ข่าว

'กรีซ'ประท้วง!มาตรการรัดเข็มขัด

'กรีซ'ประท้วง!มาตรการรัดเข็มขัด

07 ก.ย. 2555

ชาวกรีซ และสเปน ต่างประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เรื่องการค้าเสรี ยังคงเป็นประเด็นหลักในการประชุมเอเปคที่รัสเซีย

          7 ก.ย. 55  การประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อรับมือกับวิกฤติหนี้ของยุโรป ยังคงเดินหน้าต่อไปในกรีซและสเปน โดยหลังจากถูกบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัดมานาน 2 ปีครึ่ง แผนการตัดลดค่าใช้จ่ายล่าสุด ก็ถูกนำออกมาใช้โดยรัฐบาลผสมภายใต้การนำของพรรคอนุรักษ์นิยของกรีซ สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนอย่างรุนแรง จนเกิดการประท้วงของของคนบางกลุ่ม ที่ไม่ใช่ผู้ใช้แรงงาน เช่น ตำรวจและผู้พิพากษา 

          ที่กรุงเอเธนส์ พบว่า ตำรวจ , เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชายฝั่งหลายพันคน ได้เดินขบวนต่อต้านแผนการตัดลดค่าใช้จ่าย ภายใต้มาตรการรัดเข็มขัดขนานใหญ่และใหม่ล่าสุด เพื่อป้องกันไม่ให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ 

          ผู้ประท้วงที่มีราว 4 พันคน ต่างร้องตะโกนคำว่า " หัวขโมย " , " อัปยศส่งท้ายที่ไปลงที่กองกำลังรักษาความมั่นคง " และ " ออมาดูว่าพวกคุณนำความตกต่ำมาให้เราอย่างไร " ในระหว่างที่พวกเขาเดินขบวนไปยังกระทรวงการคลัง พวกเขายังจำลองตะแลงแกงตั้งไว้บนรถเปิดประทุน และมีป้ายติดว่า " ทรอยก้า " ซึ่งหมายถึงผู้ตรวจสอบมาตรการรัดเข็มขัดจากสหภาพยุโรป หรือ อียู , กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางแห่งยุโรป 

          เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานบริการสาธารณะต่าง ๆ ได้แก่ ตำรวจ , เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต่างยืนในสภาพที่มีห่วงคล้องอยู่ที่คอ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า พวกเขามาประท้วงเพราะรัฐบาลได้รับปากก่อนการเลือกตั้งว่า จะขึ้นเงินเดือนให้ แต่กลับพบว่า เงินเดือนของพวกเขากลับลดลงไปอีก 6 เปอร์เซ็นต์ 

          การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างสันติ ได้มีขึ้นท่ามกลางความหมดหวังทางสังคม ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นว่า อัตราการว่างงานได้เพิ่มขึ้น 24.4 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน รวมทั้งตัวเลขคนตกงานอีก 1 ล้าน 2 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว

          นับเป็นการประท้วงล่าสุด เพื่อต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดล่าสุดเพื่อแลกกับแพ็คเกจช่วยเหลือมูลค่า 11,500 ล้านยูโร หรือราว 4 แสน 3 หมื่นล้านบาท สำหรับปี 2556 - 2557 จากบรรดาเจ้าหนี้ในกลุ่มยูโรโซน และไอเอ็มเอฟ 

          ส่วนที่กรุงมาดริด ของสเปน พบว่า ประชาชนหลายร้อยคนได้ไปรวมตัวกันอยู่ที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของอียู เพื่อประท้วงต่อสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า เป็นการเข้าไปจุ้นจ้านต่อเศรษฐกิจของสเปนของเยอรมนี  และสร้างความเจ็บปวดให้ชาวสเปนทุกคน 

          การประท้วงในสเปน ได้มีขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีแองเจล่า แมร์เคิล อยู่ระหว่างการเยือนสเปน เพื่อหารือเรื่องการรับมือกับวิกฤติการเงินในยุโรปที่ยังดำเนินอยู่ กับนายกรัฐมนตรีมาเรียโน่ ราฮอย ของสเปน โดยหัวข้อหลักคือการหาวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อ 17 ชาติสมาชิกอียู ที่นำไปสู่ปัญหาการว่างงาน และการตัดลดงบประมาณทั่วยูโรโซน ในขณะที่หลายประเทศที่ประสบปัญหาทางการเงินได้พยายามดำเนินตามมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อสะสางปัญหาหนี้สิน 

          นายราฮอย ไม่ได้ร้องขอเงินช่วยเหลือเพิ่มจากยูโรโซน แต่ทราบดีว่าต้องจัดการควบคุมเอง รัฐบาลของเขาต้องตัดงบประมาณรายจ่ายและปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อพยายามฉุดประเทศให้พ้นจากภาวะถดถอย และทำให้อัตราการว่างงานลดจากตัวเลข 25 เปอร์เซ็นต์ลงให้ได้ เนื่องจากเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่ใช้เเงินสกุลยูโร 

          ผู้ประท้วงในมาดริด ต่างไม่เห็นด้วยกับมาตรการรัดเข็มขัด โดยระบุว่า จะเป็นการดีกว่าถ้ารัฐบาลจะหันไปพุุ่งความสนใจในมาตรการที่จะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

เรื่องการค้าเสรี ยังคงเป็นประเด็นหลักในการประชุมเอเปคที่รัสเซีย

 

          การค้าเสรี เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของการประชุมระดับประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ในเมืองวลาดิวอสสต็อค ของรัสเซีย ในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น หรือ หนึ่งวันก่อนการประชุมสุดยอดจะเปิดฉากขึ้น

          บรรดารัฐมนตรีพาณิชย์จาก 9 ประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาว่าด้วยหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ภายใต้การนำของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้ประเทศที่เข้ารว่วมการเจรจาหันมาเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่า เพื่อให้บรรลุข้อตกลงการค้าเสรี ที่้ได้รับการนิยามว่า เป็นความปรารถนาอันแรงกล้า, รุุ่นต่อไป หลังจากพยายามจะบรรลุข้อตกลงให้ได้ภายในปีนี้ 

          การประชุม เอเปค มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการทำลายสิ่้งที่เรียกว่าเป็นกำแพงและคอขวดที่ชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจและธุรกิจต่าง ๆ และคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ ของนิวซียแลนด์ กล่าวว่า เขามั่นใจว่า ด้วยคุณภาพของทีพีพี ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความสำเร็จเท่านั้น และยังจะสร้างความเติบโตให้ภูมิภาคอีกด้วย 

          ประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีของทีพีพี ประกอบด้วย ออสเตรเลีย , บรูไน , ชิลี , มาเลย์เซีย , นิวซีแลนด์ , เปรู , สิงคโปร์ , สหรัฐและเวียดนาม ขณะที่แคนาดาและเม็กซิโก เพิ่้งจะได้รับไฟเขียวให้เข้าร่วมกลุ่มเมื่อไม่นานมานี้ 

          บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่า ผู้เข้าร่วมการประชุมจะยังไม่บรรลุเป้าหมายในเรื่้องของการวางกรอบทางกฎหมายสำหรับการริเริ่มการค้าเสรี ซึ่งเดวิด พิลลิ่ง บรรณาธิการภาคพื้นเอเชียของหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชี่ยล ไทม์ส มองว่า อุปสรรคสำคัญ คือ การเมืองเนื่องจากเป็นปีของการเลือกตั้ง และข้อพิพาทเรื่องดินแดน 

          พิลลิ่ง กล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ ซึ่งจะรับตำแหน่งในเดือนมกราคม ปีหน้า ทำให้ยากที่จะคาดการณ์นโยบายในอนาคตของสหรัฐได้ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่จะมีการเลือกตั้งเช่นกัน นายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ สนับสนุนทีพีพี แต่ก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับกระแสต่อต้านของฝ่ายค้าน หรือ แม้แต่บางมุ้งในพรรคของเขาเอง 

          ญี่ปู่นเจอกระแสต่อต้านทีพีพี จากภาคเกษตรกรรม และติดอยู่กับปัญหาด้านการปฏิรูปภาษี และการเมืองภายในประเทศ ทำให้ยังไม่สามารถเข้าร่วมการเจรจาได้ ส่วนจีน ที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์พากันชี้ว่า จะโค่นสหรัฐและก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ภายในทศวรรษนี้ กลับระมัดระวังเกี่ยวกับทีพีพี และยังเข้าร่วมกับคู่แข่งสำคัญของทีพีพีอย่างเขตการค้าเสรีในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย 

          ส่วนรัสเซีย ได้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเข้าร่วมการเจรจา เพื่อกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าที่มียุโรปเป็นศูนย์กลาง และเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลย์กับเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นไปได้ว่า ในอนาคต รัสเซียจะเข้าร่วมทีพีพี 

          ในขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญกับวิกฤติหนี้ เอเชียยังคงได้ชื่อว่า เป็นผู้ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก แม้ว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของนจีน จะหดลงเหลือ 7.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ที่อาศัยการส่งออกเป็นหลัก ยังไม่ค่อยดีนัก แต่จากรายงานของคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจในแปซิฟิก ซึ่งเป็นของเอเปค ระบุว่า การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในเขตการค้าเสรี จะช่วยให้อุปสงค์ในโลกเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านดอลล่าร์หรือเกือบปีละ 2 เปอร์เซ็นต์

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------