ข่าว

'ประยุทธ์'สั่งระวังโจรใต้ลอบวางบึ้ม

'ประยุทธ์'สั่งระวังโจรใต้ลอบวางบึ้ม

10 ก.ย. 2555

'ประยุทธ์' สั่งระวังเข้มโจรใต้ลอบวางระเบิด วอนอย่าตำหนิทหาร ยันไม่ตั้งโต๊ะเจรจา ปัดนักการเมือง ช. กว้านซื้อที่ดินภาคใต้

                          10 ก.ย.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบใช้วิธีการวางกับระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตว่า ต้องกลับไปทบทวน เพราะการสู้รบมีหลายแบบทั้งการรุก รับ ร่น และถอย เขาพยายามหาทุกวิถีทางมาต่อสู้กับเรา ซึ่งเราใช้ทั้งวิธีการเดินทางทางรถ และการเดินลาดตระเวนทางพื้นดิน เมื่อเขารู้ว่าเราเดินจึงเอากับระเบิดมาวางให้เราเหยียบ ซึ่งป้องกันได้ยาก เพราะเขาวางไว้ตามพื้นดินในเส้นทางที่เราใช้ประจำ ทั้งนี้ตามหลักการรบจริง เราจะต้องไม่ใช้เส้นทางเดิม แต่เส้นทางการเดินทางไปวัดและโรงเรียนเป็นเส้นทางเก่า ไม่มีเส้นทางอื่นที่จะอ้อมได้ทำให้เกิดความเสี่ยง จึงได้สั่งการให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น ทุกคนต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นเป้าหมายที่มีความเสี่ยง และขอให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ และในเวลาที่มีความเสี่ยง เช่นช่วงฟ้ามืด ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรออกจากบ้าน

                          “เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเจ้าหน้าที่พยายามปรับการทำงานตลอดเวลา และพยายามลดปัญหา แต่เราไม่สามารถปฏิบัติการทางทหารได้เต็มที่ เพราะเราไม่สามารถประกาศเป็นพื้นที่สงครามได้ ถ้าประกาศ คิดว่าใครจะมาวางกับระเบิดลูกน้องผมไม่ได้ แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะติดหลายประการ ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ได้ ถ้าเทียบสัดส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจะเห็นว่าจำนวนเหตุการณ์เกิดขึ้นน้อยลง แต่อาจจะรุนแรง ดังนั้นขอให้ช่วยเจ้าหน้าที่ อย่าเพิ่งลงโทษเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า มีส่วนหนึ่งที่มุ่งหวังให้เกิดการแบ่งแยก แต่ไม่ได้มีจำนวนมาก คนพวกนี้พยายามเคลื่อนไหวให้ได้รับการสนับสนุน ทำให้ตนเองมีคุณค่า ได้เป็นผู้นำ พยายามจัดระเบียบในหมู่บ้านในพื้นที่ของเราในรูปแบบของเขาเอง โดยใช้วิธีการลักลอบก่อเหตุตลอดเวลา สิ่งที่เราควรยึดมั่นคือความอดกลั้นที่จะไม่ใช่ความรุนแรงในการโต้ตอบ และอดทน ผมต้องอดทนจากคำพูดจากสิ่งที่สื่อตำหนิเจ้าหน้าที่ แต่ผมไม่ได้ท้อแท้ เพราะท้อแท้ไม่ได้ ลูกน้องก็ท้อแท้ไม่ได้ ถ้าเราตำหนิเขาว่าทำงานไม่ได้ผล คิดว่าไม่เป็นธรรม” ผบ.ทบ. กล่าว

                          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการพูดคุยกับผู้ก่อความไม่สงบนั้น เราทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่จะมานั่งโต๊ะคุย คงจะต้องพูดคุยผ่านประชาชน ผู้นำท้องถิ่น เพราะคนพวกนี้รู้จักกันดี แต่อาจจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่เจ้าหน้าที่พร้อมให้ผู้หลงผิดเข้ามามอบตัวตามมาตรา 21 ของพรบ.ความมั่นคงฯ วันนี้ความไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้น แม้เราจะเปิดให้มอบตัว แต่เขายังมาจำนวนน้อย เพราะอาจจะกลัวความผิดทางคดี กลัวผู้บาดเจ็บสูญเสียแก้แค้น แต่เราเปิดโอกาสให้เขาตลอดเวลา ไม่ได้ไปไล่ล่าฆ่าเขา เพียงแต่กดดันให้เขาใช้อาวุธไม่ได้ให้เขาออกมามอบตัวและจำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของเขา และดูแลเรื่องการพัฒนาที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร

                          “ต้องเข้าใจว่าเราแก้ไขปัญหาหลายมิติ ไม่ใช่ด้วยกำลังรบอย่างเดียว ถ้าแก้ได้ก็จะเหมือนต่างประเทศคือการใช้กำลังเข้าไปสถาปนาพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยไม่ต้องสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่จากนั้นปัญหาก็ไม่ได้ยุติ ถ้าเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเราก็ต้องพยายามยุติปัญหาให้ได้ภายในประเทศของเรา ใช้ทุกยุทธศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ่ง 7 ปีที่เราดำเนินการมา มีความคืบหน้าไปตามแผนงานที่มีอยู่ การปลุกระดมชาวบ้านมีมาโดยตลอด ส่วนเราก็ไปสู้กับเขาไม่ให้แนวร่วมมีมากขึ้น ถ้าวันนี้เรายังหยุดเขาไม่ได้ เขายังมีจำนวนมากขึ้น เมื่อนั้นเขาจะเข้มแข็งและมีกองกำลังที่มากขึ้นนั้นคืออันตราย ผมเป็นทหารมา 36 ปี คงนึกออกว่าต้องทำอะไรบ้าง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัย โดยกำลังทหาร และสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันโดยการพัฒนา” ผบ.ทบ. กล่าว

                          เมื่อถามถึงกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและนักวิชาการได้เสนอแนะว่าควรใช้ประเทศที่เป็นกลางในการเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราพยายามแก้ปัญหาให้อยู่ในประเทศ การจะทำอะไรไม่จำเป็นต้องบอกให้คนรู้ทั้งโลก เรามีบทเรียน ลองไปศึกษาสมรภูมิประเทศที่เขาแยกประเทศออกไปแล้ว เรื่องการเจรจา ตนขอว่าอย่าถามตนมากนัก ถามว่าคนที่ต้องขอเจรจาควรเป็นคนกลุ่มไหน คนแพ้หรือคนชนะ คนได้เปรียบจะมาขอเจรจาหรือ ถามว่ามันควรที่เราจะไปเจรจากับเขาหรือ เราจะต้องใช้วิธีอื่นว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เขามีจำนวนมากขึ้น ภาคใต้มีคน 2 ล้าน ถามว่าที่เราดูแลให้ปลอดภัยได้มีจำนวนเท่าไหร่

                          เมื่อถามกรณี นักการเมืองตัวอักษรย่อ ช.ช้าง ที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล กว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นมี แต่อยากอธิบายเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีการข่มขู่ไล่ไทยพุทธออกจากพื้นที่และให้ขายที่ดินในราคาถูก ซึ่งจะมีคนฉกฉวยประโยชน์ตรงนี้ไปซื้อที่ดิน โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)หวังดีจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษานายกฯว่า ทำอย่างไรที่จะรับซื้อที่ดินที่ไม่ใช่ราคาสูง ให้เขาขายฝาก ดังนั้นอยู่ดีๆนาย ช.จะไปซื้อที่ดินได้อย่างไร คนที่จะขายที่จะมีคณะกรรมการทำงานในแต่ละจังหวัด หากมีปัญหาก็จะไปหาผู้ว่าราชการฯ โดยมีคนรับรองว่าเป็นที่เขาและเดือดร้อนจริงหรือไม่ เป็นการขายฝากดอกเบี้ยที่น้อยหรืออาจไม่มีเลย ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่โดยผ่านคณะกรรมการที่จะพิจารณาว่าควรซื้อไม่ซื้อ คงไม่เกี่ยวกับ นาย ช. ที่ไปกว้านซื้อตรงไหน ซึ่งการทำแบนนี้น่าเป็นการป้องกันนาย ช.ช้างมากกว่า เพราะทางการลงไปซื้อ

 

ผบ.ทบ. ลั่นพร้อมส่งทหารช่วยน้ำท่วมเหนือ

                          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ว่า ขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด 30 อำเภอจึงได้สั่งการกำลังพลให้ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและสั่งการให้ตรวจเช็คปริมาณน้ำฝน รวมทั้งเฝ้าดูว่าจะกระทบพื้นที่ใดบ้าง เพราะจะได้ส่งกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ทหารไม่สามารถช่วยได้ 100% เพราะไม่มีเครื่องมือหนักที่เพียงพอ เช่น รถแบ็กโฮ แต่ช่วยได้ในเบื้องต้นเท่านั้น โดยดูว่าตรงไหนที่โดนหนักก็จะรีบเข้าไปช่วยเหลือก่อน จากนั้นจะประสานกับทางจังหวัด และกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่มีเครื่องมือพร้อมมารับช่วงต่อเพื่อไปดูแล ขณะนี้ก็คอยฟังกรมอุตุนิยมวิทยาว่าสภาวะอากาศเป็นอย่างไร ซึ่งพบว่าในภาคเหนือตอนบนสถานการณ์ดีขึ้น แต่ภาคเหนือตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกยังต้องเฝ้าระวังอยู่

 

'ประยุทธ์' ไม่หวั่น DSI จ่อเล่นงานปมสลายม็อบ

                          ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยเอกสารของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและ ผอ.ศอฉ.เป็นคนลงนามก่อนนำมาสู่การตั้ง 39 พลยิง ว่า อย่าตื่นเต้นกับเรื่องดังกล่าวให้มาก ซึ่งในเวลาการทำงานหากดูแล้วไม่ปลอดภัยเขาก็ต้องมีการเตรียมพร้อมของทุกหน่วยงาน แต่จะใช้หรือไม่ใช้ก็ต้องว่ากันอีกทีตามสถานการณ์ อย่านำไปปนกัน ที่มีปัญหากันทุกวันนี้ก็เพราะพลยิงเฝ้าระวัง นั่นก็ต้องไปว่ากันในศาล อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ ตรงนี้เป็นพลซุ่มยิงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าสถานการณ์ลุกลามบานปลายไปอีกระดับหนึ่ง แล้วพวกท่านจะให้เขาทำอย่างไร จะไม่ให้มีการเตรียมความพร้อมกันบ้างเลยหรือ ไม่เตรียมคนเหล่านี้ไว้ต่อสู้หรือป้องกันหรือไง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นก็จบ ก็ให้ไปว่ากันในศาลในเรื่องความผิดหรือถูกมาตอบโต้กันทางสื่อไม่เป็นประโยชน์ ตนไม่เห็นว่าประเทศชาติจะได้อะไรเลย

                          เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงหรือไม่ที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาสอบสวนกับทางทหาร แต่ไม่ติดตามเรื่องชายชุดดำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางกองทัพได้ทวงถามไปแล้ว และก็ได้คำตอบมาว่ากำลังติดตามอยู่ ตนว่าไม่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ก็จะต้องดูทั้งสองฝ่าย วันนี้ทางดีเอสไอบอกว่าเป็นการทำตามคำร้องเดี๋ยวก็จะมีคนไปร้องอีกและก็จะมีการสอบกันอีก สอบกันไปมาอย่างนี้นี่คือกฎหมายไทยก็ค่อยปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่าไปเร่งมัน ถ้าเร่งมากๆก็จะเกิดความวุ่นวาย เดี๋ยวหน่วยงานก็จะทะเลาะกัน แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรว่ากันไปตามขั้นตอน ตนไปไม่ได้ไปปิดบังใครทั้งสิ้น

                          เมื่อถามว่าเป็นห่วงกองทัพหรือไม่เรื่องมีเอกสารเท็จมาโจมตีกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ห่วงเมื่อเราทำดีแสดงว่าเราทำดีอยู่แล้ว ถ้าทำไม่ดีเขาก็จะไม่มาสนใจเราอยู่แล้วนั่นก็แสดงว่าเราทำดี ถ้าทำดีคนชั่วก็โจมตีเยอะ

 

'ประยุทธ์' ปิดโครงการ 'สุภาพบุรุษอาชีวะ รุ่น1'

 

                          วันเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะ รุ่นที่ 1 และมอบใบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนอาชีวะที่ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 141 นายจาก 28 สถาบันการศึกษาโดยมีผู้แทนรมว.ศึกษาธิการ และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมพิธี โดยนักเรียนอาชีวศึกษาได้เข้ารับการอบรมเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.-10 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ซึ่งการฝึกอบรมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การฝึกวินัย ปรับตัวให้รู้จักระเบียบสังคม อุดมการณ์การรักชาติ กิจกรรมทางทหาร โดยเน้นการทำงานเป็นหมู่คณะ และช่วงที่สอง เป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เช่นการซ่อมแซมบ้านเรือน ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หวังลดปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ

                          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ตนยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะมุ่งหวังให้การแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทเป็นไปอย่างรูปธรรม เพื่อปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทำให้ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น สร้างทัศนคติในเชิงบวก หวังว่า ความรักความเข้าใจดังกล่าวจะไม่สูญเปล่าต่อผู้ใหญ่ และคงเห็นเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ คนที่น่ายินดีที่สุดที่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีการพัฒนาไปในทางที่ดีคงจะเป็นพ่อแม่ ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะยึดถือแนวทางเคารพพ่อแม่ ที่เสียเงินทองส่งเรียนหนังสือ พ่อแม่ไม่ใช่คนร่ำรวย แต่ยังกัดฟันส่งลูกเรียนหนังสือหวังให้เลี้ยงในอนาคต ไม่ใช่ส่งไปเรียนเพื่อไปตายหรือไปฆ่าใครตาย คนเสียสละมากสุดคือพ่อแม่เรา ดังนั้นเราต้องตอบแทนท่าน ที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์บทเรียนที่ต้องไม่ก้าวกลับเข้าไปอีก การฝึกแสดงให้เห็นว่าอาชีวะมีคุณค่า เชื่อว่า 8 สัปดาห์ไม่สูญเปล่า อย่าให้สิ่งเก่าๆดึงเรากลับไปอีก ชีวิตเรามีชีวิตเดียว ท่านมีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการนำประเทศชาติเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

                          “ประเทศชาติประกอบด้วยสองอย่างคือคนและแผ่นดิน ต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย เราจะเป็นเสือตัวที่หนึ่งในอาเซียนแต่เราถอยหลังมาเยอะ แต่ต่อไปนี้เราจะคอยไม่ได้แล้ว เขาไม่ห่วงปัญหาภายในประเทศ ทุกคนต้องกลับไปเรียนรู้ กำลังพลทหารในกองทัพมี 2 แสนคน เขาไม่เคยทะเลาะกัน เจอกันเขาไม่เคยตีกัน หรือชกกัน มีแต่รักกัน ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตทหารพร้อมให้คำแนะนำ และดูแลได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ ขอฝากว่า ประเทศชาติจะเข้มแข็งไม่ได้ ถ้าประชาชนอ่อนแอ ทะเลาะกัน วันนี้ขอให้ทำความดี เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งวันนี้ทั้งสองพระองค์ควรได้พักผ่อนอย่างสบายใจ ดังนั้นท่านต้องลดปัญหาเพราะวันนี้ปัญหาเยอะอยู่แล้ว ประเทศชาติจะแข็งแรงไม่ใช่แค่ทหารอย่างเดียว ต้องมาจากประชาชนทุกคน” ผบ.ทบ. กล่าว

                          แม่จำเลียง อินต๊ะ ผู้ปกครองเด็กนักเรียนอาชีวะ จ.พระนครศรีอยุธยา ยอมรับว่า บุตรชายหลังจากที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แม้ว่าอาจจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่อย่างน้อยบุตรชายก็เป็นคนใจเย็น มีเหตุมีผลมากขึ้น และเชื่อฟังพ่อแม่มากขึ้น ที่ผ่านมาบุตรชายไม่ได้มีฟฤติกรรมที่เลวร้าย เพียงแต่มีนิสัยติดเพื่อนมากไป ทั้งนี้หวังว่าบุตรชายที่เข้าร่วมโครงดังกล่าวจะรับสิ่งดีๆ ที่ทางกองทัพสอนให้ไปปฏิบัติ และไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมและถูกต้อง ตอนนี้บุตรชายเริ่มมีระเบียบวินัยมากขึ้น

                          นายธนากร อรรถแจ่ม นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคหมู่บ้านครู กล่าวว่า สิ่งที่ได้เข้ารับการฝึกในครั้งนี้คือความสามัคคี และความร่วมมือจากเพื่อนต่างสถาบัน แม้ว่าจะอยู่ต่างสถาบันก็ตาม แต่เมื่อพวกตนมาอยู่ที่นี้แล้วไม่ได้คิดว่าอยู่สถาบันอะไร คิดแต่นี่คือเพื่อนกัน สิ่งสำคัญคือได้ความรู้ได้ความเป็นระเบียบที่ทางกองทัพบกมาฝึกสอนให้ ทั้งนี้ดีใจที่ได้เพื่อนๆ ที่มาร่วมกันในโครงนี้ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี รู้สึกดีมากที่ได้มาร่วมโครงการดังกล่าว ตนสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมรุนแรงหรือทะเลาะกับสถาบันอื่น ส่วนที่หลายคนมองว่าอาจจะกลับไปมีพฤติกรรมแบบเดิมนั้น คงไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่พวกที่ไม่ได้มาเข้าข่ายก็อาจจะไม่เข้าใจ ก็อาจจะไปทะเลาะกับสถาบันอื่นอีก แต่พวกตนที่เข้าฝึกอบรมจะไม่มีเหตุการในลักษณะนี้เกิดขึ้นแน่

 

'เจะอามิง'แฉนักการเมือง 'ว.' กว้านซื้อที่ 'เบตง-ตากใบ'

                          นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ตนเปิดเผยชื่อจริงของนักการเมืองอักษรย่อ “ช.ช้าง” ที่ไปกว้านซื้อที่ดินใน จ.ปัตตานีและ จ.นราธิวาสว่า ตนเพียงออกมาเตือนรัฐบาลว่าการที่ออกนโยบายให้งบประมาณ 1.2 พันล้านบาท ไปซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นของรัฐ โดยอ้างเหตุการณ์ความไม่สงบ และชาวไทยพุทธขายที่ดินเพื่อหนีออกจากพื้นที่ น่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงให้กับนักการเมืองบางกลุ่มที่ลงไปกว้านซื้อที่ดินไว้ก่อนหน้านี้ และเพื่อรอการสร้างโรงงานฮาลาล แต่เมื่อไม่มีการสร้างเพราะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นจึงประสบปัญหาขาดทุน

                          “ถือเป็นการเตือนด้วยความเป็นห่วง และไม่อยากให้รัฐบาลใช้งบประมาณ ในลักษณะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์คือนักการเมือง ที่ผ่านมาการออกนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลก็ล้มเหลวมาโดยตลอด ซึ่งนโยบายที่ให้มีการใช้งบประมาณซื้อที่ดินนั้นก็ทำเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลว นโยบายเดิมของรัฐบาลด้วย และผมจะเปิดเผยชื่อจริงของบุคคลดังกล่าวก็ต่อเมื่อพบว่ามีการทุจริตจริงเท่านั้น แต่จากการตรวจสอบในขณะนี้ยังพบว่ามีนักการเมือง ฝั่งรัฐบาล มีชื่ออักษรย่อ “ว.แหวน”ก็ได้ไปกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และอ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไว้เช่นกัน” นายเจะอามิง กล่าว