
พม.สั่งปิดเนิร์สเซอรี่เถื่อนทำเด็กวัย9เดือนตาย
แจ้งจับเนิร์สเซอรี่เถื่อนทำลูกชายวัย 9 เดือนตาย เจ้าของอ้างเด็กสำลักนมเสื้อผ้าเปื้อน ลื่นล้มระหว่างอุ้มเข้าห้องน้ำทำความสะอาด ผลชันสูตรระบุเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ท้ายทอยมีรอยช้ำ พ่อแม่เชื่อประมาททำเด็กตกพื้น ยันเอาเรื่องถึงที่สุด พม.สั่งปิดเนิร์สเซอรี
เหตุการณ์พ่อแม่เข้าแจ้งความจับเนิร์สเซอรี่เถื่อนทำลูกชายวัย 9 เดือนตาย เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม นายนรินทร์ ไชยกันทา อายุ 33 ปี และน.ส.ญาฐลิภัทร ไชยกันทา อายุ 27 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 6 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ดรุณ ทุ่นใจ พนักงานสอบ สวน สภ.สารภี ให้เอาผิดกับ น.ส.พิมพา ปัญญาแก้ว หรือ "ครูตุ่น" อายุ 46 ปี เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กในหมู่บ้านเดียวกัน หลังนำลูกชายวัย 9 เดือน ไปฝากเลี้ยงแล้วเสียชีวิต
น.ส.ญาฐลิภัทรให้การว่า มีอาชีพเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ในคลินิกแห่งหนึ่ง ส่วนสามีต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จึงนำ ด.ช.รักสกุล ไชยกันทา หรือ "น้องเหนือ" ลูกชายวัย 9 เดือน ไปทดลองฝากเลี้ยงที่สถานรับเลี้ยงเด็กของ น.ส.พิมพา ตั้งอยู่เลขที่ 278 หมู่ 6 ต.หนองผึ้ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 100 เมตร ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดย น.ส.พิมพา เรียกค่าดูแลเดือนละ 2,500 บาท
ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม เวลาประมาณ 16.00 น. เพื่อนบ้านมาแจ้งให้ทราบว่าลูกชายหมดสติ และ น.ส.พิมพาได้นำตัวส่งสถานีอนามัยประจำตำบล ตนและสามีจึงรีบเดินทางไปดูลูก เมื่อไปถึงพบว่าลูกชายหมดสติ ตัวซีด หน้าตาเขียวคล้ำ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสารภี ขณะที่แพทย์โรงพยาบาลสารภีได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในคืนวันเดียวกัน กระทั่งวันที่ 20 พฤษภาคม ลูกชายเสียชีวิตลง แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง
น.ส.ญาฐลิภัทร กล่าวว่า สถานรับแลี้ยงเด็กแห่งนี้เปิดมานานหลายปี รับเลี้ยงเด็กแรกเกิดจนถึงก่อนเข้าอนุบาล มีเด็กประมาณ 40 คน น.ส.พิมพายืนยันกับผู้ปกครองทุกคนว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง ทำให้มั่นใจว่าจะดูแลลูกชายได้ดี จึงนำไปฝากเลี้ยง แต่ปรากฏว่าหลังจากนำลูกชายไปส่งสถานีอนามัย น.ส.พิมพากลับบ้านทันที โดยไม่มีน้ำใจอยู่ดูอาการ ทั้งยังไม่ยอมแจ้งให้ตนและสามีทราบ ด้วยตัวเอง
น.ส.ญาฐลิภัทร กล่าวอีกว่า หลังลูกชายเสียชีวิตได้สอบถามข้อเท็จจริง น.ส.พิมพาอ้างว่า เวลาประมาณ 15.30 น.วันเกิดเหตุ ได้อุ้มลูกชายไปนอน โดยให้นมกินก่อนนอน ขณะที่กินนมจากขวดอยู่นั้น ลูกชายเกิดสำลักนมและหมดสติ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่จากผลการชันสูตรศพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กลับระบุว่าเสียชีวิตจากมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและศพยังมีรอยฟกช้ำบริเวณท้ายทอย ที่สำคัญพฤติการณ์ของนางพิมพาที่ลุกลี้ลุกลนรีบออกไปจากสถานีอนามัย ทำให้เชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกชายมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูของน.ส.พิมพาอย่างแน่นอน จึงเข้าแจ้งความเอาผิดให้ถึงที่สุด
หลังรับแจ้งความ พ.ต.ท.ดรุณ เดินทางไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว พบเป็นบ้านชั้นเดียว สภาพเก่า มีป้ายติดประตูด้านหน้าว่า "ประกาศฉุกเฉิน พรุ่งนี้งดรับเด็กพิเศษ 1 วัน ปรับปรุงโรงเรียน" จากการตรวจสอบภายในบ้านพบเป็นห้องโถง มีห้องนอนเด็ก 2 ห้อง
น.ส.พิมพา ให้การว่า วันเกิดเหตุได้ให้นมเด็ก แต่เด็กสำลักจนเสื้อผ้าเปื้อนนม จึงอุ้มเด็กเข้าห้องน้ำเพื่อทำความสะอาด แต่พื้นห้องน้ำลื่นทำให้ตนลื่นล้ม ส่วนน้องเหนือยังคงอุ้มอยู่ในอก หลังจากนั้นพบว่าน้องเหนือหมดสติ จึงนำส่งสถานีอนามัย ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายหรือประมาทใดๆ แต่หากผลการสอบสวนออกมาว่าตนมีความผิดก็พร้อมรับผิดชอบ
น.ส.พิมพายอมรับว่า เปิดรับเลี้ยงเด็กโดยไม่มีใบอนุญาต แต่หลังจากปรับปรุงสถานที่เสร็จจะยื่นขอใบอนุญาตทันที พร้อมยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า เพิ่งเปิดรับเลี้ยงเด็กได้ไม่นาน แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเพื่อนบ้านกลับยืนยันว่า สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้เปิดมาแล้วกว่า 3 ปี
พ.ต.ท.ดรุณ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเรียก น.ส.พิมพาและพยานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ แต่จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้นเชื่อว่าไม่มีเจตนาทำร้าย แต่อาจเป็นการประมาทด้วยการอุ้มเด็กแล้วหลุดมือ หากยืนยันได้ว่าเป็นความประมาทจากการเลี้ยงดูจะมีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และอาจถูกดำเนินคดีจากการเปิดรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกหนึ่งข้อหา
ต่อมาเวลา 15.00 น. นางรัชดาภรณ์ กรุณามา นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 278 หมู่ 6 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเปิดเป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็ก ภายในบ้านพบเด็กชายหญิงอายุประมาณ 1-3 ขวบ นอนอยู่ในห้องด้านหลังบ้าน 4 คน มีลูกชายอายุประมาณ 20-22 ปี ของ น.ส.พิมพา นอนหลับอยู่ในห้องเดียวกัน ส่วน น.ส.พิมพาไม่พบตัว โดยชายอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งอ้างตัวเป็นเพื่อนบ้านบอกว่า น.ส.พิมพา เดินทางไปทำธุระต่างอำเภอ และทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ภายในบ้าน
ขณะที่เพื่อนบ้านหลายรายที่มาสังเกตการณ์ระบุตรงกันว่า ชายคนดังกล่าวเป็นสามีของ น.ส.พิมพา และน.ส.พิมพาหลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากมีชาวบ้านเห็นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงบ้านไม่ถึง 10 นาที
นางรัชดาภรณ์กล่าวหลังเข้าตรวจสอบว่า รู้สึกสลดใจที่เห็นว่า ทำไมถึงดูแลอนาคตของชาติไม่ดีเลย สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ ไม่มีอะไรถูกต้องสักอย่าง ตั้งแต่ไม่มีใบอนุญาต คุณสมบัติผู้เลี้ยง อาคารสถานที่ หรือวิธีการดูแลเด็ก ไม่มีมาตรฐานแม้แต่อย่างเดียว หลังจากตรวจสอบแล้ว ได้สั่งให้ปิดดำเนินการทันที และให้แจ้งผู้ปกครองของเด็กทั้ง 4 คนมารับตัวกลับบ้าน ก่อนที่นิติกรประจำ พม.เชียงใหม่ จะเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิด โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ มีสถานรับเลี้ยงเด็กที่ขออนุญาตและผ่านการตรวจสอบมาตรฐานทั้งหมด 164 แห่ง ทั้งหมดมีการตรวจเยี่ยม อบรมผู้เลี้ยง อบรมผู้ประกอบกิจการถึงมาตรฐานในการรับเลี้ยงเด็กอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กที่ลักลอบเปิด หรือเนิร์สเซอรี่เถื่อนก็มีอยู่ หากทราบก็คงไม่ปล่อยปละละเลย หลังจากนี้ พม.เชียงใหม่ จะขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้ช่วยกันสอดส่องดูแล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของ พม. เชียงใหม่ มีจำกัด ไม่สามารถตรวจตราได้อย่างทั่วถึง



