
อยุธยาอ่วม!ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ
ชาวบ้านเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา พากันเก็บของอลหม่านหลังจากระดับน้ำสูงขึ้นเมื่อกลางดึก ป้องกันมั่นใจระดับน้ำทรงตัวหากฝนไม่ตก อีกที่ฝนตกหนักชายแดนตาก น้ำเมยสูงขึ้นอีก ชาวพม่าเตรียมหนีน้ำ 'น้ำน่าน'สูงขึ้นมากเฝ้าระวังน้ำยมล้นตลิ่งบางระกำ
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก 40-60 ซ.ม.และน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมหลายพื้นที่ ในเขต อ.บางบาล ที่ ต.บางหลวงโดด บางชะนี บ้านกุ่ม ทางช้าง บ้านคลัง มหาพราหมณ์ บางบาล และสะพานไทย รวม 8 ตำบล ที่ อ.เสนา ได้แก่ ต.หัวเวียง บ้านกระทุ่ม บ้านแพน บ้านโพธิ์ รวม 4 ตำบล และที่ อ.ผักไห่ ได้แก่ ต.กุฎี ท่าดินแดง ตาลาน นาคู ลาดชิด รวม 5 ตำบล ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเป็นบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา โดยส่วนใหญ่มีการยกพื้นบ้านสูงขึ้นแล้ว แต่ไม่ทันได้เก็บข้าวของที่อยู่ข้างล่าง และระดับน้ำที่สูงขึ้นได้ไหลเข้าท่วมถนนที่ใช้สัญจรไปมาในหมู่บ้าน มีระดับน้ำสูงกว่าผิวถนนประมาณ 40-60 ซ.ม. ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำ
ส่วน ที่ อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำที่สูงขึ้นได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมถนน และบริเวณพื้นที่ ต.บ้านใหม่ และ ต.ภูเขาทอง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ โดยมีระดับน้ำเหนือผิวถนนในหมู่บ้าน 50-70 ซ.ม. ชาวบ้านหลายครอบครัวมีอาชีพจักสานปลาตะเพียน และแกะสลัก ต้องเร่งเก็บวัสดุขึ้นที่สูง และขณะนี้วัตถุดิบในการผลิตงานจักสาน และแกะสลักเริ่มไม่มีแล้ว เนื่องจากทางต้นทางไม่ส่งให้ เพราะเกรงน้ำจะท่วม
นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในวันที่ 11 ก.ย.นี้เป็นมวลน้ำจากทางเหนือที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนไปก่อนหน้าแล้ว ในเส้นทางที่น้ำจะไหลผ่าน นอกจาก 4 อำเภอ คือ บางบาล เสนา ผักไห่ และพระนครศรีอยุธยา ยังมี อ.บางไทร และ อ.บางปะอิน ซึ่งอยู่ในเส้นทางน้ำ โดยระดับน้ำจะล้นตลิ่งประมาณ 20-30 ซ.ม.เท่านั้น
จากการประสานกับทางสำนักงานชลประทานที่ 12 ทราบว่าน้ำที่เอ่อล้นนั้นเป็นเพราะทางชลประทานระบายน้ำที่ 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้น้ำสูงขึ้นอยู่ที่ 30 ซ.ม.เป็นส่วนใหญ่ และภายใน 3 วันนี้หากไม่มีฝนตก และทางชลประทานเบาการระบายน้ำ หรืออาจจะควบคุมอยู่ที่ระดับนี้ ก็จะไม่มีอะไรน่าห่วง อย่างไรก็ตามก็คงต้องจับตาปัจจัยเรื่องฝนเป็นหลัก ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องความเสียหาย
ฝนตกหนักชายแดนตาก น้ำเมยสูงขึ้นอีก ชาวพม่าเตรียมหนีน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเมย ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนของจังหวัดตากคือ อำเภอแม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง และอำเภอพบพระ เริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้บรรดาท่าขนส่งสินค้าและรับผู้โดยสาร ต่างขนย้ายสิ่งของไปไว้ยังพื้นที่สูง เพราะเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมขึ้นมาอีก เนื่องจากระยะนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำตามลำห้วย ลำเหมือง และจากพื้นที่สูง ได้ไหลลงสู่แม่น้ำเมย จึงมีระดับน้ำสูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย - พม่าต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้เรือสัญจรไปมา ต้องเป็นเรือโดยสารค่อนข้างใหญ่
น้ำน่านสูงขึ้นมากเฝ้าระวังน้ำยมล้นตลิ่งบางระกำ
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในลุ่มน้ำยม เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมทางตอนเหนือยังคงมีจำนวนมาก ทั้งที่อ.วังชิ้นจ.แพร่ ที่อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัยน้ำไหลผ่าน 1,038 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้มีการผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์เข้าสู่คลองหกบาท และลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองเมม ในอัตรา 211 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้วันนี้พื้นที่ ต.หนองแขม ต.พรหมพิราม ต.ท่าช้าง ระดับน้ำท่วมเริ่มขยายวงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับที่ ม.9 บ้านตะแบงาม ต.ชุมสงสงคราม อ.บางระกำ
นายบรรดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่อ.บางระกำ โดยเฉพาะชุมชนริมฝั่งแม่น้ำยมในเขตเทศบาลบางระกำนั้น ณ วันนี้น้ำยังไม่ล้นตลิ่ง แม่น้ำยมสูง 6.98 เมตร น้ำไหลผ่าน 366 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่คาดว่าในอีก 4-5 วัน น้ำทางเหนือจากจ.สุโขทัยจะเดินทางมาถึงและจะประสบปัญหาวิกฤติล้นตลิ่ง ขอให้ประชาชนเตรียมเก็บสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงด้วย ขณะนี้ชลประทานกำลังเร่งระบายน้ำในคลองบางแก้ว และแม่น้ำยม ออกสู่แม่น้ำน่านผ่านคลอง DR 2.8 และคลอง DR 15.8 เพื่อรอรับน้ำยมที่กำลังเดินทางมาถึง
ขณะที่ แม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านเมืองพิษณุโลกขณะนี้ ได้ไต่ระดับสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนกันยายน 2555 ที่ทรงตัวที่ระดับ 2-3 เมตร วันที่ 11 กันยายน 2555 ที่สถานีวัดระดับน้ำ N5A เชิงสะพานเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลก แม่น้ำน่านอยู่ที่ 5.48 เมตร เป็นระดับที่สูงมากที่สุดในปีนี้ มีน้ำไหลผ่าน 484 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากฝนตกท้ายเขื่อนมากที่จ.อุตรดิตถ์ สถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าห่วง
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับระดับน้ำน่านเมื่อกันยายน 2554 ที่เคยสูงเกือบล้นตลิ่งที่ระดับ 10 เมตร ขณะนี้ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ จากเดิมที่เคยระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 6-8 ล้านลบ.ม. ได้ปรับแผนลดการระบายน้ำลงเหลือวันละ 2 ล้านลบ.ม. ไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2555 เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำกักเก็บ 5,867 ล้านลบ.ม. หรือ 61 % ของความจุ มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 53 ล้านลบ.ม. ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก มีน้ำกักเก็บ 462 ล้านลบ.ม. หรือ 49.29 % ระบายน้ำในอัตราเท่าเดิมวันละ 1.7 ล้านลบ.ม.
น้ำป่าแม่วงก์หลากทำน้ำท่วมเมืองอุทัยธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากอุทยายแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ที่หลากมาตามแม่น้ำตากแดด ผ่าน อ.สว่างอารมณ์ อ.ทัพทัน และอ.เมือง จ.อุทัยธานี ได้เอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรในหมู่บ้านบุญลือ ต.หนองไผ่แบน ,บ้านจักษา ,บ้านวังสาธิต ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี โดยระดับน้ำได้เอ่อท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านก่อนเข้าท่วมนาข้าว ระดับน้ำยังคงท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ระบายจากเขื่อนวังร่วมเกล้า ยังคงมีปริมาณมาก และไหลหลากลงสู่แม่น้ำสะแกกรังผ่านตัวเมืองอุทัยธานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดวันนี้ที่ผ่านจนถึงเช้าวันนี้ ระดับสูงขึ้นกว่า 50 เซนติเมตรแล้ว
ลำชีชัยภูมิทะลักท่วม 2 หมู่บ้านถูกตัดขาด สั่งปิด รร. 1 แห่ง นาข้าวจมกว่า 2 พันไร่
สถานการณ์น้ำท่วมจากต้นกำเนิดแม่น้ำชี ที่ อ.หนองบัวแดง เกิดทะลักล้นตลิ่งสูงกว่า 1.5 เมตร ลงมาต่อเนื่องในเขตอำเภอใกล้เคียง ผ่าน อ.หนองบัวระเหว มาตั้งแต่กลางดึกวานนี้ ทำให้มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.5 เมตร ได้รับเสียหายหนักใน 2 ตำบล คือ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว 3 หมู่บ้าน คือ บ้านห้วยไฮและบ้านโคกยาว ถูกน้ำท่วมปิดล้อมทางเข้าออก ทั้ง 2 หมู่บ้านจนไม่สามารถนำรถทุกชนิดสัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้แล้ว และยังหลากขยายวงเข้าท่วมบ้านหนองกองแก้ว สูงอีกกว่า 70 ซม. จนโรงเรียนต้องสั่งปิดชั่วคราวไว้ก่อนอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าน้ำจะลด ซึ่งยังมีระดับน้ำท่วมสูงขึ้นต่อเนื่องทุกระยะในขณะนี้ และมีเนื้อที่การเกษตรนาข้าวถูกท่วมเสียหายไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ ส่วนที่ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหวน้ำท่วมเสียหาย 3 หมู่บ้าน คือบ้านละหานค่าย บ้านแจ้งใหญ่ และบ้านตะลอมไผ่ เนื้อที่นาข้าวเสียหายอีกกว่า 1,000 ไร่
ระดับลำน้ำชีที่ทะลักไหลผ่านจาก อ.หนองบัวระเหว ยังหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอใกล้เคียง ต่อมาที่อ.บ้านเขว้า เข้าท่วมในเขต ต.ชีบน เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน อีก 2 หมู่บ้าน ที่บ้านหนองอ้อ และบ้านวังกำแพง ระดับน้ำสูงกว่า 60 ซม.แล้ว ซึ่งน้ำยังหลากท่วมถนนสายเชื่อมระหว่างหมู่บ้านหนองอ้อ-วังกำแพง เป็นทางยาวอีกกว่า 300 เมตร จนขณะนี้ทาง อบต.ต้องประกาศปิดห้ามใช้เส้นทางนี้เพราะรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้แล้ว และเสี่ยงจะเกิดอันตรายจากน้ำชีทะลักเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องได้ทุกระยะขณะนี้ด้วย



