
เปิดคลินิกโรคหนังแข็งหลังพบผู้ป่วยกว่า30ราย
เปิดคลินิกพิเศษโรคประหลาดหนังแข็ง หลังพบยอดผู้ป่วยกว่า 30 ราย ส่วนผู้ป่วยหนังแข็งรายล่าสุดคาดกลับบ้านได้ในสัปดาห์นี้
(23พ.ค.) นพ.เธียรชัย คฤหโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวว่า หลังโรงพยาบาลอุตรดิตถ์รับนางวารินทร์ ม่วงทิม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 759 ซอย 7 ชุมชนท่าอิฐบน ถ.สำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ผู้ป่วยหนังแข็ง หลังนอนป่วยอยู่ใต้ถุนบ้านมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี อาการของโรคผิวแห้งติดกระดูก กระด่างกระดำ ตกสะเก็ด ร่างกายซูบผอม เนื่องจากการลุกลามของโรคส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกายทั้งหัวใจ ปอด ไต และระบบทางเดินอาหาร จะมีผังผืดเกาะและเริ่มแข็งตัว หากไม่รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชียวชาญอาจเสียชีวิตในที่สุด เบื้องต้นทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรค และยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่จะทำการรักษาตามอาการของโรค
โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยโรคดังกล่าวมักขาดความมั่นใจ กลัวสังคมรังเกียจ จึงเก็บตัวและไม่รับการรักษาอย่างถูกวิธีทางการแพทย์ ยิ่งเป็นชนบทห่างไกลเมื่อพบผู้ป่วยโรคดังกล่าวกับนึกคิดเป็นเรื่องทางไสยศาสตร์ ทำให้อาการทรุดหนักและเสียชีวิต เพื่อให้การดำเนินการติดตามและรักษาผู้ป่วยโรคดังกล่าวต่อเนื่อง ผู้ป่วยและคนในครอบครัวได้เข้าใจถึงอาการของโรค ซึ่งไม่ใช้โรคติดต่อ แต่เป็นความผิดปกติเฉพาะบุคคล จึงได้รวบรวมตัวเลขผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ทุกราย
“โรงพยาบาลอุตรดิตถ์มีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง 2 ราย พบว่ามีผู้ป่วยโรคหนังแข็งมากถึง 30 ราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ 16 ราย กระจายอยู่ 9 อำเภอ ที่เหลือเป็นผู้ป่วยจาก จ.สุโขทัย และ จ.แพร่ โดยทั้งหมดยังคงได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้ โดยผู้ป่วยที่รับการรักษายาวนานมาตั้งแต่ปี 2540 และปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ และยังได้รับการรักษาต่อเนื่องนานถึง 12 ปี ”
นายแพทย์เธียรชัย กล่าวว่า เพื่อรองรับกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยโรคดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นโรคเรื้อรัง จึงได้เปิดคลินิกพิเศษโรงหนังแข็งขึ้น ซึ่งจะให้บริการผู้ป่วยทุกวันราชการ แตกต่างจากคลินิกผู้ป่วยเรื้อรังประเภทอื่นที่กำหนดวัน เช่น คลินิกโรคหัวใจ ให้บริการทุกวันพฤหัสบดี เป็นต้น พร้อมจัดหน่วยแพทย์ปฐมภูมิ เวชกรรมสังคม ประสานท้องถิ่น สำรวจและติดตามอาการของผู้ป่วยถึงบ้าน เนื่องจากผู้ป่วยโรคดังกล่าวโอกาสสูงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนสูง ผู้ป่วยและญาติต้องเรียนรู้การดูแล
ในส่วนของนางวารินทร์ ตอนนี้แพทย์ให้ความรู้ญาติ คือ นายจักรกริช ลูกชายเรียนรู้การกายบำบัด เพราะคนไข้สามารถขยับแขน ขา ข้อต่างๆได้บางแล้ว การกายภาพบำบัดจะกระตุ้นการทำกายของอวัยวะต่าง ๆ ของร่ายกายให้แข็งแรง คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์ คนไข้จะกลับบ้านได้



