
เชื่อคำสั่งศาลปค.ไม่กระทบโผทหาร
วิทวัส เผยโผทหารถึงมือเลขาฯครม.แล้ว เชื่อศาลปกครองรับคำร้องของ "เสถียร" ไม่มีผล ขณะที่ ปชป. ยังไม่เคาะตัวลงชิงผู้ว่าฯกทม. รอ 14 ก.ย. วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนการทำงานที่ผ่านมา ด้าน "กรณ์" ยังอุบลงชิงเอง เชื่อพรรคเลือกคนที่ทำประโยชน์ให้คนกทม.มากที่สุด
10ก.ย.2555 พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2555 ว่า ขณะนี้บัญชีโยกย้ายนายทหารอยู่ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งขั้นตอนต่อไปทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยและเสนอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนจะใช้ระยะเวลานานเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี
สำหรับกรณีที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหมยื่นฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมต่อศาลปกครอง เนื่องจากถูกแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมจะมีผลต่อบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำหรือไม่นั้นคงไม่มีผล เพราะการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารประจำปี ตามพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 นั้นถือว่าครบองค์ประชุม และครบถ้วนทุกประการแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการประชุมของคณะกรรมการฯอาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขัดมาตรา 157 เนื่องจากไม่มี พล.อ.เสถียรเข้าร่วมการประชุม พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า นายองอาจคงไม่รู้จริง เพราะคณะกรรมการฯ มีอำนาจในการออกแนวทางการประชุม การที่พล.อ.เสถียรจะเข้าหรือไม่เข้าร่วมการประชุมนั้นทางคณะกรรมการฯได้หารือกัน และมีมติไม่เชิญผู้ที่มีปัญหาคือ พล.อ.เสถียร เข้าร่วมประชุม และขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งทางกฎหมาย ตนในฐานะผู้รักษาราชการแทน แม้จะมีอำนาจเต็มทุกประการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเลยขอเป็นมติไม่ต้องเข้าร่วมประชุม
“หากศาลปกครองจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะการประชุมของคณะกรรมการฯนั้นถือว่าครบองค์ประชุม แม้จะไม่มีพล.อ.เสถียรหรือผมเข้าร่วมการประชุม ก็สามารถประชุมได้ เนื่องจากเป็นมติที่ประชุมที่รองรับการปฏิบัติ อย่างไรก็ตามถึงแม้ศาลปกครองจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาก็ไม่มีผลย้อนหลังในการพิจารณาบัญชีรายชื่อโยกย้ายแต่อย่างใด เพราะธรรมดาแล้วผลของการตัดสินของศาลไทยจะไม่มีผลย้อนหลัง” พล.อ.วิทวัส กล่าว
รายงานข่าวแจ้งข่าวว่า คาดว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งในสัปดาห์นี้
ปชป.ยังไม่เคาะตัวลงชิงผู้ว่าฯกทม.
เมื่อเวลา 16.30 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาค กทม.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานการประชุมกรรมการอำนวยการกิจการ กทม. โดยมีนายเฉลิม ชัยศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม.และผู้อำนวยการพรรค พร้อมด้วยส.ส.ภาคกทม. และบรรดารองผู้ว่าฯกทม. อาทิ แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชวรกิจ นายธีรชน มโนมัยพิบูลย์ ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการกิจการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตัวแทนของสาขาพรรค สก. สข. ส.ส.กทม.และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยที่ประชุมหารือถึงเรื่องการทำงานของกรุงเทพมหานคร และนโยบายเร่งด่วนที่จำเป็นต้องดำเนินการในช่วงนี้จนถึงช่วงหมดวาระของผู้ว่าราชการ กทม. เช่น การป้องกันน้ำท่วมโดยประสานกับส.ส.ในพื้นที่กทม. เขตต่างๆ และการประเมินผลงาน นโยบายที่ผ่านมาที่สำเร็จที่เป็นจุดแข็งแต่ถูกพรรคเพื่อไทยนำมาโจมตี อาทิ อุโมงค์ระบายน้ำ ทางลอดข้ามแยก เพื่อตอบสนองความต้องการของคน กทม. โดยที่ประชุมวันนี้ยังจะไม่มีการพูดถึงตัวบุคคลว่า พรรคจะส่งใครจะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ติดภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการนัดประชุมร่วมกับกก.บห.อีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย.
นายกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึงตัวผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคโดยในวันศุกร์ที่ 14 ก.ย.นี้จะมีพูดคุยเรื่องนี้ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้ไปดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว และจะมีการรายงานให้ที่ประชุมรับทราบต่อไป ส่วนกรณีที่มีชื่อตนเป็นแคนดิเดทในการลงชิงตำแหน่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น ตนเคยพิจารณาในเรื่องนี้ตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้วว่าตัดสินใจว่าจะทำงานในระดับชาติด้วยการเป็น ส.ส.และยึดหลักการนี้มาตลอด แต่วันนี้หากถามว่าจะไปทำงานในระดับผู้ว่ากทม.หรือไม่นั้น ก็ต้องอยู่ที่มติคณะกรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตามตนเป็น ส.ส.กทม.มา 2 สมัย มีความคุ้นเคยกับชาวกทม.และพร้อมที่จะสนับสนุนบุคคลของพรรคที่จะลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ต่อไป
“ผมเชื่อว่าพรรคจะคัดเลือกบุคคลที่ทำงานเป็นประโยชน์ให้ คนกทม.มากที่สุด ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่าใครในพรรคก็สามารถทำงานให้คนได้กทม.ทั้งสิ้น อีกทั้งขณะนี้ตัวผู้สมัครยังอยู่ในกระบวนการก็ต้องพิจารณากันว่าใครจะเหมาะสม แต่หากจะพิจารณาก็คงต้องพิจารณาตัวบุคคลที่เป็นผู้ว่าฯคนเก่าก่อน คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.” นายกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะรองหัวหน้าพรรคคิดว่าผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคต้องเป็นคนเดิมหรือไม่นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าก็ไม่จำเป็นเพราะสถานการณ์ต้องขึ้นอยู่กับมติของกรรมการบริหารพรรคในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหากกรรมการบริหารพรรคมีการเคาะออกมาแล้วว่าให้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. นายกรณ์ กล่าวว่า ก็ต้องทำตามมติของพรรคเพราะพรรคเราเป็นพรรคประชาธิปไตยทำงานอย่างมีระเบียบวินัย



