
กุลสตรีไทยไม่ล้าหลัง
กุลสตรีไทยไม่ล้าหลัง
ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะรับวัฒนธรรมต่างชาติมากเพียงใด แต่ความเป็น "กุลสตรีไทย" ก็ไม่ได้ถูกลบเลือนไปจากสังคมไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สาววัยรุ่นหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ชมรมกุลสตรีไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถาบันอุดมศึกษา จับมือกันปั้น "โครงการสรรหากุลสตรีไทย 2555" ภายใต้แนวคิด "รู้รักษ์...ศักดิ์ศรี กุลสตรีไทย"
ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ที่นักศึกษาสาวผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 50 คน ต่างตั้งใจเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในอดีต ฝึกฝนคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ในที่สุดคณะกรรมการก็เคาะคะแนนให้ "น้ำตาล" ธิดาภา สารปรัง นักศึกษาปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองตำแหน่ง "กุลสตรีไทย 2555" ไปตามความคาดหมายควบกับตำแหน่ง "กุลสตรีไทย...น้ำใจงาม"
โดย "น้ำตาล" ธิดาภา สามารถพิชิตใจคณะกรรมการในคำถามวัดกึ๋นที่ว่า "ในฐานะเจ้าบ้านคิดว่าผู้หญิงไทย มีบทบาทอย่างไรในการชักจูงนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย" เธอตอบอย่างฉะฉานว่า "ประเทศไทยมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่แล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นตัวชูโรง เรามีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมมากมาย แต่ถ้าหากไม่มีคนคอยสื่อสาร ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องยาก"
อ.วรรณา กล้วยไม้ ณ อยุธยา หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ที่ให้การอบรมเกี่ยวกับการร้อยมาลัยระหว่างเก็บตัว เผยว่า น้ำตาลถือเป็นกุลสตรีไทยตัวอย่าง มีความตั้งใจระหว่างการอบรม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท เพรียบพร้อมและเหมาะสม ทั้งยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว หากต้องเป็นตัวแทนในการประชาสัมพันธ์โครงการ เมื่อก้าวเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียน ถือว่าเหมาะสมแล้วกับตำแหน่งนี้
หลังรับตำแหน่งกุลสตรีไทยคนล่าสุด "น้ำตาล" ธิดาภา กล่าวว่า กุลสตรีไทยมีอยู่ในตัวของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญอยู่ที่แนวคิดและการแสดงออก คำว่ากุลสตรีไทยไม่ได้แสดงออกถึงความล้าหลัง แต่ต้องประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน มีความสามารถที่จะก้าวไปสู่เวทีโลก
"อีกไม่นานประเทศไทยก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ส่วนตัวจะให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาและภาษา การสื่อสารต้องชัดเจนในทุกถ้อยคำ อยากฝากบอกคนรุ่นใหม่ว่า กุลสตรีไทยไม่ทำให้เราล้าหลัง แต่ทำให้เรามีเอกลักษณ์ของตัวเองแค่นำมาประยุกต์ใช้ ให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทุกวันนี้กุลสตรีไทยยังคงอยู่ แต่เรามักจะมองแต่ภาพในอดีตที่ต้องนั่งพับเพียบ ร้อยมาลัย ไม่ได้มองถึงยุคสมัยปัจจุบันว่า กุลสตรีไทยยุคใหม่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความอ้อนน้อมถ่อมตน จิตใจที่ดีงาม ความมีน้ำใจ รอยยิ้ม และมันสมอง" กุลสตรีไทยคนล่าสุด แจกแจง
สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ "อร" อรอุมา จันทร์ละออง นักศึกษาปีที่ 3 คณะวิทยาลัยการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ที่ควบรางวัลคุณธรรมและมิตรภาพ และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ "มุก" กรกช กิตติสิทโธ นักศึกษาปีที่ 3 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการมอบรางวัลเกียรติยศ "9 ยอดกุลสตรีไทย" สำหรับสตรีไทยผู้ที่มีคุณสมบัติอันโดดเด่น และเป็นแบบอย่างที่ดีงามสำหรับผู้หญิงไทยทั้งประเทศ ได้แก่ สู่ขวัญ บูลกุล ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ แสงเดือน ชัยเลิศ ทัศนีย์ คีรีประณีต ทักษอร เตชะณรงค์ อนงค์นาฏ รัตน์ศิริจันทร์ รศ.พูลพร แสงบางปลา รศ.ดร.นาฏสุดา เชมนะสิริ และ ศ.ดร.มณีรัตน์ จันทนะผะลิน



