ข่าว

ไขปริศนาเซลล์สมองลูกน้อย

ไขปริศนาเซลล์สมองลูกน้อย

12 ก.ย. 2555

ไขปริศนาเซลล์สมองลูกน้อย

                       หลายคนสงสัยว่าเมื่อเด็กเกิดมามีจำนวนเซลล์สมองเท่ากัน แต่ทำไมเติบโตขึ้นมาถึงมีความฉลาด สติปัญญา และความสามารถไม่เท่ากัน บริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด จึงส่งเทียบเชิญ นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ และพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มาไขข้อสงสัยให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้รับรู้ เพื่อค้นหาวิธีที่จะสามารถส่งเสริมให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพสูงสุด

                       นพ.พงษ์ศักดิ์ เล่าว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า มีหลายปัจจัยที่มีส่วนกำหนดให้เด็กแต่ละคนเติบโตขึ้นมาแตกต่างกัน และมีศักยภาพที่ไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อม สมองถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกำหนดทิศทางชีวิต และความสำเร็จในอนาคต ซึ่ง 1,365 วันแรกของลูกน้อย ได้แก่ ช่วงตั้งครรภ์ถึง 3 ขวบปีแรกนั้น ถือเป็นช่วงสำคัญที่สุดในการพัฒนาศักยภาพสมอง

                       "สมองของเด็กเริ่มเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตั้งแต่ 20 วันแรก ต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องได้รับสารอาหารที่มีความจำเป็น มิฉะนั้นสมองของทารกอาจเกิดความผิดปกติ เช่น กรดโฟลิก ช่วยป้องกันภาวะบกพร่องของการสร้างสมองและไขสันหลัง คุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เสริมสารอาหารที่มีความจำเป็น เช่น ดีเอชเอจะเข้าไปเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ เสริมให้มีความโปร่งพรุนมากขึ้น ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ทั้งภายในเซลล์กับภายนอกเซลล์สื่อสารกันได้ดี วิตามินบี จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ประสาทของลูกทำงานมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบประสาท และไอโอดีน ถ้าขาดสารอาหารชนิดนี้แล้ว สมองจะถูกทำลายอย่างถาวร ส่งผลต่อสมองของลูกน้อยในระยะยาว" กุมารแพทย์ กล่าว

                       พร้อมกับบอกว่า ไม่เพียงแต่โภชนาการเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง การทำงานของเซลล์สมองจะทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการเชื่อมโยงสั่งงานกันระหว่างเซลล์ผ่านแขนงประสาท การเชื่อมต่อนี้จะเกิดมากขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นผ่านประสบการณ์ที่ได้รับ

                       "เมื่ออายุครรภ์ 10-12 สัปดาห์ ทารกจะเริ่มรับรู้รสชาติของอาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีรสชาติกลางๆ หรือรสอ่อนๆ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับอาหารที่มีรสไม่จัดตั้งแต่ในครรภ์ 20 สัปดาห์ ระบบประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินจะเริ่มทำงาน จึงควรพูดคุยหรือเล่านิทานให้ลูกฟังด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ควรใช้หูฟังไปแนบกับท้อง เพราะลูกอาจได้รับเสียงดังเกินไป เมื่อถึง 20 สัปดาห์ตอนปลาย สมองส่วนการมองเห็นจะเริ่มพัฒนา ทารกจะรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแสง ขณะที่คุณแม่กำลังใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านจอประสาทรับสัมผัสที่มีความละเอียดอ่อน"

                       หลังคลอด นพ.พงษ์ศักดิ์ แนะนำว่า ช่วง 3 ปีแรก คือ ช่วงเวลาทองที่จำนวนเซลล์นับล้านเซลล์เริ่มไม่เท่ากัน เพราะสมองลูกจะเติบโตสูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมองมีการแตกตัวมากขึ้น เน้นให้ลูกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และเสริมพัฒนาการโดยเปิดโอกาสให้ลูกมีประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อให้เซลล์สมองได้รับการกระตุ้นมากที่สุด วิธีง่ายๆ คือ ส่งเสริมพัฒนาการผ่านกิจวัตรประจำวันให้เหมาะกับวัย วัยเริ่มเดิน อาจส่งเสริมพัฒนาการด้วยการหากิจกรรมนอกบ้าน วัยเริ่มพูดให้ชวนคุยเพื่อกระตุ้นให้ลูกพูดโต้ตอบ เวลาไปเที่ยวชี้ชวนให้ดูสิ่งรอบตัว นกใหญ่ นกเล็ก สีฟ้า สีเขียว ลูกจะคิดตาม เกิดการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และการเล่นพ่อแม่ต้องรู้จักเล่นกับลูก ขณะที่เล่นก็ชวนให้ลูกคิดไปด้วย จะเป็นการส่งเสริมพัฒนาสมองอย่างต่อเนื่อง