ข่าว

'ปู'ติดโผชิงรางวัลสันติภาพจีน

'ปู'ติดโผชิงรางวัลสันติภาพจีน

09 ก.ย. 2555

"ยิ่งลักษณ์" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสันติภาพขงจื๊อ ร่วมกับคนดังทั้งนายโคฟี่ อันนาน , นายบัน คี มูน , บิล เกสต์ ขณะที่ในการประชุมเอเปค ได้พูดคุยกับ "ฮิลลารี่" พร้อมหารือนายกฯ "ปาปัวนิวกินี" กระชับความสัมพันธ์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 55  คณะผู้จัดการมอบรางวัลสันติภาพขงจื๊อ ในประเทศจีน ได้ประกาศผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลประจำปี 2555 ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อด้วย นอกเหนือจากนายโคฟี่ อันนาน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ , นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน , บิล เกสต์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ที่หันไปทำมูลนิธิการกุศล , นายหวัง ติงกั๊วะ นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวจีน , ศาสตราจารย์ถัง อี้เจี่ย จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง , นายหยวน หลงผิง นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรและนักวิจัยข้าว และปันเจิน ลามะ คนที่ 11

          รางวัลสันติภาพขงจื๊อ เปรียบได้กับรางวัลโนเบลสันติภาพโดยมุมมองสันติภาพของชาวจีน โดยผู้ให้การสนับสนุนและพิจารณาตัดสิน เป็นนักวิชาการที่ยืนยันว่าเป็นอิสระจากรัฐบาลปักกิ่ง แต่ก็มีข่าวลือเมื่อครั้งที่ศูนย์วิจัยสันติภาพระหว่างประเทศจีน ได้เริ่มตั้งรางวัลนี้ขึ้นมาเมื่อสองปีก่อนว่า น่าจะมาจากคำชี้แนะของรัฐบาล เพราะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและเพียงสองวันก่อนหน้าที่นายหลิว เสี่ยวโป นักเขียนและนักวิจารณ์ผู้มีความเห็นไม่ลงรอยรัฐบาลจีนที่ถูกจำคุก 11 ปี ฐานล้มล้างรัฐบาล ได้รับมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทำให้รัฐบาลปักกิ่งและกลุ่มชาตินิยมแสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยมองว่าคณะกรรมการรางวัลในนอร์เวย์ แทรกแซงระบบกฎหมายจีน จึงมีการตั้งรางวัลทัดทานโนเบลขึ้นมา  

          สำหรับเจ้าของรางวัลเมื่อปีที่แล้วคือ นายวลาดิมีร์ ปูติน ขณะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี โดยเบียดชนะนายกรัฐมนตรีอังเคลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี กับนายหยวน หลงผิง ที่ได้รับการเสนอชื่อซ้ำอีกครั้งในปีนี้ 

          คณะกรรมการตัดสินให้เหตุผลว่า นายปูติน เป็นผู้รักษาสันติภาพโลกอย่างโดดเด่นด้วยการคัดค้านการใช้กำลังกับลิเบีย และผลงานการปราบปรามกองกำลังต่อต้านรัฐบาลในสาธารณรัฐเชชเนีย 

          ส่วนผู้ได้รับรางวัลคนแรกในปี 2553 คืออดีตประธานาธิบดีเหลียน จ้านแห่งไต้หวัน ในฐานะผู้มีบทบาทเชื่อมสันติภาพระหว่างไต้หวันและแผ่นดินใหญ่

 

เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

 

          ขณะเดียวกันเว็บไซต์ www.thaigov.go.th ได้รายงานว่าเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครวลาดิวอสต็อกนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ได้กล่าวชื่นชมสหพันธรัฐรัสเซียที่ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็น “ความมั่นคงทางอาหาร” ให้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับการประชุมเอเปคครั้งนี้ พร้อมกับได้เสนอการส่งเสริมบทบาทสตรีเป็นส่วนหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อการเติบโต (innovative growth) โดยไทยได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ สรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้ การส่งเสริมการค้าและตลาดอาหาร ในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เราจำเป็นต้องส่งเสริมการค้าที่เปิดกว้างและเป็นธรรมแก่ทุกคน มีการดำเนินการทางการตลาดที่มีทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ไม่มีอุปสรรคที่ไม่เป็นธรรมทางภาษี จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้ในราคาที่เป็นธรรม  โดยการแบ่งปันข้อมูลในด้านการผลิต การบริโภค และแหล่งเก็บสำรองอาหารที่เชื่อถือได้และทันต่อสถานะปัจจุบัน เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนในด้านราคาอาหาร ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่าง Asia-Pacific Food Security Information Platform (APIP) และระบบ Agricultural Market Information System (AMIS)

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า นวัตกรรมและเทคโนโยลีด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ไทยจะอยู่ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารที่สำคัญของโลก แต่ก็ยังต้องกับความท้าทายจากปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญมากในการลดปัญหาดังกล่าว  เอเปคจึงควรผลักดันให้เกิดการร่วมมือด้านการค้นคว้าและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่งสำหรับความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับประเทศกลุ่มเอเปคและโลก  ในแต่ละปี โลกต้องสูญเสียอาหารที่ผลิตได้ไปอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วน ซึ่งนวัตกรรมสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (post-harvest management) และการขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในส่วนที่หลากหลายและเกี่ยวข้องกัน ซึ่งในฐานะเป็นสมาชิกเอเปค ไทยพร้อมให้การสนับสนุน เพื่อเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกับเอเปค

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว่วา ส่วนบทบาทประเทศไทยนั้น ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างมากกับบทบาทการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก (world’s food production house) รวมทั้งบทบาทที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหารโลก  โดยไทยยืนยันพร้อมที่จะช่วยเหลือเขตเศรษฐกิจต่างๆ ที่ประสบภัยพิบัติ ทั้งในเอเชีย-แปซิฟิก และภูมิภาคอื่นๆ รวมทั้งทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความพยายามในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในทุกด้าน

 

หารือนายกฯปาปัวนิวกินีเพื่อพัฒนาและกระชับความสัมพันธ์

 

          นอกจากนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้หารือทวิภาคีกับนายปีเตอร์  โอนีล นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ก่อนเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ในวันที่สอง ดังนี้   นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ต่างเห็นพ้องที่จะพัฒนาและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในสาขาที่ไทยและปาปัวนิวกินีสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ โดยปัจจุบันปาปัวนิวกินีถือเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยในกลุ่มประเทศเกาะแปซิฟิก และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามูลค่าการค้ามีการเติบโตถึงร้อยละ 15 ซึ่งไทยเป็นคู่ค้าสำคัญของปาปัวฯด้านสินค้าเกษตร ประมง และผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ทั้งนี้ ไทยและปาปัวฯกำลังศึกษาการจัดทำความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ( Investment and Promotion and Protection Agreement ) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน

          นอกจากนี้ ไทยและปาปัวฯจะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล รวมทั้งไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาเกษตรกรรม สาธารณสุข ความมั่นคงด้านอาหารและการประมง ยินดีให้ความร่วมมือในการออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการของปาปัวฯในด้านดังกล่าว รวมทั้ง การพัฒนาพลังงาน ที่ปาปัวฯมีแหล่งพลังงานธรรมชาติ ที่ไทยจะช่วยพัฒนาได้

 

 

................

(หมายเหตุ :ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก  Yingluck Shinawatra)