ข่าว

'เบลบอย'ลักเอทีเอ็มใช้หนี้นอกระบบ

'เบลบอย'ลักเอทีเอ็มใช้หนี้นอกระบบ

11 ก.ย. 2555

'เบลบอย'ลักเอทีเอ็ม..ใช้หนี้นอกระบบ : ตะลุยข่าวโดยศุภกร อรรคนันท์

           คนที่ตกเป็นเหยื่อ “เงินกู้นอกระบบ” ย่อมรู้อยู่แก่ใจตัวเอง หากไม่สามารถนำเงินมาใช้หนี้ให้ได้ตามวันเวลากำหนดจะต้องได้รับบทเรียนจากคนทวงหนี้เช่นใด!!
 
            เช่นเดียวกัน นายรังสิมันต์ แสงวรนุช อายุ 28 ปี หนุ่มใหญ่พนักงานเบลบอยของโรงแรมซิติน ลอฟท์ ซอย 12 ถนนพัทยากลาง หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเขาหลงผิดตกเป็นเหยื่อลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ทำให้เงินเดือนรวมกับทิป ซึ่งเป็นหยาดเหงื่อจากการทำหน้าที่ยกกระเป๋าให้ลูกค้าที่มาพักในโรงแรมในแต่ละวันแต่ละเดือนไม่เพียงพอกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่เขาจะต้องนำไปใช้หนี้ในแต่ละวัน และเมื่อไม่มีหนทางที่จะหาเงินมาใช้หนี้อย่างถูกต้องไม่ได้ ทางเลือกผิดๆ จึงถูกนำมาแอบแฝงใช้กับอาชีพที่เขาทำอยู่ทุกวัน
 
            กลางดึกของวันที่ 2 กันยายน นางลักษณ์ แสงสี อายุ 38 ปี ชาวพิษณุโลก ซึ่งเป็นแขกของโรงแรมได้เช็กอินเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้มาหลายวันแล้ว ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วีระวุฒิ มีไล้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาว่า บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ จำกัด และบัตรประชาชน ซึ่งเก็บไว้ในห้องพักของโรงแรมได้หายไป และเมื่อตรวจสอบกับทางธนาคารพบว่าเงินสด 6 หมื่นบาทได้หายไปจากบัญชี
 
            "ฉันเดินทางจาก จ.พิษณุโลก เพื่อมาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา และได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้ออกไปท่องราตรี เมื่อกลับมาห้องพัก จึงพบว่าบัตรเอทีเอ็มได้หายไป และเงินในบัตรเอทีเอ็มหายไปด้วย" นางลักษณ์ให้ปากคำต่อตำรวจ
 
            หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกพนักงานโรงแรมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเวลานั้นมาสอบสวนทุกคน รวมทั้งนายรังสิมันต์ ซึ่งเข้าเวรทำหน้าที่พนักงานยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องพักให้แก่ลูกค้าด้วย แต่นายรังสิมันต์ยังปากแข็งให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
 
            กว่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่สามารถบันทึกภาพ นายรังสิมันต์ แอบใช้กุญแจสำรองเข้าไปไขเปิดประตูห้องพักระหว่างที่ นางลักษณ์ ออกไปทำธุระนอกโรงแรม และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับโรงแรม พบภาพนายรังสิมันต์กำลังกดเงินอยู่ ทำให้เชื่อได้ว่า นายรังสิมันต์ เป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน
 
            กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 3 กันยายน ร.ต.อ.สมชาย ชัยคณานุกูล รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงสามารถติดตามจับกุมตัวนายรังสิมันต์ มาสอบสวนและตรวจค้นในตัวพบของกลางบัตรประชาชนระบุชื่อ นางลักษณ์ แสงสี และบัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ จำกัด ระบุชื่อนางลักษณ์ แสงสี เช่นเดียวกัน พร้อมของกลางเงินสด 10,260 บาท
 
            ท้ายที่สุด นายรังสิมันต์ ยอมจำนนด้วยหลักฐาน รับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยนำกุญแจสำรองเข้าไปเปิดห้องเพื่อขโมยทรัพย์สิน พร้อมนำบัตรเอทีเอ็ม และบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปซ่อนไว้ก่อน เมื่อออกเวรไปแล้วจึงนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินที่มีอยู่ในบัญชีออกมา
 
            "ผมสุ่มกดรหัสบัตรเอทีเอ็มจากบัตรประชาชนของผู้เสียหาย ซึ่งมีทั้งเลขที่บัตรประชาชน เลขวันเดือนปีเกิด โดยสุ่มกดปี พ.ศ.เพียงครั้งเดียวก็สามารถกดเงินออกมาได้จำนวน 6 หมื่นบาท” นายรังสิมันต์รับสารภาพ
 
            จากนั้น นายรังสิมันต์ ก็นำเงินที่ได้ไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ ส่วนที่เหลือนำไปซื้อแท็บเล็ต  และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 4 จำนวน 1 เครื่อง โดยนำไปเก็บไว้ที่บ้านพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาตัวไปตรวจสอบและตรวจยึดของกลางทั้งแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ
 
            หลังสอบสวนแม้ว่าผู้เสียหายจะไม่เอาเรื่อง เพราะเกิดความสงสารเนื่องจากนายรังสิมันต์ กระทำไปด้วยความจำเป็น จากแรงจูงใจที่ทำให้เขาหลงผิดจนนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นเพราะถูกกดดันต้องหาเงินมาใช้หนี้นอกระบบที่เข้าตกเป็นเหยื่อนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ ต้องถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

........

(หมายเหตุ : 'เบลบอย'ลักเอทีเอ็ม..ใช้หนี้นอกระบบ : ตะลุยข่าวโดยศุภกร อรรคนันท์)