
ตร.ชี้ข้อมูลมากพอดำเนินคดียิง'ลูกชาดา'
คดียิงลูกชาย ส.ส.ชาดา ผบช.ภ.3 เผยพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้เพียงพอสำหรับการดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย แม้จะหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุอีก 2 กระบอกไม่พบก็ตาม ระบุตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของคู่กรณีทั้งสอง
8 ก.ย.55 คดีนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงเสียชีวิต ต่อมานายมั่น พูลทรัพย์ อายุ 40 ปี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมของกลางรถกระบะ โดยนายมั่นให้การอ้างว่า เป็นฝ่ายถูกกลุ่มผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถของตนเองก่อนหลายนัด จึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กลับเพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการขับรถปาดหน้าและเปิดไฟรถส่องกันไปมา
พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการทำการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจนถึงขณะนี้มั่นใจว่า มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งวิถีกระสุนปืน และร่องรอยจากรถยนต์ของคู่กรณีทั้ง 2 คัน ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาอาวุธปืนขนาด .380 อีก 1 กระบอกของทางฝั่งนายฟารุต และอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ของนายมั่น ที่อ้างว่านำไปทิ้งหลังก่อเหตุไม่พบก็ตาม
ส่วนการที่นายชาดาให้การว่าทางฝั่งของคู่กรณีมีผู้ก่อเหตุ 2 คน และไม่ได้มีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียวนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง และยังคงหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแต่จากหลักฐานที่เก็บได้จนถึงขณะนี้พบว่ากระสุนของอาวุธปืนที่ยิงใส่รถของนายฟารุต เป็นกระสุนที่ยิงมาจากคนๆ เดียว อีกทั้งจากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บได้จากรถ
อย่างไรก็ตาม กระบะคู่กรณีก็เชื่อว่านายมั่นเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถผู้ตายเพียงคนเดียวเช่นกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (กรุงเทพฯ) ยังใช้เครื่องสแกนแบบ 3 มิติไปตรวจแนววิถีกระสุนในขณะเกิดเหตุแล้วสร้างภาพจำลองออกมาให้เสมือนจริง ซึ่งจะทำให้พยานหลักฐานหนักแน่นและรัดกุมมากขึ้น โดยสำนวนคดีทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้



