ข่าว

ศาลอุทธรณ์ตัดสิน'ประชัย'ไซฟ่อนเงินใหม่

ศาลอุทธรณ์ตัดสิน'ประชัย'ไซฟ่อนเงินใหม่

12 ก.ย. 2555

ศาลอุทธรณ์ สั่งศาลชั้นต้น ทำคำพิพากษาใหม่ คดี'ประชัย กับพี่น้อง ตระกูลเลี่ยวไพรัตน์' ไซฟ่อนเงิน จ่ายเงินกว่า 900 ล้านเช่าตึกตัวเอง นัดฟังคำพิพากษา 13 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

               วันที่ 12 ก.ย.55 เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีดำหมายเลขที่ อ.3097/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) , บริษัท อุตสหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย จำกัด (มหาชน) ) หรือ ทีพีไอ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประทีป เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ ,นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ ,นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีพีไอ,นาย ประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ, น.ส. มาลินี เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ และบริษัทพรชัยวิสาหกิจ จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-6 กระทำผิด พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 311,313 และ 315 ฐานร่วมกันกระทำการใดเพื่อช่วยเหลือและให้ความสะดวกกรรมการบริษัททำให้เกิดความเสียหายด้วยการยักยอกทรัพย์ (ไซฟ่อนเงิน) ด้วยการทำสัญญาเช่าตึกทีพีไอ ที่กลุ่มผู้ให้เช่าและผู้เช่าเป็นกลุ่มเดียวกันและมีการชำระค่าเช่าล่วงหน้า 90 ปีตามสัญญาเช่ารวม 4 ฉบับ เป็นเงินมูลค่า 956,842,206 ล้านบาท อันเป็นการชำระค่าเช่าล่วงหน้าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

             คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 ต.ค.50 เห็นว่า ที่มีการจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าให้จำเลยที่ 6 จึงเป็นเรื่องของการบริหารในเชิงธุรกิจที่เกื้อกูลกันระหว่างกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกันจึงไม่เป็นพิรุธพยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ให้พิพากษายกฟ้อง

             ต่อมาโจทก์ และโจทก์ร่วม ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายก่อนว่า คำพิพากษานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสืบพยานเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย.50 โดยให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน จะครบกำหนดวันที่ 12 ต.ค.50 โดยนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 ต.ค.50 ซึ่งบริษัทโจทก์ร่วมได้ยื่นคำแถลงปิด แต่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเป็นองค์คณะนี้ได้พ้นจากตำแหน่ง และได้ลงลายมือชื่อร่างคำพิพากษาไว้ก่อนที่จะรับพิจารณาคำแถลงปิดคดี ดังนั้นจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยตามขั้นตอนพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 28-30 และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 และประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 185 เมื่อศาลกำหนดให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีแล้วจะต้องรับฟังคำแถลงปิดคดีนั้นให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะอาจจะมีผลต่อการเขียนคำพิพากษาให้เปลี่ยนแปลงไป อุทธรณ์โจทก์และโจทก์ร่วมจึงฟังขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงเห็นควรให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 208 อนุ 2 โดยศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

               ขณะที่ นายประชัย ผู้บริหาร บมจ.ทีพีไอ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นใหม่ โดยเดินทางกลับออกไปจากศาลทันที