ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ทำโผตั้งผู้ว่าฯฝุ่นตลบ!

'ยิ่งลักษณ์'ทำโผตั้งผู้ว่าฯฝุ่นตลบ!

10 ก.ย. 2555

มท.เตรียมชงโผผู้ว่าเข้าครม. 18 ก.ย. นี้ ฝุ่นตลบหลัง "ปู" เปิดช่อง ส.ส. รมต. มีเอี่ยว ด้านปมเด้งเลขาฯป.ป.ท.วุ่นไม่เลิก "รมว.ยธ." สั่ง "ดุษฎี" แถลงยันไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง ขณะที่ สำนักเลขาฯนรม. แต่งตั้งขรก.ระดับ 10 ข้าม ภริยาพล.อ.ร่มเกล้า อาวุโสลำดับที่1

              9ก.ย.2555 รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่าภายหลังนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย ได้แต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวง และอธิบดี ที่เป็นตำแหน่งหลักเสร็จเรียบร้อยแล้วโดย รมว.มหาดไทยสั่งการให้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสลับโยกย้ายในพื้นที่ต่างๆ ในรอบ 2 เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 18 กันยายนนี้ หรืออย่างช้าในสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้ทันการจัดตัวผู้ว่าฯ ที่จะเกษียณราชการเพื่อทำงานสนองรัฐบาลได้ทันท่วงที ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทักท้วงกับนายยงยุทธว่า บัญชีรายชื่อของกระทรวงมหาดไทยมีความล่าช้ากว่าปกติ โดยนายกรัฐมนตรีกำชับว่า ให้เปิดโอกาสให้ ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อเข้ามายังกระทรวงมหาดไทย

              สำหรับบัญชีผู้ว่าฯที่เกษียณราชการในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้เดิมที่มีอยู่ 16 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม สุพรรณบุรี ชัยภูมิ มุกดาหาร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ปัตตานี ชุมพร สตูล สระแก้ว ขอนแก่น อุบลราชธานี และพิจิตร ในการจัดบัญชีแต่งตั้งรอบแรกที่ผ่านมามีการแต่งตั้งเลื่อนผู้ว่าฯ 4 ราย มี จ.เชียงใหม่ ลพบุรี นครราชสีมา และอุดรธานี ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นรองปลัดกระทรวง 1 ราย เป็นอธิบดี 3 ราย

              ทั้งนี้ในการจัดทำโครงการเกษียณราชการก่อนกำหนด มีนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ ที่ยังเหลืออายุราชการอีก 2 ปี ได้เสนอตัวเข้าโครงการ โดยได้รับการอนุมัติไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน ทำให้บัญชีรายชื่อข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งผู้ว่าฯ ว่างลง 21 ราย

              แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่านายกรัฐมนตรีเร่งรัดกระทรวงมหาดไทยให้ทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายเข้าสู่ที่ประชุม ครม.โดยเร็ว มีแนวทางการโยกสลับผู้ว่าฯ ให้เข้ามาช่วยทำงานสนองรัฐบาลผ่านมือ ส.ส.และรัฐมนตรีให้เข้ามีส่วนร่วม จึงทำให้เหล่าผู้ว่าฯ ที่เคยสนิทสนมกับนักการเมืองต้องแสวงหาโอกาสวิ่งเข้าหาจังหวัดที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเป็นธรรมดา บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายรอบ 2 ที่เป็นบัญชีรายชื่อการสลับไม่น่าจะต่ำกว่า 20 เก้าอี้ เป็นการย้ายจังหวัดเล็กไปจังหวัดใหญ่ หรือผู้ตรวจออกไปนั่งเป็นผู้ว่าฯ หลังเข้ามาเก็บตัวตบยุงเป็นเวลานานแล้วได้มีโอกาสออกไปทำงาน

              เรื่องนี้เป็นสิ่งธรรมดาที่อยู่คู่กระทรวงมหาดไทยมานานหรือข้าราชการกระทรวงอื่นก็เป็นกัน อย่างเช่น นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ก็เสนอชื่อผู้ว่าฯ คนใหม่ผ่านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ให้มานั่งแทนคนเก่าที่เกษียณราชการ เป็นนายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด ได้เข้ามานั่งนครปฐม หลังมีการแต่งตั้งรอบแรกเสร็จแล้ว นอกจากนี้ นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย (มท.3) หลานป๋าเหนาะ ก็เสนอนายภัครธรณ์ เทียนไชย รองผู้ว่าฯ ชลบุรี ให้มานั่งเป็นผู้ว่าฯ สระแก้ว แทนคนเดิมที่เกษียณ แต่ที่ยังเงียบกริบคือตำแหน่งผู้ว่าฯ สุพรรณที่เกษียณ เพราะนายบรรหาร ศิลปอาชา เจ้าของพื้นที่ยังไม่เคาะชื่อขอเข้ามา หรือพิจิตรของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ยังไม่ได้เสนอขอมาเช่นกัน แหล่งข่าวระบุ

              แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวทิ้งท้ายว่าขณะเดียวกันผู้ว่าฯ ที่เคยอยู่จังหวัดเล็กที่มีความสนิทสนมการเมืองก็ต้องขอขยับไปนั่งจังหวัดเกรดเอที่ใหญ่กว่าเดิม อย่างผู้ว่าฯเชียงรายก็จะขอขยับไปนั่งเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ แทนม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ไปเป็นรองปลัด ส่วนผู้ว่าฯน่านก็จะขอไปนั่งเชียงรายแทน หรือผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ก็ขอไปนั่งเป็นผู้ว่าฯขอนแก่น แทนคนเดิมที่เกษียณ นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ว่าฯลำปางกับบุรีรัมย์ ขอไปนั่งนครราชสีมา เป็นต้น

 

รมว.ยธ.สั่งดุษฎีแถลงยันไม่ได้ถูกรังแก


              ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เซ็นคำสั่งให้พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการป.ป.ท.ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงนั้น มีรายงานว่า ล่าสุด พล.ต.อ.ประชาสั่งการให้พ.ต.อ.ดุษฎีแถลงข่าวชี้แจงกรณีการโยกย้ายตำแหน่งจากเลขาธิการป.ป.ท.ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้งวันที่ 10 กันยายนนี้เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงหรือกลั่นแกล้งทางการเมือง

              วันเดียวกันนี้เวลา 09.30 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (อ.ก.พ.) ซึ่งพล.ต.อ.ประชาจะร่วมเป็นประธานในการประชุมเพื่อเสนอชื่อ พ.ต.อ.ประเวศน์มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ให้มารักษาราชการในตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท. เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความพยายามผลักดันให้ พ.ต.อ.ดุษฎีเซ็นคำสั่งขอยืมตัวพ.ต.อ.ประเวศน์มาช่วยราชการที่ ป.ป.ท.เพื่อให้มีผลต่อการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ท. แต่พ.ต.อ.ดุษฎีตอบปฏิเสธ พร้อมยืนยันให้นายประยงค์ ปรียาจิตต์รองเลขาธิการป.ป.ท. เป็นผู้รักษาราชการแทน

 

จ่อเปลี่ยนตัวโฆษกกระทรวงช่วยตอบโต้


              แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่าฝ่ายการเมืองต้องการจบปัญหาในการโยกย้ายพ.ต.อ.ดุษฎีก่อนที่จะมีการแถลงผลงานกระทรวงยุติธรรมในวันที่ 14 กันยายนนี้ซึ่งมีนโยบายหลัก คือ การปราบปรามปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและยาเสพติด นอกจากนี้มีรายงานว่า รมว.ยุติธรรมเตรียมเปลี่ยนทีมโฆษกประจำกระทรวงยุติธรรมชุดใหม่ โดยอาจดึง พ.ต.อ.ณรัชต์เศวตนันทน์ ว่าที่อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กลับมาเป็นโฆษกแทน น.ส.รื่นวดีสุวรรณมงคล ผู้ตรวจราชการ เพื่อตั้งรับการให้ข้อมูลหลังจากระยะหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีการช่วยเหลือกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงกรณีโยกย้ายข้าราชการที่ทำผลงานด้านการปราบปรามทุจริต แต่กลับถูกโยกย้ายจากตำแหน่ง ดังนั้น จึงต้องการให้ทีมโฆษกช่วยทำหน้าที่ตอบโต้ในประเด็นที่อาจมีผลกระทบทางการเมือง

              ด้านนายธาริตเพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีจะมีการขอตัวพ.ต.อ.ประเวศน์มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ไปช่วยราชการที่ ป.ป.ท.ว่ายังไม่เห็นหนังสือขอตัวไปช่วยราชการ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้ยินข่าวว่าจะมีการขอตัว พ.ต.อ.ประเวศน์ไปรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ท.


สลน.ตั้งซี10 ข้ามอาวุโส "เมียร่มเกล้า"


              ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าขณะนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการเลื่อนขั้นตำแหน่งข้าราชการประจำปี ในส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากฝ่ายการเมืองได้พิจารณาคัดเลือกอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีเลื่อนขั้นตำแหน่งข้าราชการขึ้นสู่ตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายประจำ ระดับ 10 จำนวน 3 ราย เป็นไปในลักษณะข้ามอาวุโสข้าราชการรายอื่น

              ทั้งนี้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 186/2555 พิจารณาคัดเลือกข้าราชการเข้ารับการประเมินบุคคลและผลงาน เพื่อเลื่อนขั้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนดับทรงคุณวุฒิ) จำนวน 3 ราย

              รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบข้าราชการที่มีอาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1 คือ นางนิชา หิรัญบุรณะ ธุวธรรม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม (นักวิเคราะห์นโยบายและแผน) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ภริยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม นายทหารที่เสียชีวิตจากการกระชับพื้นที่เมื่อปี 2553 ซึ่งนางนิชาได้ออกมาติดตามทวงถามความยุติธรรม และถามหาความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปรองดองของรัฐบาล

              ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา มีคำสั่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มอบหมายงานให้ข้าราชการประจำระดับสูง ข้าราชการจึงทราบว่ามีการแต่งตั้งผู้รักษาการตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำระดับ 10 ซึ่งว่างถึง 3 ตำแหน่ง โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ข้ามอาวุโสผู้ครองตำแหน่งซี 9 เป็นลำดับที่ 1 คือ นางนิชา ไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้ติดต่อนางนิชาเพื่อขอความเห็น แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าว

              อย่างไรก็ตามนางนิชาได้เขียนข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฤดูการแต่งตั้งข้าราชการในขณะนี้กำลังเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจ ที่จะสร้างความปรองดองของคนในชาติบนพื้นฐานของความเป็นธรรม...แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณที่ท่านช่วยยืนยันมาตรฐานของคำว่า "ยุติธรรม" ในยุคสมานฉันท์ปรองดอง