
ศึกผู้ว่าฯกทม.เริ่มแล้ว
ศึกผู้ว่าฯกทม.เริ่มแล้ว: ประชาธิปไตยฯที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ในฐานะคนที่สนใจเรื่องการเมืองในระดับเมือง ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษสำหรับข่าวความเคลื่อนไหวของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาถึง…
ในประมาณ "ปีหน้า"…วู้ฮู้…ปีหน้า ครับ ปีหน้า
จะตื่นเต้นอะไรกันขนาดนั้น ???
อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องที่เราได้สนใจไปแล้ว และในส่วนที่เรายังไม่ได้สนใจ ซึ่งก็คงจะทยอยพูดเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ วันละเล็กละน้อย
แต่กระนั้นก็ตาม ขอเสนอภาพรวมก่อนว่า ขณะนี้บรรยากาศในเรื่องของการเตรียมตัวเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีทั้งประเด็นที่น่าสนใจและประเด็นที่น่าหนักใจเช่นกัน
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ อย่างน้อยพรรคการเมืองพรรคใหญ่สองพรรคได้แสดงความสนใจในการส่งผู้แทนลงอย่างจริงจัง และสื่อมวลชนก็ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง
แต่ช้าก่อน…ต้องตั้งหลักให้ดีว่าสื่อสนใจปัญหา กทม.หรือไม่? หรือสนใจแต่ข่าวความขัดแย้ง-แข่งขันระหว่างพรรคใหญ่เพื่อแย่งชิงพื้นที่เมือง
ฟันธงเลยครับว่าชาตินี้และชาติหน้าเรื่องผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่มีประเด็นอะไรมากกว่านี้ เพราะว่าถ้าลองพิจารณาดูดีๆ หน้าข่าว กทม.เองก็ไม่ค่อยเป็นที่สนใจในสื่ออยู่ดี
ประเด็นเหล่านี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่กระแสสังคมควรจะต้องติดตามด้วย ไม่ใช่แค่สนใจว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.
เพราะคนคนเดียวแก้ปัญหา กทม.ไม่ได้หรอกครับ ยิ่งถ้าสังคมไม่มีความชัดเจนว่าปัญหา กทม.คืออะไรด้วยแล้ว การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็จะเป็นเรื่องของการแข่งขันเรื่องภาพลักษณ์ และคำสัญญาที่ว่างเปล่า และจะบอกให้ว่า โคตรประชานิยมมากกว่าการเมืองระดับชาติเสียอีก (อย่าบอกว่าคนรวยเท่านั้นที่ทำหรือมีสิทธิอ้างประชานิยมได้)
เรื่องเหล่านี้ยังน่าหนักใจอยู่ แม้ว่าในรอบนี้จะมีความน่าสนใจว่าเรื่องราวของการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องหลัก แต่เอาเข้าจริงจนถึงวันนี้ก็ยังคงน่าหนักใจว่า ถ้าเราสนใจเรื่องน้ำมากจนเกินเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้จะเน้นไปที่การหวังผลทางการเมืองมากจนเกินไปหรือเปล่า
เอาเข้าจริงก็อาจเกิดประเด็นท้าทายในด้านกลับได้ด้วย เพราะประเด็นเรื่องน้ำท่วมตอนนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องแค่การบริหารจัดการกับเทคโนโลยี
แต่สิ่งที่ขาดไปมากๆ เลยก็คือ การแก้ปัญหาน้ำในมุมของความเปลี่ยนแปลงในเชิงทัศนคติของคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อผู้คนรอบกรุงเทพฯ
ประเด็นก็คือ การที่น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ นั้นควรจะถูกมองว่าเป็นความสำเร็จของการแก้ปัญหาน้ำท่วมจริงหรือไม่? หรือเราจะต้องพิจารณาด้วยว่า ถ้ากรุงเทพฯ ไม่ท่วมแล้วคนอื่นๆ ท่วมจะถือว่าเป็นความสำเร็จไหม?
คำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องน้ำท่วมนั้นจึงอาจจะต้องเป็นคำถามที่ต้องถามทั้งสองพรรคและผู้สมัครอิสระว่า ตกลงกรุงเทพฯ นั้นเป็นของใคร? ?และเป็นไปได้ไหมว่าอย่างน้อยในกรณีของกรุงเทพฯ นั้น การแบกรับทุกข์ของคนอื่นเพิ่มขึ้นก็จะทำให้กรุงเทพฯ นั้นน่าอยู่และเป็นของทุกคนมากขึ้น เพราะคนจำนวนมากก็มีส่วนทำให้กรุงเทพฯ มั่งคั่งใช่ไหม? อาทิมาเป็นแรงงาน หรือผลิตสินค้าจากท้องถิ่นและส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ
ผมล่ะกลัวว่าประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงในปีหน้าจะสำคัญกว่าเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำแบบที่เข้าอกเข้าใจ แบ่งรับแบ่งทุกข์กันของคนในประเทศในเดือนนี้เดือนหน้าน่ะสิครับ



