ข่าว

'เฉลิม'เผย'ปู'นัดปชป.ถกดับไฟใต้

'เฉลิม'เผย'ปู'นัดปชป.ถกดับไฟใต้

12 ก.ย. 2555

'เฉลิม' เผย 'นายกฯ' ส่งหนังสือเชิญ 'อภิสิทธิ์-สส.ปชป.' ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 18 ก.ย.นี้ ปัดขัดแย้ง 'ยุทธศักดิ์'

                           12 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ตนได้มีการเสนอความคิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น หากตรงนั้นจะทำให้รู้สึกไม่สบายใจก็จะเพิ่มจังหวัดภูเก็ตไปอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีคนแสดงความคิดเห็นเป็นนักการเมือง โดยบอกว่าจะเป็นการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งจะมีการแบ่งแยกดินแดนไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่หลักเป็นของรัฐบาล ตนอ่านข่าวเมื่อเช้าก็ดีใจว่ามีผู้นำการศึกษา ผู้นำในพื้นที่เห็นตรงกับตน

                           "การเพิ่มจังหวัดภูเก็ตเข้าไปด้วยนั้นเพื่อทำให้คนทั้งประเทศสบายใจ เพราะมีความหวาดระแวงว่า 3 จังหวัดเลือกแล้วจะเป็นการแบ่งแยกดินแดน จังหวัดภูเก็ตนั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจก็เป็นจังหวัดที่หารายได้เลี้ยงประเทศ มีความเจริญไม่แพ้กรุงเทพฯ "

                           ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ตนทำหนังสือเชิญผู้นำฝ่ายค้านและส.ส.ประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมประชุมปรึกษาหารือในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี จะเข้ามานั่งเป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งตนหวังว่าส.ส.ฝ่ายค้านจะให้ความกรุณามาร่วมประชุมแก้ปัญหา เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ซึ่งตนมั่นใจว่ามีความรู้ความชำนาญดีกว่ารัฐบาล ซึ่งตนได้เรียนกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้ประสานงานกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผบ.เหล่าทัพ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)ให้เข้าร่วม

                           ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบเข้าเจรจามอบตัวว่า ต้องแบ่งเป็นสองภาคส่วนถ้าบุคคลที่ถูกจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นฆ่าคนตาย พยายามฆ่า วางเพลิงเผาทรัพย์แล้วหนีไป อยู่ๆ จะขอมอบตัวและอาศัยพ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา 21 โดยไม่ต้องรับผิดและญาติฝ่ายคนตายจะคิดอย่างไร แต่ถ้าผู้ต้องหาตามพ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นไม่เป็นไร โดยตนไม่ขอแสดงความเห็นในรายละเอียดเรื่องนี้

                           ส่วนที่มองว่าจะมีความขัดแย้งกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ในการแก้ปัญหาความไม่สงบนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มีจะไปขัดแย้งอะไร แต่มันต้องหลากหลายความคิด ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ไม่มีขัดแย้งนายกรัฐมนตรีควบคุมได้หมด

 

'เฉลิม' โวรัฐปรามยาเสพติดได้ผล-เข้าบำบัดกว่า5แสนคน

                           ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) แถลงข่าว “1 ปี วาระแห่งชาติเอาชนะยาเสพติด : ด้านบำบัดรักษา” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานปราบปรามยาเสพติดและการบำบัดรักษาตลอด 1 ปี (11 ก.ย.2554-8 ก.ย.2555) ว่า จากที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด โดยให้ถือเป็นผู้ป่วย ถือว่าได้ผลเกินคาด โดยมีผู้ติดต่อขอเข้ารับการบำบัดรักษา 508,850 คน จากที่ตั้งเป้าไว้ 4 แสนคน และสิ่งที่จะทำจากนี้ต่อไป คือการเสาะแสวงหาผู้ติดยาเสพติด โดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการค้นหานักเรียนนักศึกษาที่ติดยาเสพติดเพื่อนำมารับการรักษา รวมถึงในฐานะที่ตนกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ก็จะสั่งการให้มีการค้นหาผู้ใช้แรงงานที่ติดยาเสพติดนำมารับการรักษาด้วยเช่นกัน

                           อีกทั้งยังมอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพในการประสานฝ่ายท้องถิ่นในการรี-เอ็กซเรย์หมู่บ้านแต่ละแห่งให้มากขึ้น ภายใต้มาตรการหลัก 4 ประการ คือการบำบัด ปราบปราม ป้องปราม และป้องกัน รวมถึงมอบให้ปปส.แถลงข่าวผลความคืบหน้าการทำงานทุก 3 เดือน ขณะที่ตำรวจจะต้องบังคับใช้กฎหมายและกวดขันการทำงานกันเองเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น และตำรวจบอกข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ นอกจากนี้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ คือกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

                           รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด พบว่าลำน้ำในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นจุดที่มีการลำเลียงยาเสพติด และจากการยกระดับการปราบปรามยาเสพติด จากวาระแห่งชาติ เป็นวาระแห่งภูมิภาค ได้มีความร่วมมือกันระหว่างไทย เมียนมาร์ ลาว และจีน ในการปราบปรามและกวดขัน ส่งผลให้สามารถจับแกนนำขององค์การใหญ่คือนายหน่อคำ และนายส่างคำไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน อีกทั้งมีรายงานข่าวทางลับว่านายจำรัส ผ้าเจริญ ตัวการใหญ่ค้ายาเสพติดมีอิทธิพลค้ายาเสพติดที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ จะถูกดำเนินคดีด้วย จึงถือว่าการดำเนินการปราบปรามได้ผล นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังยาเสพติดอีก 500 ล้านเม็ดที่ยังค้างสต๊อก อย่างไรก็ตาม ยาเสพติดที่ถูกจับกุมยึดมาได้นั้น ตนยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ลักลอบนำของกลางไปขายอย่างแน่นอน เพราะเมื่อจับยึดมาแล้วก็จะถูกส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เผาทำลายทันที

                           ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า นอกจากนี้ตนมีแนวคิดให้แก้ไขกฎหมายลดระยะเวลาการจำคุกนักโทษประหารจากคดียาเสพติดจาก 60 วัน เหลือ 15 วัน เพื่อแก้ปัญหาการสั่งซื้อขายยาเสพติดจากนอกเรือนจำ และสำหรับผู้เสพจะถูกส่งไปบำบัด โดยไม่มีการดำเนินคดี ขณะที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าอการปราบปรามของรัฐบาลอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น ไทยดำเนินการตามกฎหมาย แต่องค์กรเหล่านี้มาวอแวกดดัน ทำไมองค์กรเหล่านี้ไม่ไปแทรกแซงประเทศอื่นบ้าง ทั้งที่มีประเทศอื่นเช่น เวียดนาม มาเลเซีย ที่มีบทลงโทษรุนแรง

                           ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) กล่าวว่า ผลการปราบปรามในรอบ 1 ปี สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 369,841 คดี มีผู้ต้องหา 361,767 คน ยึดของกลางเป็นยาบ้า 76 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 1,408 กิโลกรัม เฮโรอีน 254 กิโลกรัม และยึดทรัพย์ได้มูลค่า 1,663 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว

                           ขณะที่นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เราได้ตั้งเป้าการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 400,000 คน ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเหมือนกับคนที่เป็นเจ็บป่วยปกติ เพราะถือเป็นการรักษาโรคสมองติดสารเคมีหรือยาเสพติด ทำให้กระบวนการที่จะมีผู้แพร่เชื้อต่อไม่เพิ่มขึ้น โดยมีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในปีนี้มากที่สุด คือ 510,000 คน รวมถึงมีการบำบัดในระดับชุมชน 1,500 แห่ง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้ารับการบำบัดรักษามากที่สุด รองลงมาเป็นเกษตรกร และนักเรียน-นักศึกษา

                           ส่วนอายุของผู้เข้ารับการบำบัดรักษานั้น อายุ 15-24 ปี เข้ารับการรักษามากที่สุด ซึ่งผู้ที่รับการรักษาที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 9 ปี และอายุมากที่สุด คือ 70 ปี สำหรับการดูแลที่ผ่านมา เราให้การรักษาแล้ว มีการติดตามผลต่อ 200,000 คน พบว่าร้อยละ 84 ไม่กลับไปติดยาเสพติดซ้ำอีก ถือว่าเป็นอัตราที่สูงที่สุดในโลก แต่ก็พบว่ามีผู้เสพรายใหม่ร้อยละ 78 ทั้งนี้คาดว่าในปี 2556 จะมีมีผู้ติดยาเสพติดเข้ามาขอรับการบำบัดรักษาอีกประมาณ 1 ล้านคน