
'ยงยุทธ'หนุน'เพรียวพันธ์'ลงผู้ว่าฯกทม.
'ยงยุทธ' หนุน 'เพรียวพันธ์' ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แจงโผผู้ว่าฯ เสร็จใน 2-3 สัปดาห์ ระบุ 'นายกฯ' สั่งติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด
10 ก.ย.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า ในช่วงเดือนต.ค.นี้จะทราบในตัวผู้สมัครอย่างแน่นอน เพราะช้าไปก็ไม่ดี ยิ่งช้าเวลาที่จะไปหาเสียงก็น้อยลง ส่วนของแคนดิเดตนั้น ก็เป็นไปตามที่สื่อได้ลงไว้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาสนับสนุน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. นายยงยุทธกล่าวว่า ทุกคนก็สนับสนุน แต่ขึ้นอยู่กับว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นคนที่เหมาะสม ทั้งประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของประชาชนใน กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
เมื่อถามว่าในส่วนของ ส.ส.ในกทม.ของพรรคเพื่อไทยก็ยังคงให้การสนับสนุน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายยงยุทธ กล่าวว่า คุณหญิงได้ประกาศตัวแล้วว่าไม่สมัครใจในการลงสมัครครั้งนี้ เนื่องจากต้องการทำงานในพุทธศาสนาไปก่อน แต่คนอื่นๆก็ยังมีโอกาสอยู่ ก็ไม่ได้ปิดกั้นใคร ทั้งนี้ การจะได้ข้อยุตินั้นต้องมีการประชุมกรรมการเขตกทม. ทางนายกรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคซึ่งจะต้องประชุมร่วมกัน โดยกำหนดการประชุมในช่วงปลายเดือนก.ย.นี้ ก็จะรีบหาผู้สมัครให้เร็วเพราะช้าไปจะเสียโอกาสในการหาเสียง ยืนยันว่าทางพรรคก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดเพราะเลือกไปก็ต้องหวังว่าจะชนะ
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เชิญบุคคลภายนอกมาหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ก็ได้ไปทาบทามมาหลายคน ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้เพราะยังไม่ทราบว่าเจ้าตัวเขารับหรือตอบปฏิเสธ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาหนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ให้ลงสมัครนั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็น
'ยงยุทธ' แจงโผผู้ว่าฯ เสร็จใน 2-3 สัปดาห์หน้า
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ว่า จะรีบดำเนินการเพราะเดือนตุลาคมจะมีผู้ว่าฯที่ต้องเกษียณอายุราชการ ทำให้ต้องหาบุคคลมาแทน ซึ่งจะพยายามทำให้ทัน โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ซึ่งชุดแรกจะเป็นการย้ายสลับจากผู้ว่าฯจังหวัดหนึ่งไปเป็นผู้ว่าฯอีกจังหวัดหนึ่ง และชุดที่สองจะเป็นการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯขึ้นไปเป็นผู้ว่าฯ ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนของ กพ. ทั้งการสมัคร การสอบ การแสดงวิสัยทัศน์ จึงต้องมาคัดเลือกอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ หากจะทำพร้อมกันก็จะช้า ซึ่งได้ปรึกษากับทางนายกรัฐมนตรีแล้ว ว่าจะทำที่ละส่วนก่อนน่าจะเหมาะสมกว่า
“การย้ายสลับผู้ว่าราชการจังหวัด คาดว่าอย่างเร็วก็น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ และอย่างช้าสุดก็ไม่น่าจะเกิน 3 สัปดาห์ ในการนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ขณะที่ในส่วนของรองผู้ว่าฯขึ้นเป็นไปเป็นผู้ว่าฯ ต้องมีขั้นตอนและระยะเวลา ซึ่งการสอบน่าจะเริ่มต้นในเดือน ก.ย. และคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้” นายยงยุทธ กล่าว
'มท.1'เผย'นายกฯ'สั่งติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้ว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสภาพทั่วไปแล้วสถานการณ์ก็ไม่น่ากังวลอะไร เพราะการรับน้ำจากลุ่มแม่น้ำต่างๆ ก็ยังสามารถรับน้ำได้อีก ยกเว้น แม่น้ำยม ที่ยังไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำ ทำให้ส่งผลกระทบไปยัง จ.สุโขทัย ที่ประสบปัญหาน้ำเซาะมาใต้เขื่อนและใต้พนังกั้นน้ำ ทำให้น้ำทะลักเข้าไปในเมือง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขอยู่
อย่างไรก็ตามในวัน 13 ก.ย.นี้ ทางนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปดูสถานการณ์น้ำ และเรื่องการจำนำข้าวด้วยตนเอง ซึ่งอาจะเป็นจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ ส่วนเรื่องจำนำข้าวนั้น นายกฯจะเข้าไปติดตามว่าที่มีเสียงทักท้วงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีสภาพข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
'พร้อมพงศ์' เผยปลาย ก.ย. รู้แน่พรรคส่งใครลงผู้ว่าฯกทม.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นำคลิปบันทึกการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีหลังลงพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแถลงข่าวโดยระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีพูดผิดๆถูกๆแสดงว่าไม่เข้าใจปัญหาภาคใต้ว่า ตนมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ไร้สาระและหยุมหยิม แทนที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะตอบรับคำเชิญของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่ทำ และไปทำเรื่องไร้สาระ ไม่เป็นสุภาพบุรุษ เปรียบเหมือนก้อนกรวดในรองเท้า ขัดขวางคนที่เขาทำงาน
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้เปิดประชุมสภาฯ นัดพิเศษเพื่อหารือในประเด็นปัญหาภาคใต้นั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะเป็นงานด้านความมั่นคง ควรเป็นการหารือลับในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นฝ่ายที่เคลื่อนไหวจะรู้หมดว่ารัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงมียุทธศาสตร์อย่างไร ไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องภาคใต้มาเป็นเกมการเมือง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการคัดเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทยนั้น อันดับแรก 3 โซนของกทม.จะเป็นผู้พิจารณาเลือกผู้เหมาะสมแล้วจึงนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งคาดว่าภายในปลายเดือนก.ย.จะได้ความชัดเจน หรืออย่างช้าที่สุดเดือนต.ค.ต้องรู้ผลว่าพรรคจะส่งใครลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.



