
กลุ่มตาลีบันขู่สังหาร'เจ้าชายแฮร์รี่'
กลุ่มตาลีบันขู่ลักพาตัว-ลอบสังหาร 'เจ้าชายแฮร์รี่' ระหว่างปฏิบัติภารกิจนักบินอาปาเช่ในอัฟกานิสถาน
11 ก.ย.55 เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ของอังกฤษ รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ ตาลีบัน ในอัฟกานิสถานได้ประกาศว่า จะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มี สังหารหรือลักพาตัวเจ้าชายแฮร์รี่ พระโอรสองค์ที่สองของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และเป็นคำขู่ที่เกิดขึ้นในเวลา4 วัน หลังจากเจ้าชายแฮร์รี่เสด็จเยือนจังหวัดเฮลมาน ของอัฟกานิสถาน
นายซาบิฮัลลาห์ มูญาฮิด โฆษกของกลุ่มตาลีบัน ได้ยืนยันผ่านทางโทรศัพท์ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ส จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยว่า เจ้าชายแฮร์รี่ พระชนมายุ 27 ชันษา ทรงเป็นหนึ่งในเป้าหมายอันดับต้น ๆ และได้แจ้งไปยังเหล่าผู้บัญชาการทุกคนในจังหวัดเฮลมาน ให้ทำทุกวิถีทางเท่าที่จะเท่าที่จะทำได้ ในการลักพาตัว หรือลอบสังหารพระองค์ ภายใต้ชื่อ "ยุทธการแฮร์รี่" แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่นอกเหนือจากนี้
เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 3 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษ และเพิ่งจะทรงรับบทบาทใหม่ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากมีภาพเปลือยของพระองค์ที่ลาส เวกัส แพร่
สะพัดออกมา พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในกองทัพอังกฤษ ในฐานะร้อยเอกแฮร์รี่ เวลส์ และทรงเคยปฏิบัติภารกิจควบคุมและสั่งการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธในอัฟกานิสถานครั้งแรก เมื่อปี 2551 เป็นเวลา 10 สัปดาห์ แต่ภารกิจของพระองค์ ต้องสิ้นสุดลงก่อนกำหนด เนื่องจากการปิดข่าวที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องพระองค์ ในขณะที่อยู่ในแนวหน้าเกิดรั่วไปตามเว็บไซท์ต่างประเทศ ทำให้พระองค์ต้องเสด็จกลับอังกฤษ แต่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะเสด็จกลับไปปฏิบัติภารกิจอีก ในฐานะนักบินอาปาเช่
กระทรวงกลาโหม ระบุว่า อันตรายจากคำขู่เอาชีวิตของเจ้าชายแฮร์รี่ในอัฟกานิสถาน น้อยกว่าความเสี่ยงขณะอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ พระองค์เสด็จเยือนอัฟกานิสถานอย่างลับ ๆ ท่ามกลางความมืดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อร่วมกับหน่วยอาปาเช่ ซึ่งมีอัตราถูกสังหารสูงที่สุดในสงคราม ขณะที่พระองค์ทรงมีกำหนดต้องเข้าร่วมภารกิจที่แคมป์ เบสชั่น ในอัฟกานิสถาน เป็นเวลา 4 เดือน โดยจะทรงประจำตำแหน่งนักบินร่วมในเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ ซึ่งหมายถึงว่า พระองค์จะทรงต้องใช้อาวุธปืนด้วย
เจ้าชายแฮร์รี่ เสด็จถึงแคมป์ เบสชั่น ในอัฟกานิสถาน ซึ่งจะต้องทรงร่วมภารกิจกับกองร้อยทหารม้า 662 กรมอากาศยานทหารบกที่ 3 หลังทรงเผชิญเรื่องอื้อฉาวที่ลาส เวกัส เมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน ซึ่งถูกระบุว่า พระองค์ทรงเล่นเกมส์เปลื้องผ้าเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ภายในห้องสูทราคาคืนละ 5,100 ปอนด์ ของโรงแรมหรู เอ็นคอร์ วินน์
สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงถูกส่งไปยังสมรภูมิแล้ว และเจ้าฟ้ชายชาร์ลส ทรงพอพระทัยในภารกิจของพระโอรส ขณะที่กระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า คำขู่ลอบสังหารไม่ได้ทำให้ทหารอื่น ๆ ที่จังหวัดเฮลมาน ตกอยู่ในความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
แฉ!กลุ่มตาลีบันใช้โซเชียลมีเดียหลอกล้วงข้อมูลทหาร
หนังสือพิมพ์ เดลี่ เทเลกราฟ ของออสเตรเลีย รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธตาลีบันในอัฟกานิสถานได้ปลอมตัวเป็นสาวสวยในเฟ้ซบุ๊ค เพื่อพยายามหาทางตีสนิททางออนไลน์กับพวกทหาร ก่อนจะล้วงข้อมูลลับที่สำคัญ
ทหารออสเตรเลียและทหารในกองกำลังผสม ต่างได้รับคำเตือนจากรัฐบาลออสเตรเลีย ให้ระวังเทคโนโลยี "จีโอ-แท็ก" ที่สามารถสะกดรอยตามจากข้อความที่โพสต์ หรือภาพที่ถูกอัพโหลด ซึ่งจะทำให้ศัตรูสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน ที่ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ในประกาศของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่มีชื่อว่า "เดอะ รีวิว ออฟ โซเชียล มีเดีย แอนด์ ดีเฟนซ์" หรือ การตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์และการป้องกัน พบว่า บุคลากรเกิดความผิดพลาดในการใช้ความสามารถในการพินิจพิเคราะห์การรักษาความปลอดภัย ที่พวกเขาพึ่งพาการตั้งค่าเพื่อรักษาความเป็นตัวส่วนเพื่อปกป้องข้อมูลลับ จากการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์ ซึ่งด้วยเหตุนี้ อาจทำให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ของทหารเหล่านี้ตกอยู่ในความเสี่ยง และส่งผลต่อภารกิจด้วย
ในคำเตือนระบุด้วยว่า พวกที่ใช้สื่อออนไลน์และศัตรู อาจสร้างโพรไฟล์ปลอมเพื่อหลอกเอาข้อมูล เช่น พวกตาลีบันจะใช้ภาพของผู้หญิงสาวสวย มาตั้งโพร์ไฟล์หลอกลวงในเฟ้ซบุ๊ค และหาทางตีสนิทกับทหาร และพบว่า ทหารส่วนใหญ่ในหน่วย 1577 ของออสเตรเลีย ที่ถูกสำรวจในเรื่องนี้ ต่างไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ศัตรูอาจปลอมตัวเป็นเพื่อนสมัยเรียน หรือสาวสวยมาล่อลวง จึงได้มีการแนะนำให้แจ้งต่อครอบครัวและเพื่อนของทหารเหล่านี้ ได้ทราบถึงอันตรายจากการแชร์ข้อมูล เช่น ชื่อ ตำแหน่งและที่อยู่
มีรายงานว่า ทหารออสเตรเลีย 3 นาย ถูกสังหารโดยทหารอัฟกันที่ได้รับการฝึกเมื่อช่วงต้นเดือน การพัฒนาระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคในอัฟกานิสถาน รวมทั้ง ระบบไวไฟ ยิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพวกตาลีบัน ในการมียุทธวิธีต่อสู้เพิ่ม ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความวิตกของกองทัพ และเพื่อรักษาความปลอดภัย ทำให้ทหารบางหน่วยถูกห้ามการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเด็ดขาด
--------------------------------------
(ที่มาข่าว : http://www.dailymail.co.uk/news/article-2201020/Prince-Harry-Taliban-threat-kidnap-kill-him.html)



