
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : ลูกพี่สั่งลุย
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : ลูกพี่สั่งลุย : สิงห์สนามข่าว
เห็นหน้าค่าตาบนข่าวการเมืองมานานนมสำหรับ "บังซุป" ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นซูเปอร์โฆษก ไม่ว่ารองโฆษกรัฐบาล โฆษกพรรค โฆษกมหาดไทย
ที่สำคัญคงหนีไม่พ้นตำแหน่งคนสนิท "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่แห่งค่ายภูมิใจไทย ที่ตอนนี้หันไปบ้าฟุตบอลเต็มขั้น
ขึ้นชื่อว่าคนสนิทคงติดเชื้อลูกพี่มาแน่ๆ เพราะช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นหน้า "บังซุป" หนีหายไปจากหน้าการเมือง ไปโผล่ที่หน้ากีฬาอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุเพราะการทำหน้าที่ในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งได้เชิญ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมคณะเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ "บังซุป" จัดหนักจัดเต็มดุเดือดเลือดพล่าน เล่นเอา "บังยี" ถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน
เรียกได้ว่า ใครได้พบหน้า "ท่านโฆษก" ในช่วงนี้ถามเรื่องการเมืองแทบจะไม่ตอบ ไม่เจรจา แต่ถ้าเอ่ยถึงเรื่องฟุตบอลนั่งคุยได้ 3 วัน 3 คืนก็ไม่จบ
พอมีโอกาสได้พบหน้า "นักข่าวหนุ่ม" เอ่ยปากแซวทันที "พี่เปลี่ยนใจไปรักกีฬาเหมือนลูกพี่แล้วหรอ ไปกินอะไรมาเนี่ยเห็นข่าวอยู่แต่หน้ากีฬาตลอด" บังซุป ตอบทันควัน "ไม่ได้เปลี่ยนใจ แต่พอดีลูกพี่แบ่งดีหมีมาให้กิน"
แต่สงสัยคงไม่ใช่ดีหมีของ "บิ๊กเน" ที่แบ่งมาให้แน่ๆ ที่ทำให้กัด "สมาคมฟุตบอล" ไม่ปล่อย ขนาดนี้
สงสัยลูกพี่สั่งลุยมากกว่า เพราะ "บังยี" ก็ถือว่าเป็นโจทย์ของลูกพี่ท่านโฆษกคนสนิท ถึงเดินหน้าเต็มตัวขนาดนี้ (ฮาเบาๆ)
"ลูกยังเล็ก"
ช่วงนี้พรรคเพื่อไทยต้องใช้คำว่า "หัวกระไดไม่แห้ง" ถึงจะเหมาะสม เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากเจ้าถิ่นขาประจำอย่างคนเสื้อแดงแล้ว บรรดานักการเมืองน้อยใหญ่ต่างแวะเวียนเข้าออกกันไม่ขาดสาย
ไล่มาตั้งแต่นักการเมืองบิ๊กเบิ้มอย่าง "บิ๊กเติ้ง"บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หอบแจกันดอกไม้มาอวยพรวันเกิด "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" อดีตนายกรัฐมนตรีถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทยและอยู่คุยกันนานกว่า 20 นาที
ตามมาด้วย "บิ๊กแป๊ะ"สนธยา คุณปลื้ม คู่ชีวิตของ "คุณนายเบียร์" สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ที่เดินทางมาที่ทำการพรรคเพื่อไทยกลับเขาด้วย
กระจอกข่าวเลยข้องใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลพร้อมใจกันมาที่พรรคเพื่อไทยขนาดนี้ หรือว่าเส้นตายส่งชื่อรัฐมนตรีในโควตาของพรรคร่วมรัฐบาลจะใกล้เข้ามาแล้ว
"บิ๊กแป๊ะ" ปฏิเสธทันควันว่า ไม่มีการหารือเรื่องการเมืองเลยและที่มาก็ในฐานะคนคุ้นเคยเท่านั้น ขนาดแค่เข้าประตูพรรคมาก็รู้จักคนแล้ว เพราะเคยอยู่มาตั้งแต่สมัยยังเป็นพรรคไทยรักไทย
เรียกว่าทักทายตั้งแต่เจ้าหน้าที่พรรคที่อยู่บริเวณห้องโถงที่ทำการพรรค ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในอาคารที่ทำการพรรคเลยทีเดียว
ถามไถ่ได้ไม่กี่คำถาม "บิ๊กแป๊ะ" ก็ขอตัวกลับ กระจอกข่าวเลยแหย่ว่า นานๆ เจอกันทีทำไมถึงจะรีบกลับ น่าจะอยู่ปล่อยข่าวให้กระจอกข่าวได้เอาไปเม้าท์กันบ้าง
"บิ๊กแป๊ะ" ยิ้มก่อนจะอธิบายว่า "นี่เย็นแล้ว เดี๋ยวพี่ต้องไปรับลูกที่โรงเรียน ตอนเช้าพี่ก็ต้องพาไปส่งที่โรงเรียนด้วยเหมือนกัน วันๆ วิ่งไปกลับกรุงเทพฯ ชลบุรีเป็นว่าเล่น ทำไงได้ก็พื้นที่เรามันอยู่ตรงนั้น"
ก่อนแยกย้ายกัน "บิ๊กแป๊ะ" หันมากระซิบด้วยว่า "ทำไงได้ เรามันคนลูกยังเล็กนี่นา" ทำเอากระจอกข่าวฮากันเกรียวกราว
เอาน่า!! ช่วงที่ยังว่างก็ทำหน้าที่คุณพ่อไปพรางๆ ก่อน เดี๋ยวเป็นรัฐมนตรีเมื่อไหร่จะไม่มีเวลาว่างไปส่งลูกแล้วนะ
"นักข่าวกระทรวงดุจัง"
การเดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอกรมว.ยุติธรรม โดยควงคู่มากับ "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นอกจากนี้มาตรวจเยี่ยมการทำงานแล้วยังมาชี้แจงเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการ ป.ป.ท.
ระหว่างที่ พล.ต.อ.ประชา กำลังแถลงข่าวมีเสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งดังขึ้นโดยเป็นเสียงเรียกเข้าเป็นเสียง "สุนัขเห่า" เรียกรอยยิ้มให้แก่ทุกคนในห้องประชุม รวมทั้ง พล.ต.อ.ประชา
จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถาม "พล.ต.อ.ประชา" จากสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยและน้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น ใบหน้าเริ่มแดงเรื่อ ยิ่งเมื่อถูกซักถึงประเด็นการโยกย้าย "ดุษฎี" โดยมีชื่อของ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ จะมานั่งในตำแหน่งดังกล่าวแทน บางช่วงมีการตอบโต้ระหว่างรัฐมนตรีกับผู้สื่อข่าว จนกระทั่งการแถลงข่าวเสร็จสิ้น "พล.ต.อ.ประชา" ได้หันมาบ่นกับกระจอกข่าวสาวที่เดินอยู่ใกล้ๆ กว่า "นักข่าวกระทรวงถามดุจัง..?"
.........................................
(ล้วงตับสุดสัปดาห์ : ลูกพี่สั่งลุย : สิงห์สนามข่าว)



