ข่าว

อีกบทของ'บิ๊กแจ๊ส'จับเข็มเยียวยาสารพัดโรค

อีกบทของ'บิ๊กแจ๊ส'จับเข็มเยียวยาสารพัดโรค

07 ก.ย. 2555

อีกบทของ'บิ๊กแจ๊ส'จับเข็มเยียวยาสารพัดโรค

              ใครเห็นมาดเข้มของ "บิ๊กแจ๊ส" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ออกงิ้ว เอ็ดตะโร เอาเรื่อง ผกก.บางขุนเทียน จนมาถึงคิวล่าสุดหวยออกที่ สวป.ทองหล่อ ข้อหาไม่เอาใจใส่ลูกน้องที่ "ถูกกระทำ" แล้วคงพานคิดไปว่า นายพลคนนี้คงจะ "ดุดัน" เอาเรื่อง แต่ถ้าหากอีกบทหนึ่งของชีวิตที่เคยถูกเก็บงำได้เปิดเผยออกมาหน้าฉาก คงจะช่วยคลี่คลายความรู้สึกคาใจของหลายคนได้เป็นอย่างดี ว่าชายคนนี้เขาเป็นอย่างไร
 
              คลินิกแพทย์แผนไทยในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ช่วยอธิบายตัวตนของคนชื่อคำรณวิทย์ได้เป็นอย่างดี พบกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" เมื่อวันก่อน บิ๊กแจ๊ส เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้เปิดคลินิก "สังข์ทองคลินิก การแพทย์แผนไทย" หรือชมรมถ้ำเสือในอดีต ที่คลองเจ็ด รังสิต รักษาโรคเป็นคลินิกแพทย์แผนจีน ร่วมกับ "พี่เหลิม" พ.ต.อ.เฉลิม สังข์ทอง หรือ "หมอเทวดา" ช่วงแรก บิ๊กแจ๊สเริ่มจากการเป็นลูกมือก่อน ฝึกอยู่ประมาณ 6-7 ปี จนกระทั่งเริ่มเชี่ยวชาญมากขึ้น จนตอนนี้มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนแล้ว สามารถรักษาคนไข้ได้ ทั้งอาการปวดหลัง ปวดไมเกรน ปวดไหล่ ปวดเข่า ปวดข้อ ปวดหัว โรคภูมิแพ้ ฯลฯ ทุกวันอาทิตย์หากมีเวลาว่างจะปลีกตัวไปรักษาคนไข้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพราะจะมีคนไข้มาคอยรับการรักษาจำนวนมาก
 
              สำหรับวิธีการรักษานั้นเป็นไปตามตำราแพทย์แผนจีน รักษาด้วยการใช้ใบมีดโกนอันใหม่ หักปลายแหลม และใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค นำไปสะกิดตรงจุดที่คนไข้ต้องการรักษาเพื่อให้เลือดเสียไหลออกมา จากนั้นนำกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กๆ ต้มกับยาจีน 15 ชนิด แล้วเอากระบอกไม้ไผ่เจาะดูดไขมันและเลือดเสียให้ไหลออก มาเพื่อให้เลือดใหม่ไปเลี้ยงร่างกาย ระบบการไหลเวียนโลหิตหมุนเวียนดีขึ้น หายเป็นปกติ วิธีการรักษาแบบนี้ใช้ได้เกือบทุกโรค
 
              "เป็นวิธีการรักษาตามความเชื่อเรื่องศาสตร์ลี้ลับ เป็นศาสตร์แผนจีนผสมกรีซ ทุกคนย่อมมีเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติทำให้เจ็บป่วย แต่ถ้าเรารักษาหายแล้วเหมือนไล่เจ้ากรรมนายเวรเก่าไป เขาก็ต้องโกรธแค้นเราทั้งคู่ ดังนั้นต้องให้คนไข้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมเก่า เพื่อเขาจะได้ไม่โกรธเรา และยิ่งตัวผมยิ่งต้องทำบุญมากขึ้น เป็นศาสตร์ที่แปลกทีเดียว แต่ยืนยันว่ารักษาหายจริง" หมอแจ๊สเล่าพร้อมการันตี และเผยด้วยว่าการรักษาได้รับการตอบรับดีมาก
 
              "ที่ผ่านมารักษาคนไข้มาแล้ว 1 หมื่นกว่าราย ไม่คิดค่ารักษา มีเพียงค่าไหว้ครู 19 บาท เงินที่ได้ก็เอาไปซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ แต่ส่วนใหญ่ได้มาจากคนไข้ที่เคยมารักษาแล้วเขาหายขาด ก็ซื้อโน่นนี่มาบริจาคให้ คลินิกมีคนไข้มารอการรักษาเต็มตลอด อาทิตย์ละ 30-40 ราย บางคนเป็นไมเกรนมา 20-30 ปี ไปหาหมอตามโรงพยาบาลและซื้อยากินแทบจะทุกอย่าง แต่รักษาอย่างไรก็รักษาไม่หาย พอมาให้ผมรักษา 2-3 ครั้งก็หายเป็นปกติ แต่เราก็ไม่ได้เก็บเงินคนไข้เพราะไม่ประสงค์จะเอาเงิน มีแต่การตั้งกล่องรับบริจาคแล้วแต่จะให้ตามกำลังศรัทธา นำเงินมาพัฒนาคลินิก และทำบุญ ผมสบายใจเมื่อรักษาเขาหายจากอาการเจ็บป่วย รักษาเพื่อให้เขาพ้นทุกข์ และเราได้บุญด้วย" ผบช.น.กล่าวขณะกำลังรักษาคนไข้อีกรายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสำนักงานของตนเอง มีอาการชาที่เท้าซ้าย และบอกด้วยว่าคนไข้ที่มารอรักษามีคิวยาวมากถึงต้นปี 2556 ทีเดียว ทั้งที่ บช.น.และที่คลินิก จ.ปทุมธานี
 
              ภายหลังการรักษาคนไข้สองรายเสร็จสิ้นแล้ว ผบช.น.ได้เปิดเผยถึงโครงการต่างๆ ที่ผุดออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งโครงการจราจรออกใบเตือนแทนใบสั่ง โครงการใบสั่งเตือนภัย และล่าสุดผุดโครงการหมอบนถนนด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า โครงการ “หมอบนถนน” เป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้หญิงใกล้คลอดที่ไม่สามารถไปทันโรงพยาบาลได้ เนื่องจากการจราจรติดขัด หลังจากที่มีข่าวตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริทำคลอดตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้ฉุดคิดว่า ในเมื่อบุคลากรของเราก็มีอยู่แล้ว มีตำรวจผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้นตั้ง 70 นาย ทำไมไม่ทำให้ครบวงจร ทำให้เป็นระบบไปเลย จึงเรียกรอง ผบช.น.ที่กำกับดูแลด้านการจราจรมาพูดคุยรวมถึงหัวหน้าชุดตำรวจทำคลอดโครงการพระราชดำริว่า กรณีที่มีการทำคลอดเร่งด่วนได้กำชับให้ผู้รับผิดชอบเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถที่จะเรียกเจ้าหน้าที่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ประชาชนอาจจะไปโรงพยาบาลไม่ทันเพราะการจราจรติดขัด โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางไปนำรถออกมาเพื่อไปให้ทันเวลาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าฉุกเฉินไม่สามารถไปได้ทันเวลา เจ้าหน้าที่จะมีอุปกรณ์ในการทำคลอดเตรียมพร้อมไว้อยู่ในรถจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการอบรมในโครงการพระราชดำริ และจะมีอุปกรณ์ชนิดนี้ติดรถทุกคัน พร้อมที่จะช่วยเหลือทำคลอดตลอดเวลา
 
              “ถ้าประชาชนอยู่ที่บ้านพักแล้วกำลังปวดท้องคลอด หากออกมาไม่ทัน สามารถเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางมาได้เลยจะออกไปให้บริการทันที ทางด้านตำรวจจราจรกลางจะมีการอบรมทุกปี แต่ความเชี่ยวชาญขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่ได้ทำการคลอดเป็นประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประจำทั่วกรุงเทพฯ ประมาณ 70 คน” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวและว่า ชุดการช่วยคลอดฉุกเฉิน ได้แก่ ลูกยางแดง ไว้ดูดเอาน้ำเมือก น้ำคร่ำ ออกจากปากหรือจมูกของเด็ก, ผ้าที่ใช้ห่อเด็กหรือซับเลือดของแม่ที่เบาะรถ, ถุงมือ, สำลี, เบตาดีน, แคลมป์หนีบ เจ้าหน้าที่จะไม่ตัดสายสะดือ แต่จะเอาแคลมป์หนีบไว้ หากมีความจำเป็นต้องตัด คือกรณีที่เด็กหายใจไม่ดี จะใช้มีดฆ่าเชื้อตัดสายสะดือออก ซึ่งใน 1 ปี ถ้าใช้อุปกรณ์ไม่หมด ทางโรงพยาบาลกรุงเทพจะนำไปอบฆ่าเชื้อใหม่
 
              นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเหลือคนเจ็บ คนแก่ เพียงแค่ให้แจ้งมาเหมือนกัน ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งเข้ามาได้ตลอด อาทิ เบอร์ 191, 1197, 1255, สวพ.91, จส.100 หรือเบอร์โทรศัพท์วิทยุในโครงการพระราชดำริ คือ 0-2354-6177 หรือ 0-2354-6324 และจะทำสติกเกอร์ติดเพื่อประชาสัมพันธ์ตามสี่แยกต่างๆ เพราะหากเด็กเกิดไปคลอดบนรถแล้วเสียชีวิตขึ้นมามันทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น โดยสรุปแล้วโครงการหมอบนถนน สามารถทำได้เลยเพราะทุกอย่างมีพร้อมแล้ว ขาดเพียงอุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งจะเร่งรัดจัดหามาให้โดยเร็ว เน้นการทำงานใน 3 ส่วนคือ นำรถที่มีคนไข้หรือผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลในเวลาอันรวดเร็ว ทำคลอดบนถนนได้ทันที และสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไปทำคลอดถึงที่บ้านได้กรณีที่คาดว่าจะไปโรงพยาบาลไม่ทัน

........
(หมายเหตุ : อีกบทของ'บิ๊กแจ๊ส'จับเข็มเยียวยาสารพัดโรค)