าไม่มีการยื่นซองประกวดราคาในการทำประกันชีวิตของโครงการดังกล่าว