ข่าว

ซิ่งซีวิคเสียหลักชนเสาไฟ-ต้นไม้ดับสยอง

ซิ่งซีวิคเสียหลักชนเสาไฟ-ต้นไม้ดับสยอง

09 ก.ย. 2555

ซิ่งซีวิค เสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทางหัก 2 ท่อน และพุ่งชนร้านก๋วยเตี๋ยว ปากซอยลาดพร้าว 140 แม่ค้าได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คนขับเสียชีวิต

          วันที่ 9 ก.ย.55  เวลา02.15 น.  พ.ต.ท.ภาคภูมิ พูลศิริโภคา พนักงานสอบสวน(สบ3) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านก๋วยเตี๋ยวมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าปากซอยลาดพร้าว 140 ถนนลาดพร้าวขาเข้า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
 
          ที่เกิดเหตุบริเวณริมฟุตปาทหน้าปากซอยลาดพร้าว140 พบรถรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ชข 5412กรุงเทพมหานคร พุ่งขึ้นฟุตบาธไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางสูงประมาณ  5 เมตรหัก 1 ต้น และต้นก้ามปูสูง 5 เมตรหักเป็น 2 ท่อนอีก 1 ต้น จากนั้นพุ่งเข้าไปชนร้านขายอาหารอีสาน ร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาลาดพร้าว 140 ได้รับความเสียหายถ้วยชามกระเด็นไปคนละทิศละทาง ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งในสภาพกระจกหน้าแตกรถพังยับเยินทั้งคัน ที่เบาะคนขับพบศพ นายนิพนธ์ นาราภัทรกิจ อายุประมาณ 30 ปี บ้านเลขที่ 354 หมู่12 ต.พังตรุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัยเลือดท่วมหน้า ตรวจสอบภายในรถพบบัตรของบริษัทแอมเวย์ระบุชื่อนายนิพนธ์ ตำแหน่งบิสสิเน็ตโอนเนอร์(Business owner) ส่วนคนเจ็บมี 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางพรทิพย์ พูลประดิษฐ์ อายุ 55 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย และน.ส.ปิญานุช หรือเหมี่ยว หนูงาม อายุ 26 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟอาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.เวชธานีไปก่อนหน้านี้
 
          จากการสอบสวน น.ส.ฤติธาดา ถนาวรณ์ อายุ 21 ปี พนักงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่หน้าร้าน เลยวิ่งออกมาดูก็เห็นรถคันดังกล่าวพุ่งชนร้านก๋วยเตี๋ยวจนพังยับเยินและคนขับรถเสียชีวิตคาที่ ส่วนน.ส.เหมี่ยว ถูกชนจนร่างไปอยู่ที่ใต้ท้องรถไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาช่วยนำร่างออกมาจากท้องรถและนำส่งรพ.ทันที ทั้งนี้เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาเคยมีเหตุรถพุ่งชนเข้ามาในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ตนทำงานได้รับความเสียหายมาแล้วเช่นเดียวกัน และตรงนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
 
          ขณะที่ นายธีรเดช พันธุ์ชู อายุ 23 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เห็นรถของนายนิพนธ์ขับมาอีกฝั่งหนึ่งในสภาพรถหมุนเป็นลูกข่างควงแล้วเสยพุ่งขึ้นฟุตบาธชนเสาไฟฟ้า ชนต้นก้ามปู จากนั้นก็พุ่งเข้าไปชนร้านก๋วยเตี๋ยวพังระเนระนาดก่อนที่รถจะหยุดนิ่ง จึงเลี้ยวรถกลับมาดูก็เห็นนายนิพนธ์เสียชีวิตแล้ว
 
          ขณะเดียวกันนายอัครเดช อารีเอื้อ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านขายอาหารอีสาน กลาว่า ตนเพิ่งปิดร้านไปเมื่อตอนเที่ยงคืนแล้วปล่อยให้ลูกน้องเก็บร้าน ส่วนตนไปซื้อของเพื่อเตรียมไว้ทำอาหารอีสานขายที่ตลาดบางกะปิ หลังเก็บร้านเสร็จได้สักพักใหญ่ก็เกิดเหตุขึ้นทำให้ร้านของตนรวมทำข้าวของที่ใช้ทำมาหากินพังเสียหายทั้งหมด และต้องเสียเวลาปิดซ่อมร้าน ทั้งยังต้องเสียเงินในการซ่อมแซมและซื้อข้าวของอีกนับแสนบาท ถือว่าโชคดีที่ร้านตนเก็บเสร็จเร็ว เพราะหากช้ากว่านี้คงได้ตายหมู่ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่รู้จะไปเรียกร้องเอากับใคร แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ตนไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ลาดพร้าว
 
          ด้าน พ.ต.ท.ภาคภูมิ กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้นเห็นรถผู้ตายขับมายังไม่แน่ชัดว่าลงมาจากสะพานข้ามแยกบางกะปิหรือวิ่งมาจากหน้าเดอะมอลล์บางกะปิแล้วรถเสียหลักหมุนไถลเกยขึ้นฟุตปาทชนเสาไฟฟ้า ต้นไม้และร้านค้าได้รับความเสียหายจนคนขับเสียชีวิต ส่วน น.ส.เหมี่ยวแม่ค้าร้านเย็นตาโฟที่อยู่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกระเด็นไปอยู่ใต้ท้องรถได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกรายคือนางพรทิพย์แม่ของน.ส.เหมี่ยวบาดเจ็บเล็กน้อย โดยผู้ตายขับมาเพียงคนเดียวส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ หลังจากนี้จะนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และรอให้น.ส.เหมี่ยวอาการดีขึ้นจะเดินทางไปสอบปากคำด้วย และนับว่าโชคดีมากขณะเกิดเหตุบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกำลังเก็บร้านพอดีไม่มีลูกค้าไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้มีคนเจ็บและเสียชีวิตมากกว่านี้ก็เป็นได้