ข่าว

 ยืมเงิน ยืมเครดิต

ยืมเงิน ยืมเครดิต

23 พ.ค. 2552

การแข่งขันกันจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยนั้นมีความรุนแรงมาก จนถึงขั้นที่นักการตลาดหลายคนพูดกันว่า เปรียบเสมือนกับการทำสงครามล้างเผ่าพันธุ์เลยทีเดียว เพราะหากดูที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วงที่ตลาดยังเติบโตอยู่นั้น ตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์รวมทุกชนิดสูงมากถึงปีละเกื

 ในขณะที่ผู้นำในตลาดสามรายอันได้แก่ โตโยต้า อีซูซุ และฮอนด้า คว้ายอดจำหน่ายรวมกันไปได้ถึงระดับร้อยละ 80 ของตลาดรวม เหลือเพียงร้อยละ 20 ทิ้งเอาไว้ให้ผู้จำหน่ายอีกประมาณยี่สิบยี่ห้อเข้าแย่งชิงกัน

 จากตัวเลขจำหน่ายรถยนต์ในอดีตแต่ละปี หากนับรถยนต์แยกตามประเภทจะพบว่า เพียงแค่รถยนต์ปิกอัพที่จำหน่ายได้มากเกินครึ่งหนึ่งของตลาด อีซูซุ กับ โตโยต้า สามารถจำหน่ายได้สูงถึงรายละประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นคันต่อปี โดยอันดับสามที่ตามมาอย่างเก่งก็ขายได้อยู่ในระดับปีละประมาณสองหมื่นคันเท่านั้น

 กลยุทธ์ต่างๆ ที่คิดกันว่าสามารถช่วยให้รถขายได้มากขึ้น จึงถูกนำมาใช้กันทุกรูปแบบและทุกวิถีทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขทางการเงินที่ถูกนำมาใช้กันมากที่สุด วิธีการพื้นๆ มาตรฐานที่รู้กันทั่วไป เช่น ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ดอกเบี้ยต่ำ เป็นเรื่องที่ทั้งผู้บริโภคและผู้จำหน่ายต่างคุ้นเคยกันดี

 ส่วนกลยุทธ์ที่สามารถใช้ได้ดีประสบความสำเร็จในหลายประเทศ เช่น กลยุทธ์การซื้อรถยนต์เงินผ่อนแบบที่เรียกกันว่า “บอลลูน” นั้น เมื่อมีการนำมาใช้ในประเทศไทยกลับไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด แม้จะมีหลายบริษัทซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากซีกโลกตะวันตก นำมาปรับแผนการดำเนินการกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังห่างไกลกับคำว่าความสำเร็จอยู่มาก

 มีบางกลยุทธ์ที่ดูเหมือนจะได้ผลพอสมควร แต่หากมองไปที่รายละเอียดอย่างจริงจัง เพื่อเก็บข้อมูลเอาไว้เป็นกรณีศึกษา จะพบว่าภายใต้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นความสำเร็จนั้น มีลักษณะเฉพาะตัวของประเทศไทย ซ่อนตัวอยู่ในลักษณะลับลวงพรางที่ทำให้ข้อมูลไขว้เขวได้

 เช่นการให้เงื่อนไขพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่เคยพบกันในประเทศไทยมากที่สุดเช่น ข้าราชการบางหน่วยหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถซื้อรถยนต์ได้ในราคาถูกเป็นพิเศษ หรือได้เงื่อนไขที่ไม่ต้องวางเงินดาวน์ หรือสามารถผ่อนชำระได้ยาวนานกว่าลูกค้าที่ประกอบอาชีพอื่นๆ

 กลยุทธ์ในลักษณะนี้หากใช้ในประเทศตะวันตก ผู้ที่เข้ามาเป็นลูกค้าทำสัญญาซื้อขายกัน ย่อมเป็นกลุ่มเป้าหมายที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน แต่คนไทยเรานั้นจะมีลักษณะพิเศษที่ต่างออกไป เพราะเรามีการไปบอกต่อกันในหมู่เพื่อนฝูงญาติมิตร มีการให้ใช้สิทธิสวมชื่อเพื่อซื้อได้ในเงื่อนไขพิเศษ  

 โดยผู้เป็นเจ้าของสิทธิไม่กลัวว่าผู้ซื้อตัวจริงจะทำให้เครดิตตัวเองเสียหาย หากไม่สามารถชำระค่าสินค้าได้ตามกำหนด หรือผู้ซื้อตัวจริงที่ต้องจ่ายเงินโดยสินค้านั้นใช้ชื่อผู้ที่มีสิทธิ ก็ไม่กลัวว่าจะถูกแย้งสิทธิความเป็นเจ้าของเมื่อจ่ายเงินไปจนครบถ้วนแล้ว การยืมชื่อยืมสิทธิยืมเครดิตกันในลักษณะเช่นนี้ เราจะไม่ค่อยพบในประเทศอื่นๆ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว ดังนั้น หากใครต้องการเก็บข้อมูลที่แน่ชัดเพื่อไว้ใช้เป็นกรณีศึกษา ควรดูด้วยว่าสิทธินั้นเป็นการใช้โดยตัวจริง หรือเป็นการขอยืมเครดิตกันแน่ จะได้ศึกษากันถูกต้องในภายภาคหน้าครับ

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ