
ชี้'ชูวิทย์'เหมาะนำฝ่ายค้านแทน'มาร์ค'
โอ๊ค เปรียบการเมืองเหมือนโอลิมปิก แข่งจบ ต่างฝ่ายควรทำหน้าที่ของตน ครบ 4 ปี ค่อยแข่งใหม่ เหน็บการเมืองแบบไทยๆ ฝ่ายค้านสะกด "รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย" ไม่เป็น ชม 'ชูวิทย์' ก้าวพ้น 'ทักษิณ' เหมาะนำฝ่ายค้านแทน 'มาร์ค'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 55 โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra เมื่อเวลา 17.01 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา เปรียบการเมืองเหมือนโอลิมปิก ชี้แข่งขันเลือกตั้งจบ ต่างฝ่ายควรทำหน้าที่ของตน ผู้ชนะเป็นรบ.บริหารปท. ผู้แพ้เป็นฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงาน ครบ 4 ปีเมื่อไหร่ มาแข่งขันกันใหม่ เหน็บการเมืองแบบไทยๆ ฝ่ายค้านสะกดคำว่า "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" ไม่เป็น ชม 'ชูวิทย์' ก้าวพ้น 'ทักษิณ' เหมาะเป็นผู้นำฝ่ายค้านมากกว่า 'มาร์ค' โดยมีข้อความดังนี้
การเมืองระดับชาติ ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งทุก 4 ปี ผมว่ามันคล้ายกับกีฬาโอลิมปิกหรือ พาราลิมปิกเกมส์ ที่กำลังเป็นที่สนใจในช่วงนี้ครับ
ข้อกำหนดที่เหมือนๆ กันก็คือ เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน ใครแพ้-ใครชนะ ต่างคนก็ควรจะยุติการแข่งขัน แล้วต่างคนก็ควรจะกลับไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง นักกีฬาก็ควรจะต้องกลับไปฝึกฝนตัวเอง ส่วนนักการเมืองก็ควรทำหน้าที่ของตน พักการต่อสู้ทางการเมือง หันไปทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ร่วมด้วยช่วยกัน โดยฝ่ายหนึ่งบริหารประเทศ อีกฝ่ายก็ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลย์ เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปอย่างถูกทิศทางและมีประสิทธิภาพ อีก 4 ปี หมดวาระของรัฐบาล แล้วจึงค่อยมาต่อสู้แข่งขันกันใหม่
แต่ในความเป็นจริงการเมืองแบบไทยๆ กลับแตกต่างจากการกีฬา และการเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยสิ้นเชิง คำว่า "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" นักการเมืองไทย โดยเฉพาะฝ่ายค้านหลายๆ ท่านสะกดไม่เป็น ทุกการเคลื่อนไหวดูแล้วเหมือนการต้องการที่จะล้มล้างฝ่ายตรงข้าม เพื่อที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลแบบพิเศษ ด้วยวิธีการที่ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มากกว่าการตรวจสอบถ่วงดุลย์ในสภา ตามระบอบประชาธิปไตย
ตามความคิดของผม ผมมองว่าบุคคลหนึ่งที่อยู่ในฝ่ายค้าน ที่ค้านได้มีประสิทธิภาพ และ "ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า การค้านของ ส.ส.ทั้งหมดของบางพรรครวมกัน" คือ ส.ส. ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ครับ แกเห็นแหล่งอบายมุขอยู่ใกล้สถานศึกษาแกก็โวย เห็นบ่อนเปิดที่ไหนแกก็ชี้เป้า เห็นป้ายอุโมงค์ยักษ์ Black lie แกก็ไปถ่ายรูปประชด รัฐบาลหรือใครจะทำอะไรที่แกเห็นว่าไม่ถูกต้องแกก็ท้วงติง จะตลกโปกฮาเป็นน้ำจิ้มเรียกแขกก็ไม่มีใครถือสา เพราะเห็นว่า สิ่งที่แกพูดเป็นประโยชน์ ไม่เคยมาหยุมหยิม หยิก เหน็บ นายกฯ แต่งตัวสวยกว่าตนเองก็ไม่ได้ นายกฯ พูดผิดบ้างก็ไม่ได้ ที่สำคัญคือ แกก้าวพ้นคนชื่อ ทักษิณ ได้ครับ
ลองมาดูพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำฝ่ายค้านดูบ้างครับ การเดินสายปราศรัย สายล่อฟ้าเดินหน้าผ่าโกงอะไรของพวกเค้าหนะ มีจุดขายอะไรที่ฟังแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมั่ง เนื้อหาส่วนใหญ่ก็คือ ปกป้องรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 50 ที่ร่างในสมัยรัฐบาลเผด็จการ ให้คงอยู่ และมีผลบังคับใช้ให้นานที่สุด กับกลัวว่า คดีต่างๆ ของคุณพ่อผมจะเป็นโมฆะ ซึ่งทุกคดีก็ล้วนแต่โดน คตส. ที่เผด็จการทหารได้แต่งตั้งผู้ที่เป็น "ปฏิปักษ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นผู้ตรวจสอบทั้งสิ้น เอะอะก็ ทักษิณ-ทักษิณ ผมยังไม่เห็นสาระอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากกว่าการดิสเครดิตรัฐบาลกับคุณพ่อผม...มีอยู่เท่านั้น
โพลสำนักไหนว่างๆ ลองทำโพลดูว่าใครเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แล้วประชาชนได้ประโยชน์มากกว่ากันระหว่าง ชูวิทย์ กับ อภิสิทธิ์ ดูสิครับ ...
ผมเกรงว่าประชาชนส่วนใหญ่เขาจะตอบว่า ... ชูวิทย์!!!



