
เผย3ตัวเต็งพท.ส่งชิงผู้ว่าฯกทม.
พท.ยังไม่ได้ข้อสรุปส่งคนลงผู้ว่าฯกทม. "สุดารัตน์-ปลอดประสพ-กิตติรัตน์" ยังมาแรง ด้าน "ยงยุทธ" ชู พ.ร.บ.ล้างมลทิน 50 สู้คดีอัลไพน์ ขณะที่ปมย้าย "ดุษฎี" ยังวุ่น "รมว.ยธ." ขอแจง ป.ป.ท. ด้านวงในแฉ ฝ่ายการเมืองไม่พอใจ ขอเคลียร์คดี เจ๊ "ด" เอี่ยวทุจริตไม่ได้ "ท
6ก.ย.2555 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่ม ส.ส.กทม.ของพรรคผลักดันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แต่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรค เสนอชื่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นตัวแทนของพรรค ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า จะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวที่พรรคในวันนี้ (6 ก.ย.) ซึ่งชื่อที่มีการเปิดเผยนั้นเป็นแค่เพียงข่าว อย่างไรก็ตาม ต้องมีการฟังผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน (โพลล์) ด้วย
อย่างไรก็ตาม การประชุมของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าพรรคจะส่งใครลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพียงแต่คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคได้ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคขณะนี้ อาทิ 1.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งส.ส.กทม. ส.ก. และส.ข.ให้การสนับสนุน แต่ขณะนี้คุณหญิงสุดารัตน์ยังมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ 2.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ แต่ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ เพราะยังเกรงว่าต้องลาออกจากทุกตำแหน่งในรัฐบาลก่อน หากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็อยากให้แน่ใจก่อนว่าจะมีตำแหน่งอื่นมารองรับ อย่างไรก็ตาม นายปลอดประสพเคยกล่าวกับ ส.ส.ที่สนับสนุนว่า ไม่อยากลงสมัครเพราะอายุมากแล้ว
3.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โดยพรรคมองว่า เมื่อนายกิตติรัตน์ถูกมรสุมกรณีโกหกสีขาวก็ควรจะโยกให้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.แทน ที่สำคัญหากนายกิตติรัตน์ยอมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.จริง พรรคจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างลงทันที 2 ตำแหน่ง และ 4.พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ซึ่งมีแกนนำพรรคบางคนพยายามเสนอชื่อ เพราะจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน โดยมองว่าจะเป็นการลดแรงกดดันจากผู้ที่ต้องการจะลงสมัครได้ไม่น้อย เพราะเป็นถึงพี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นย่อมไม่มีใครกล้าแย้งอย่างแน่นอน
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ช่วงเย็นที่พรรคเพื่อไทย ถึงการสรรหาตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยว่า ยังไม่มีการเสนอใครเลย เรื่องนี้แล้วแต่คณะกรรมการพรรคจะพิจารณา
"ยงยุทธ"เชื่อปมอัลไพน์ไม่ทำเก้าอี้หลุด
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนการชี้มูลความผิดนายยงยุทธ จากการปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีที่ดินอัลไพน์ สมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย มายังกระทรวงมหาดไทยให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาความผิด ว่า ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพราะทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรี และไม่ได้อ่อนไหวอะไร
นายยงยุทธกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ หากศาลยังไม่พิพากษา ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้คือ จะไปร้องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค.) และศาลปกครอง เพราะมีคดีตัวอย่างของนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ที่โดนลงโทษวินัยร้ายแรง แต่ชนะคดีในศาลปกครอง เพราะคำตัดสินของศาลล้มมติ ป.ป.ช.ได้
ชูพ.ร.บ.ล้างมลทิน50 สู้คดีอัลไพน์
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าภายหลังนายยงยุทธ ได้รับหนังสือ จาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดที่ดินอัลไพน์ปลายเดือน ส.ค ที่ระบุว่า ให้มีการดำเนินการกับนายยงยุทธ 2 กรณี คือ 1. ให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยนายยงยุทธ 3 สถาน คือ ไล่ออก ปลดออกและให้ออก และให้มีการดำเนินการเพิกถอนที่ดินอัลไพน์เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่าที่ธรณีสงส์ซื้อขายไม่ได้
มีรายงานข่าวว่านายยงยุทธ มีแนวทางในการต่อสู้ทางคดีว่านายยงยุทธ ก็จะใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทิน 2550 ล้างความผิดสมัยที่เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2545 ดังนั้นในประเด็นที่ว่านายยงยุทธจะขาดคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายยงยุทธเชื่อว่าจะให้ที่ประชุมสภา ตัดสินว่าตนยังมีคุณสมบัติเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี โดยอ้าง พ.ร.บ.ล้างมลทินโทษ
ย้ายเลขาฯป.ป.ท.ยังวุ่น"ประชา"เตรียมแจง
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า วันที่ 6 กันยายน เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อ รมว.ยุติธรรม พร้อมกันนี้จะขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อชี้แจงสาเหตุการโยกย้าย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการ ป.ป.ท. ว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง ภายหลังการหารือได้มอบหมายให้นายกิตติพงษ์ชี้แจงขั้นตอนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ซึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้อยู่ในช่วงปลายปีงบประมาณ ซึ่งผิดธรรมเนียมปฏิบัติในการตรวจเยี่ยม เนื่องจากผู้บังคับบัญชามักจะมามอบนโยบายต่อข้าราชการหลังจากรัฐมนตรีเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ และเป็นช่วงต้นปีงบประมาณเพื่อร่วมวางแผนการปฏิบัติงาน
แฉเจ๊"ด"เอี่ยวคดีทุจริต-ขอเคลียร์ไม่ได้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามจะเร่งเคลียร์คดีที่ พ.ต.อ.ดุษฎีรับไว้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อพรรคและแกนนำคนสำคัญ โดยเฉพาะ เจ๊ "ด" อาทิ กรณีไซฟ่อนเงินแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้กระจายเงินไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม 6 แห่ง ต่อมาพบว่ามีการกันเงินส่วนหนึ่งไปซื้อที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต โดยสภาพพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะที่เหมาะสมกับการสร้างบ้านพักตากอากาศ โดยฝ่ายการเมืองมีแผนจะนำ ส.ค.บิน เข้าไปสวมทับในเขตพื้นที่ดังกล่าว ล่าสุดพบว่ามีการนำพื้นที่ป่าสงวนไปออกเอกสารสิทธิโดยใช้ชื่อ "นอมินี" ซึ่งเป็นภรรยาของบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีคนหนึ่งไปสวมไว้ไม่ให้เป็นข้อผิดสังเกต แต่หากตรวจสอบฐานะการเงินจะพบพิรุธว่า นอมินีซึ่งมีฐานะปานกลาง นำเงินนับร้อยล้านบาทจากแหล่งใดมาใช้ซื้อที่ดิน
แหล่งข่าวระบุอีกว่า นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังเข้าไปตรวจสอบขบวนการทุจริตการนำน้ำมันเถื่อนจากภาคใต้เข้ามาจำหน่ายในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ปรากฏว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม แต่มีผู้ใหญ่โทรมาขอเคลียร์ แต่ถูกปฏิเสธจาก ป.ป.ท. ทำให้ เจ๊ "ด" ไม่พอใจอย่างมาก อีกทั้งยังมีคดีหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรู ซึ่งลูกสาวของเจ๊ "ด" ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทนำเข้ารถหรูจากประเทศอังกฤษ 6 บริษัท เมื่อ ป.ป.ท.ตรวจพบความผิดปกติในคดีดังกล่าวก็ได้รับการร้องขอให้หยุดตรวจสอบเส้นทางการเงินอีก เนื่องจากจะตรวจพบว่าใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นคนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 กันยายน ป.ป.ท.เตรียมจะทำโครงการเสนอรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลบรรจุเป็นนโยบายการปราบคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ ใน 3 เรื่อง ได้แก่ คดีรถหรูหลีกเลี่ยงภาษี คดีบุกรุกที่ดินภูเก็ต และคดีทุจริตงบแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ แต่ขณะนี้ยังไม่สัญญาณตอบรับจากรัฐบาลแต่อย่างใดว่าจะให้ ป.ป.ท.เดินหน้าโครงการดังกล่าวหรือไม่
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ประเด็นแตกหักจนต้องมีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.ดุษฎีคือ การสอบบรรจุและโอนย้ายข้าราชการ ป.ป.ท. 9 ตำแหน่ง ซึ่งฝ่ายการเมืองได้ขอมาทั้งหมด แต่ได้รับการปฏิเสธอีกเช่นกัน โดย ป.ป.ท.อ้างว่าต้องการให้กระบวนการสอบเป็นไปตามขั้นตอน เพื่อให้สิทธิแก่ข้าราชการในสำนักงานก่อน สาเหตุดังกล่าวทำให้คนใกล้ชิดนักการเมืองไม่พอใจมาก ถึงกับกล่าวว่า ขออะไรไม่ได้เลย
"ทักษิณ"อันดับ23เศรษฐีไทย
ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ฉบับเดือนกันยายน 2555 ได้จัดอันดับ 40 มหาเศรษฐีไทยประจำปี 2555 หรือ Thailand's top 40 Richest 2012 โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ และครอบครัว มีชื่อติดอันดับ 1 มีสินทรัพย์ประมาณ 2.82 แสนล้านบาท อันดับ 2 ครอบครัวจิราธิวัฒน์ เจ้าของเครือเซ็นทรัลธุรกิจค้าปลีกชื่อดังของไทย โดยขยับขึ้นจากอันดับ 4 ของปีก่อน มีทรัพย์สิน 6,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.17 แสนล้านบาท ส่วนอันดับ 3 คงที่เป็นของ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเบียร์ช้าง ด้วยทรัพย์สิน 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 195,300 ล้านบาท อันดับ 4 เป็นของครอบครัวอยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ทรัพย์สิน 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 5 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานและซีอีโอของบริษัทบางกอก บรอดคาสติ้ง แอนด์ ทีวี (บีบีทีวี) หรือช่อง 7 ทรัพย์สิน 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย อยู่อันดับที่ 23 มีทรัพย์สิน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นกว่าล้านบาท



