
911รำลึก11ปีวินาศกรรมช็อคโลก
สหรัฐจัดพิธีรำลึกเหยื่อวินาศกรรม 11 ก.ย. ที่นครนิวยอร์กวันนี้ ในโอกาสครบรอบ 11 ปีของวินาศกรรมช็อคโลก ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐสงบนิ่งไว้อาลัยครบรอบ 40 ปี สังหารหมู่นักกีฬาอิสราเอลที่โอลิมปิก มิวนิค
11 ก.ย. 55 นายลีออง พาเน็ตต้า รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐแสดงความเคารพต่อผู้โดยสารและลูกเรือรวม 40 คน บนเที่ยวบิน 93 ที่เสียชีวิต หลังเครื่องบินถูกสมาชิกอัลไกด้าจี้บังคับเพื่อไปก่อเหตุโจมตี แต่ผู้โดยสารช่วยกันขัดขวางจนเครื่องบินตกลงกลางทุ่งในเมืองแชงค์สวิลล์เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 และเขากล่าวต่อหน้าญาติผู้เคราะห์ร้ายที่รวมตัวกันที่อนุสรณ์สถาน โดยให้คำมั่นว่า
รัฐบาลจะเฝ้าระวังภัยคุกคามต่อประเทศชาติ และใครก็ตามที่ก่อเหตุโจมตีสหรัฐจะไม่สามารถหลบหนีลอยนวลไปได้
คณะกรรมาธิการสอบสวนเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน สรุปว่า สมาชิกอัลไกด้าอาจมีเป้าหมายบังคับเครื่องบินดังกล่าวให้พุ่งชนทำเนียบขาวหรืออาคารรัฐสภา ส่วนเครื่องบินอีก 2 ลำพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก และอีกลำพุ่งชนตึกกระทรวงกลาโหมในกรุงวอชิงตัน วินาศกรรมครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 2,993 คนจากกว่า 90 ประเทศ
นอกจากนี้รัฐบาลจะจัดพิธีรำลึกทั้งที่บริเวณกราวนด์ซีโร่ จุดที่ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ 2 หลัง พังลถ่มในนครนิวยอร์ก และตึกกระทรวงกลาโหมในกรุงวอชิงตันในเช้าวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือค่ำวันนี้ตามเวลาในไทย และรัฐบาลได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ขณะที่เริ่มมีกระแสถกเถียงกันถึงความจำเป็นในการสิ้่นเปลื้องงบประมาณจำนวนมหาศาลในการเปิดอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ที่กราวนด์ซีโร่ ที่ใช้งบก่อสร้างไปแล้วถึง 700 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะต้องใช้งบดำเนินการอีกปีละ 60 ล้านดอลลาร์
อนุสรณ์สถานที่ใช้ชื่อว่า "เมมโมเรียล พลาซ่า" ซึ่งสร้างขึ้นใกล้กราวนด์ซีโร่ เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ตั้งแต่ 12 ก.ย.ปีที่แล้ว แต่ตึก วัน เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งจะกลายเป็นตึกสูงที่สุดในสหรัฐเมื่อสร้างเสร็จ จะเปิดตัวได้ในปีหน้า ซึ่งจะสูง 104 ชั้นและมีความสูง 1,776 ฟุต ขณะที่การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์หยุดชะงักตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะติดปัญหาขัดแย้งเรื่องการสรรหาเงินก่อสร้าง แต่ล่าสุดเพิ่งตกลงได้เมื่อวาน ทั้งที่ตามกำหนดเดิมต้องแล้วเสร็จวันนี้ ทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเปิดได้ทันในวันครบรอบ 12 ปีในปีหน้าหรือไม่
วุฒิสภาสหรัฐสงบนิ่งไว้อาลัยครบรอบ 40 ปี สังหารหมู่นักกีฬาอิสราเอลที่โอลิมปิก มิวนิค
ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 กันยายน ปี 2515 มีกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์จำนวน 8 คน ที่เรียกตัวเองว่า " แบล็ค เซพเทมเบอร์ " ได้ปีนข้ามรั้วที่ปราศจากการรักษาความปลอดภัยเข้าไปยังหมู่บ้านนักกีฬาในเมืองมิวนิค ของเยอรมนี ก่อนจะบุกเข้าไปยังอาคารที่พักนักกีฬาของทีมชาติอิสราเอลและยิงสังหารนายโมเช่ ไวน์เบิร์ก โค้ชมวยปล้ำ และนายยอสซี่ โรมาโน่ นักกีฬายกน้ำหนัก
นักกีฬาอิสราเอลบางคน หนีรอดไปได้โดยออกทางประตูหลัง แต่อีก 9 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน กลุ่มติดอาวุธได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์มากกว่า 200 คน ที่ทางการอิสราเอลจับกุมไว้เป็นข้อแลกเปลี่ยน รวมถึงชาวเยอรมันซ้ายจัดอีก 2 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ในเยอรมนีด้วย
หลังจากใช้เวลาในการเจรจาอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลา 1 วัน กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ และตัวประกันทั้งหมด ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เดินทางไปยังเมืองเฟอร์สเทนเฟลด์บรัค
โดยมีการให้สัญญาว่า กลุ่มติดอาวุธจะได้ขึ้นเครื่องบินและเดินทางไปยังประเทศอาหรับแห่งหนึ่งอย่างปลอดภัย แต่หน่วยแม่นปืนที่สนามบิน ได้ยิงใส่ในขณะที่กลุ่มติดอาวุธและตัวประกันกำลังจะขึ้นเครื่องบินของสายการบินลุฟต์ฮันซ่า ซึ่งกลุ่มติดอาวุธได้ตอบโต้ด้วยการขว้างระเบิดเข้าใส่ตัวประกัน และระเบิดเฮลิคอปเตอร์ทิ้งไป 1 ลำ เมื่อการปะทะกันสิ้นสุดลง ตัวประกันได้เสียชีวิตพร้อมกับกลุ่มติดอาวุธอีก 5 คน และตำรวจเยอรมันเสียชีวิต 1 นาย
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------



