ข่าว

'องอาจ'วอนรบ.ป้องกัน'เจ๊ด.ไม่ให้ล้วงลูกย้ายขรก.

'องอาจ'วอนรบ.ป้องกัน'เจ๊ด.ไม่ให้ล้วงลูกย้ายขรก.

09 ก.ย. 2555

"องอาจ" วอนรัฐบาลหาทางป้องกัน "เจ๊ด." ไม่ให้ล้วงลูกย้ายขรก. จี้"กลาโหม"ปรับ 3 ด้านสมศักดิ์ศรีชาติ ข้องใจ"บิ๊กโอ๋"บินพบ"ทักษิณ"แจงย้ายทหาร

          วันที่ 9 ก.ย.55  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้กรณีที่คนในรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่า "เจ๊ ด." ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวงกลาโหม และการโยกย้ายเลขาธิการคณะกรรมการป้องการและปราบปรามดารทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ การที่รัฐบาลต้องหาทางป้องกันไม่ให้สุภาพสตรีผู้สูงวัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินหรือเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นเรื่องน่าแปลกว่าเหตุใดชื่อบุคคลรายนี้ถึงมีชื่อเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวง ดังนั้นจึงต้องตั้งข้อสังเกตว่าสุภาพสตรีผู้สูงอายุดังกล่าวคือผู้ที่มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลนี้หรือไม่



ปชป.จี้"กลาโหม"ปรับ 3 ด้านสมศักดิ์ศรีชาติ ข้องใจ"บิ๊กโอ๋"บินพบ"ทักษิณ"แจงย้ายทหาร

          นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหม แถลงผลงาน 6 ด้าน ในรอบ 1 ปี ว่าเป็นผลงานปกติของข้าราชการประจำ ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล หรือพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมแต่อย่างใด  ตนมองว่ากระทรวงกลาโหมควรปรับปรุงนโยบายของกระทรวงกลาโหม 3 ด้าน ดังนี้ 1.การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะรมว.กลาโหมที่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและลดปัญหาความรุนแรงหรือสร้างความเชื่อมั่นในตัวของพล.อ.อ.สุกำพลในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในพื้นที่แต่อย่างใด  2.รัฐบาลและรมว.กลาโหมได้ทำลายระบบคุณธรรมและกฎระเบียบการแต่งแต่งโยกย้ายข้างราชการทหาร โดยปล่อยให้มีการล้วงลูกของฝ่ายการเมือง 3.ความพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ดินแดนของไทย เพราะในช่วงที่ผ่านมาเคยมีกรณีทหารกัมพูชายิงเฮลิคอปเตอร์ของทหารไทยตก ซึ่งรัฐบาลและรมว.กลาโหมยังไม่ได้ดำเนินการให้สมศักดิ์ศรีเท่าที่ควรและควรที่จะมีการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้น
 
          นายองอาจกล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีกระเเสข่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพลนำคณะข้าราชการกระทรวงกลาโหมเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศอังกฤษเพื่อหารือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวงกลาโหมนั้น ตนเห็นว่า ไม่ควรนำไปหารือ แต่ควรที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมและระเบียบของกระทรวงกลาโหม มากกว่าจะไปรับใบสั่งจากคนในต่างแดนหรือออกคำสั่งตามอำเภอใจด้วยวาจาเพื่อไม่ให้มีหลักฐานเอาผิดได้ นอกจากนี้การที่พล.อ.อ.สุกำพลไม่เรียกพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงหลาโหมที่มีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการสำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลอาจเข้าข่ายฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่