
คมชัดลึกจัดถก'ท่วมแล้ว54ท่วมอีก55?'
รายการคมชัดลึกจัดถก "ท่วมแล้ว54...ท่วมอีก55?"
หลังเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทำให้ประชาชนเริ่มวิตกกังวลสถานการณ์น้ำจะซ้ำรอยปี 2554 รายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล จัดตอน "ท่วมแล้ว 54...ท่วมอีก 55 ?" โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อรับมือ "น้องน้ำ"
รศ.ดร.สุวัฒนา จิตตลดากร ประธานคณะอนุกรรมการแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จ.สุโขทัย อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา เป็นจังหวัดที่น้ำท่วมเป็นประจำ เพราะมีพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำ ส่วนพนังที่พังลงมาอาจจะเกิดจากปี 2554 ที่น้ำหลากน้ำท่วม แต่แปลกใจที่รัฐบาลใช้เงินไป 1.2 แสนล้านบาท ใช้ทำอะไรไปบ้างที่นอกเหนือจากขุดลอกคูคลอง
"ผมมองว่ามีอะไรแปลกๆ ปีที่แล้วระดับน้ำต่ำกว่าปีนี้เยอะ และเตือนให้ขนของได้ล่วงหน้า แต่นี่มาทีเดียวขึ้นมาเป็นเมตร การบริหารจัดการคงบกพร่อง ในทางวิศวกรรมเห็นด้วยว่าในอนาคตควรจะมีเขื่อนเกิดขึ้นอีก 1 เขื่อน" รศ.ดร.สุวัฒนากล่าว
ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ฝนอาจตกไม่มาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของอยุธยายังไม่กระทบ แต่ที่เป็นที่ราบต่ำมีน้ำบ้าง ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับน้ำเจ้าพระยายังต่ำ ส่วนสุโขทัยมีปัญหาเพราะไม่มีเขื่อน เมื่อน้ำมาแรง จึงต้องมีการตรวจสอบพนังกั้นน้ำไม่ให้น้ำรอดได้ หากพลาดนิดเดียวน้ำจะไหลออกด้านข้าง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของระบบโครงสร้างที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ส่วนการบริหารจัดการลุ่มน้ำยมมีหลายวิธี แต่ไม่ใช่ดึงไปเพื่อต้องการตอบโจทย์สร้างเขื่อนแม่วงก์ และเขื่อนแก่งเสือเต้น สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ การรักษาป่าไม่ให้ถูกทำลาย การสร้างเขื่อนลุ่มน้ำยมยอมรับว่าจำเป็น ต้องใช้ในการดูแลน้ำแล้ง
ขณะที่ นายสุรศักดิ์ คลังสุภาวิพัฒน์ นักวิชาการจากศูนย์วิชาการจัดการภัยพิบัติวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์ หรือเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ตัวแม่น้ำยมผ่านหลายจังหวัด และเป็นแนวตรงที่น้ำลงมาเร็วมาก หากไม่มีการดัก อนาคตยิ่งน่ากลัว เพราะน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จึงควรจะมีอะไรมาดัก แต่ต้องศึกษาว่าจะต้องใหญ่ขนาดเขื่อนหรือไม่



