
สะพัด!'สุกำพล'บินพบ'แม้ว'ที่อังกฤษ
สะพัด! "สุกำพล ยกคณะ "บิ๊กกลาโหม" บินพบ "ทักษิณ" ถึงเมืองผู้ดี คาดรายงานเรื่องฟัน "ปลัดกห." พร้อมสั่งกรมพระธรรมนูญงัดข้อกม.สู้ศาลปค. อ้างฟันวินัย "เสถียร" ชี้ศาลไม่มีสิทธิ์จุ้น ด้าน "เสถียร" งัดเอกสาร 8 หน้าสู้
7ก.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.มล.เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อเวลา 12.00 น.
ทั้งนี้มีรายงานว่า เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือถึงกรณีที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ยืนฟ้องต่อศาลปกครองต่อการที่ พล.อ.อ.สุกำพล ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหมย้ายออกจากการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม สำหรับ พล.อ.นิพัทธ์ ก็จะเข้าไปขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตนเองได้รับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.สุกำพล ได้สั่งการให้ พล.อ.ชัยรัตน์ ชีวะพันธุ์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ เตรียมเอกสารข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทางกฎหมายเพื่อต่อสู้กับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากคำสั่ง 383 / 55 ดังกล่าว เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อลงโทษทางวินัยทางด้านทหาร ซึ่งอำนาจการพิจารณาทางศาลปกครองไม่สามารถที่จะดำเนินการพิจารณาตัดสินคุ้มครองให้พล.อ.เสถียร กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจเต็มในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา โดยตามหลักกฎหมายแล้ว ศาลปกครองไม่มีอำนาจในการตัดสินเกี่ยวกับเรื่องวินัยทหารตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ในตามมาตรา 9 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. 2542 ได้บัญญัติข้อยกเว้นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง 3 ประเภทคือ
1.การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร ไม่ว่าจะเป็นการลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารหรือเป็นการดำเนินการทางวินัยอย่างอื่น 2.การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ซึ่งมิใช่เป็นการพิจารณาพิพากษาคดี แต่เป็นการบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่งการลงโทษทางวินัย(ค) 3.คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษต่างๆ ที่อยู่ในระบบศาลยุติธรรม ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการจัดตั้งศาลปกครอง อย่างไรก็ตามในหนังสือคำสั่งย้ายปลัดกลาโหมของรมว.กลาโหมนั้น มิได้ระบุว่า พล.อ.เสถียร กระทำผิดด้านวินัยแต่อย่างใด แต่ให้เหตุผลเพียงแค่ว่า เพื่อให้การบริหารราชการในกระทรวงกลาโหมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม(พ.ร.บ.กลาโหม) พ.ศ.2551
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเดียวกัน พล.อ.เสถียรได้ทำเอกสารถึงศาลปกครองกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล ได้เรียกไปสั่งการให้ตั้ง พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2555 โดยเอกสารดังกล่าวมีรายละเอียดถึง 8 หน้า ว่าในที่ประชุมมีการพูดอะไรอย่างไรบ้างเพื่อให้ศาลพิจารณา นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือถึงกรมพระธรรมนูญว่า หากรมว.กลาโหม มีการเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ก็ขอให้แจ้งให้ตนได้รับทราบด้วย เพราะถือตนว่ายังคงดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมอยู่ ทั้งนี้เมื่อไม่มีหนังสือยืนยันกลับมาให้ตนเข้าร่วมประชุมดังกล่าวในแง่ของกฎหมายถือว่า พล.อ.อ.สุกำพล ละเลยการปฏิบัติหน้าที่มีความผิดตาม กม.อาญา มาตรา 157
"เสธ.ไก่อู"ให้ปากคำดีเอสไอนาน9ชม.
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าให้ปากคำคดีการเสียชีวิต 91 ศพ นานกว่า 9 ชั่วโมงว่า ได้ให้การไปตามข้อเท็จจริงเท่าที่รับทราบและเห็นข้อมูล ซึ่งดีเอสไอได้ตั้งคำถามตั้งแต่การตั้งศอฉ.ไปจนถึงการปฏิบัติการตามคำสั่งทุกเหตุการณ์ โดยตนได้ตอบทุกคำถามพร้อมอธิบายถึงเหตุผล แต่เนื่องจากตนเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนกลางอะไรที่ทราบก็อธิบายชัดเจน ที่ผ่านมาในช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติตามกฎหมาย และคำนึงถึงคนเสื้อแดงว่าเป็นประชาชนที่คิดต่างเท่านั้น ใช้มาตรการจากเบาไปหนักตามมาตรฐานสากล หากย้อนกลับไปจะเห็นว่า ก่อนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเหตุการณ์ปกติคงไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง ซึ่งทหารทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่มั่นใจว่าผู้บังคับบัญชาจะปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามคำสั่ง



