
โพลล์ชี้'โอบามา'คะแนนนำ'รอมนีย์'
ผลสำรวจหลายสำนักเผย ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีคะแนนนำ 'มิตต์ รอมนีย์' คู่แข่งจากพรรครีพับลีกัน
11 ก.ย.55 สื่อนอกตีข่าวประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตัวแทนพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำ มิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งจากพรรครีพับลีกัน โดยผลจากการสำรวจปรากฏว่าประธานาธิบดีโอบามามีคะแนนนำใน 8 รัฐสำคัญ จากทั้งหมด 9 รัฐ ขณะที่นายรอมนีย์ ดูเหมือนจะหมดโอกาสที่จะเอาชนะใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจด้วยเช่นกัน จึงเหลือแต่เพียงการดีเบทระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และการดีเบทของผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในเดือนตุลาคมเท่านั้น ที่เป็นเหตุการณ์สำคัญก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้
ปีเตอร์ บราวน์ นักจัดทำผลสำรวจจากมหาวิทยาลัย ควินนิแพ็ค ให้ความเห็นว่า เหลือเวลาการหาเสียงอีก 60 วัน รวมทั้งในรัฐที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งไม่ได้สนับสนุนพรรคหนึ่งพรรคใดเป็นการตายตัว ที่เรียกว่า สวิง สเตท ด้วย จากผลสำรวจที่จัดทำโดยกัลลัพ และราสมุสเซน ให้ประธานาธิบดีโอบามานำอยู่ 5 คะแนน ส่วนผลสำรวจของซีเอ็นเอ็นและโออาร์ซี ให้ประธานาธิบดีโอบามานำอยู่ 6 คะแนน
ผลสำรวจของซีเอ็นเอ็น ยังพบว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจหรือสนับสนุนใครเป็นพิเศษ ทางฝั่งนายรอมนีย์ไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ฝ่ายประธานาธิบดีโอบามามีคะแนนนำ
นายรอมนีย์ อดีตผู้บริหารบริษัทเอกชน ได้ยืนยันว่า ประสบการณ์ในการทำธุรกิจของเขาจะทำให้เขามีศักยภาพในการสร้างตำแหน่งงาน และกอบกู้เศรษฐกิจที่ตกต่ำ และเผชิญตัวเลข
การว่างงานกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามา ได้เล่นงานนายรอมนีย์ ด้วยการออกโฆษณาที่มุ่งเน้นว่า เขาเป็นมหาเศรษฐีที่เข้าไม่ถึงประชาชน
จากผลสำรวจล่าสุดของซีเอ็นเอ็นพบว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่พอใจนายรอมนีย์ ได้ลดลงจาก 50 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 48 เปอร์เซ็นต์ หลังการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลีกันและเดโมแครต ส่วนจำนวนคนที่ชอบประธานาธิบดีโอบามา ได้เพิ่มจาก 52 เปอร์เซ็นต์ เป็น 57 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่า คนที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ไม่เพียงแค่ถามตัวเองว่า มีชีวิตที่ดีกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนหรือเปล่า แต่ยังมีคำถามตามมาอีกว่า อีก 4 ปีข้างหน้าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือไม่ และนายรอมนีย์ ก็ยังไม่ได้ทำให้คนอเมริกันมั่นใจว่าเขาจะทำได้
ทั้งรีพับลีกันและเดโมแครต ต่างเตรียมทุ่มโฆษณาทางโทรทัศน์ ในรัฐที่เป็นสวิง สเตท ขณะที่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เศรษฐกิจล่มในยุโรป และอิสราเอลโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ขณะที่ จูเลีย คล้าก เจ้าของอิฟซอส โพลล์ ระบุว่า สิ่งสำคัญสำหรับคู่ดีเบทคือ ใครน่าเชื่อถือที่สุดในการกุมบังเหียนเศรษฐกิจ
------------------------------------
(ที่มาคลิป : http://www.youtube.com/watch?v=gt_d9WKMKZc)



