
ธรรมเนียม'คอร์รัปชั่น'
ธรรมเนียม'คอร์รัปชั่น' : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
หากพูดถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็คงไม่กล้ากระดิกหรอก
น่าตกใจกับผลวิจัยของเอแบคโพลล์ ที่สำรวจความเห็นข้าราชการพบว่า ถ้านักการเมืองคอร์รัปชั่นแล้วตัวเองได้ประโยชน์ด้วยก็ยอมรับได้ เหมือนๆ กับผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ที่มีความเห็นคล้อยตามในทำนองนี้เช่นกัน
ผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นมีความสัมพันธ์กับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
ถ้าข้าราชการประจำคล้อยตามหรือคอยรับใช้นักการเมืองหรือร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยแล้ว ก็จะได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานดี นั่งเก้าอี้ที่มีผลประโยชน์มหาศาล
เมื่อนักการเมืองคอร์รัปชั่น ข้าราชการประจำก็กินตามน้ำไป เรียกว่าหากล่มหัวจมท้ายก็จะสุขสบายกันถ้วนหน้า
รัฐบาลกำลังถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น หัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง มีการปรับเปลี่ยนพวกที่ใกล้ชิดรัฐบาลเข้ามารับหน้าที่
กรณีของ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ไปนั่งเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะดันเข้าไปตรวจสอบทุจริตในหลายโครงการที่ส่อเค้าว่ามีนักการเมืองไปกระทำผิด
การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงล่าสุดก็ไปสอดคล้องกับงานวิจัยของเอแบคโพลล์พอดี
ที่จริงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ได้กลายเป็นวัฒนธรรมของระบบราชการไทยไปแล้ว และเป็นส่วนสำคัญเสียด้วย การติดต่อราชการไม่ว่าการขออนุญาตในลักษณะต่างๆ หรือที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการอนุมัติ ล้วนต้องมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนทั้งสิ้น
ภาคธุรกิจเข้าใจดีเพราะทุกโครงการจะต้องเสียเงินใต้โต๊ะเป็นธรรมเนียม ชาวบ้านก็ถูกรีดไถไม่เว้นต่างกันตรงที่จำนวนผลประโยชน์ที่ไม่เท่ากัน
หน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตทั้งข้าราชการและนักการเมือง เช่น ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.ถูกแทรกแซง มีการวิ่งเต้น ที่สำคัญการพิจารณาคดีมีความล่าช้าไม่ทันกับความเสียหาย เลยดูเป็นพวกอ่อนเปลี้ยเสียขาไป
เมื่อกลไกการตรวจสอบคอร์รัปชั่นใช้ไม่ได้ รัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ปัญหาก็จะกัดกินจนสุดท้ายก็เหลือแต่กระดูกเน่าๆ
ถ้าเปรียบประเทศเป็นคน ถึงตอนนี้ตับ ไต ไส้ พุง เครื่องใน ถูกเจาะ ถูกแทะจนเน่าหมดแล้ว
ประเทศไทยถ้าพูดว่าเหลือแต่เปลือกก็คงไม่ผิด เรากำลังจะล้าหลังและกลับไปเป็นประเทศด้อยพัฒนาอีกครั้งในอีกไม่นานนี้!!



