ข่าว

ตัดตอนหัวหมอเปิดเว็บแจงขาย'ของยึด'

ตัดตอนหัวหมอเปิดเว็บแจงขาย'ของยึด'

09 ก.ย. 2555

ตัดตอน..หัวหมอ เปิดเว็บ..แจงขาย'ของยึด'

               ห้วงระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำการสืบสวนสอบสวนคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน สามารถยึดทรัพย์สินตามฐานความผิดต่างๆ ที่เข้าสู่การฟอกเงินไปแล้วกว่า 2,400 ล้านบาท และในปี 2555 นี้ ก็กำลังสอบสวนเพื่ออายัดทรัพย์สินอีกกว่า 213 เรื่อง มีคำสั่งยึดทรัพย์สินไปแล้ว 52 เรื่อง รวมถึงที่ดินอีกกว่า 70 แปลง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประเมินราคา
 
               จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมา กลุ่มความผิดได้ใช้รูปแบบต่างๆ ฟอกเงินจากการทำผิดกฎหมายจำนวนมาก และต่อไปนี้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบุคคล และทรัพย์สินที่ถูกอายัดควรที่จะได้รับการเปิดเผย เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนทั่วไปไม่ตกเป็นเหยื่อ!!
 
               พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) บอกว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีประชาชนกลายเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้ไปซื้อทรัพย์สินที่ถูกทางราชการอายัดไว้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อฟ้องร้องในคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ปปง.เองจะต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลทรัพย์สินต่างๆ ที่ถูก ปปง.ได้อายัด และยึดทรัพย์สินไว้ให้สังคมได้รับทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง โดยปกติแล้วทรัพย์สินต่างๆ ที่ถูก ปปง.ได้อายัด และยึดทรัพย์สินไว้ หากคดียังไม่สิ้นสุดห้ามให้มีการจำนองหรือซื้อขายอย่างเด็ดขาด
 
               เลขาธิการ ปปง.ย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนต้องรับทราบ จึงจำเป็นที่จะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของเว็บไซต์องค์กร www.amlo.go.th โดยจะบรรจุข้อมูลทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงบุคคลที่กระทำความผิดฐานฟอกเงินไว้แสดงให้รับทราบ ก่อนที่หลายคนจะถูกหลอกลวงให้ไปซื้อทรัพย์สินอายัด
 
               ที่ผ่านมา  ปปง.ได้แจ้งคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ไปแล้ว ไม่เคยมีการเผยแพร่รายชื่อบุคคล ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ไปยังประชาชน หน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงานที่ดิน สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทราบ ทำให้บุคคลที่ถูกดำเนินคดียึดทรัพย์ตามกฎหมาย ได้พยายามโอนหรือจำหน่ายทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งเหมือนกับเป็นการมาหลอกให้ซื้อโดยที่คนซื้อไม่รู้เลยว่าทรัพย์สินนั้นถูกตกเป็นของแผ่นดิน ถูกอายัดไว้แล้วตามคำสั่งของคณะกรรมการ ปปง. จะมารู้ภายหลังก็ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ส่งผลให้มีผู้ถูกหลอกในลักษณะนี้หลายราย สร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะเงินก็สูญไป ทรัพย์สินก็ไม่ได้มา
 
               “ปัญหาแบบนี้มีเยอะ คณะกรรมการจึงมีมติให้เปิดเผยรายชื่อบุคคลซึ่งถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถมาตรวจสอบได้ รวมถึงสถาบันการเงินก็เช่นกัน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากผู้ไม่หวังดี นำทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดินแล้วมาขายทอดตลาดต่ออย่างไม่ถูกต้อง อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ก็จำเป็นที่ต้องเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ”
 
               พ.ต.อ.สีหนาท ยกตัวอย่างที่ดินแห่งหนึ่งถูกยึดอายัดไว้ เมื่อมีคนนำมาเสนอขายราคาถูกก็มีคนอยากได้และรีบตะครุบไว้ จัดแจงจ่ายเงินให้แก่เจ้าของที่ดินที่เอามาขายทันที แต่เมื่อไปโอนกลับพบคำสั่งศาลว่าที่ดินผืนดังกล่าวถูกสั่งอายัดไว้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน จึงเป็นที่มาให้ ปปง.ต้องออกมาดำเนินการเตือนประชาชน ให้ตรวจสอบข้อมูลของการเปิดเผยข้อมูลบุคคลซึ่งถูกยึด หรืออายัดทรัพย์สินนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
 
               1.เข้าไปที่เว็บไซต์ www.amlo.go.th
 
               2.เลือกที่เมนูหลัก (แถบซ้ายมือ) และคลิกที่เมนู “ตรวจสอบข้อมูลการยึด/อายัด”
 
               3.คลิกที่เมนูย่อย “ข้อมูลคำสั่งยึด/อายัด”
 
               4.ต่อจากนั้นคลิกที่ “ข้อมูลคำสั่งยึด/อายัด ประจำปี 2555” ซึ่งจะปรากฏข้อมูลรายละเอียดคดี ความผิดมูลฐาน สถานะคดี และข้อมูลเพิ่มเติม
 
               โดยท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลคดีคำสั่งยึด/อายัดตามที่ต้องการได้ ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลปีย้อนหลังลงไปนั้น ปปง.กำลังเร่งจัดทำข้อมูลเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบให้แก่ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้
 
               พ.ต.อ.สีหนาท ย้ำอีกว่า รูปแบบการฟอกเงินที่ถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก และทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานตรวจสอบได้ยากเย็น คือการไม่นำเงินเข้าสู่ระบบใดๆ เลย แต่จะเป็นการนำเงินไปซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ เช่น นำไปฝังดินไว้ หรือไปซุกซ่อนไว้กับบ้านญาติของตนเอง จุดนี้ทำให้การตรวจสอบจะยิ่งเพิ่มความลำบากเพราะจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนที่ทำผิดไม่ได้เลย
 
               ประเด็นที่สำคัญคือ ปปง.ต้องการไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการฟอกเงินอีกต่อไป ต้องมีการตรวจสอบในทรัพย์สินนั้นๆ ก่อนที่จะมีการซื้อขาย และต่อไปนี้ก็สามารถกระทำได้เองผ่านทางช่องทางการตรวจสอบดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงให้สังคมเห็นถึงการทำงานของ ปปง.ที่ต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้!!