
อนาคตพันธมิตรอยู่ที่แบ่งบทบาทแกนนำทั้ง 5
วันที่ 24-25 พฤษภาคม การประชุมระดับชาติของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะตัดสินว่าจะมีการเดินหน้าตั้งพรรคการเมืองหรือไม่
ผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม น่าจะวิเคราะห์ได้ ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงจะดำรงบทบาทของกลุ่มการเมืองภาคประชาชนส่วนหนึ่ง
และถ้ามีการลงมติให้ตั้งพรรคการเมือง ก็คงต้องตัดสิน ว่าแกนนำทั้ง 5 จะรวมตัวกันอยู่จุดใดจุดหนึ่ง หรือจะแยกบทบาทกัน และถ้าหากแยกบทบาทจะแยกกันอย่างไร เพราะว่า นั่นคือหัวใจสำคัญของการจะเดินหน้าต่อไป
คำถามข้อแรก ก็คือว่า ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค คุณสนธิ ลิ้มทองกุล กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คนใดคนหนึ่งจะยอมรับตำแหน่งนี้หรือไม่
คนที่มาเป็นหัวหน้าพรรค ก็จะมีบทบาทสำคัญยิ่ง เพราะว่านั่นจะเป็นปัจจัยตัดสินว่าพรรคการเมืองใหม่ภายใต้ปีกของพันธมิตรนั้น จะเกิดได้หรือไม่ในระยะเวลาอันสั้น
สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดบทบาทอนาคตของพันธมิตร จึงอยู่ที่การแบ่งหน้าที่ของแกนนำทั้ง 5 ว่าจะสวมบทบาทอะไร เพราะว่าจะสวมทั้งสองบทบาทคงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบาก และคงจะทำให้ทั้งการเมืองภาคประชาชน และการเมืองว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น เป็นไปได้ยากยิ่ง
ไม่ว่าแกนนำทั้ง 5 จะแยกบทบาทอย่างไรก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งก็คือการกำหนดทิศทางของการเมืองภาคประชาชนด้านหนึ่ง กับการเมืองด้านพรรคการเมืองอีกด้านหนึ่ง
และที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า แกนนำทั้ง 5 และแกนนำรุ่นสองของพันธมิตรนั้นจะต้องเพิ่มความหนักแน่น จะต้องใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ไปซึ่งจะมีมากยิ่งขึ้น
เพราะว่า เมื่อตั้งเป็นพรรคการเมืองแล้วก็จะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะ รวมไปถึงบทบาทต่างๆ ที่ผิดแผกแตกต่างไปจากบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดิมที่ดำเนินมาตลอด
วันนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยืนอยู่ ณ จุดทางสองแพร่ง จุดท้าทายเพื่อพิสูจน์ตัวเองตามคำประกาศเจตนารมณ์ว่า ทุกอย่างที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น กำลังรอการพิสูจน์อยู่ข้างหน้านี้
สุทธิชัย หยุ่น



