
แนะ'ดุษฎีเก็บหลักฐานไว้ดูคนใหม่ทำงาน'
'จาดุร อภิชาตบุตร' 'ดุษฎีเก็บหลักฐานไว้ ดูคนใหม่ทำงาน' : สัมภาษณ์พิเศษโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ข่าวการโยกย้าย "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" จาก "เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" (ป.ป.ท.) ไปดำรงตำแหน่ง "รองปลัดกระทรวงยุติธรรม" กลายเป็นข่าวเรียกความสนใจจากสังคมให้ติดตามสาเหตุการโยกย้ายมากกว่าตำแหน่งอื่นในกระทรวง
ทั้งที่ในด้านการบริหารต้องถือว่า การโยกย้ายจาก "เลขาธิการ ป.ป.ท." ไปนั่งเป็น "รองปลัดกระทรวงยุติธรรม" ได้เลื่อนไปอยู่ใน "ตำแหน่งใหญ่ขึ้น"
แต่ทำไมการย้าย "ดุษฎี" ให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่ง "ใหญ่โต" จากเดิมสังคมจึงมีคำถาม จนทำให้ "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดกระทรวงยุติธรรม ต้องควงแขนไปตรวจเยี่ยมการทำงานของ "ป.ป.ท." และขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อชี้แจงสาเหตุการโยกย้าย "ดุษฎี" จนมีข้าราชการบางกลุ่มไม่พอใจพากันแต่งดำประท้วง
ที่ผ่านมาคดีส่วนใหญ่ที่ "ดุษฎี" รับผิดชอบในฐานะ "เลขาฯ ป.ป.ท." ล้วนโยงใยเครือข่ายคนของรัฐบาล
"จาดุร อภิชาตบุตร" อดีตนายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ถือเป็นผู้มีประสบการณ์เคยไม่ได้รับความเป็นธรรมในการถูกโยกย้าย เพราะถูกย้ายจาก "รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี" ไปดำรงตำแหน่ง "ผู้ตรวจราชการกระทรวง" (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งบริหารถือว่าเป็นการย้ายลดชั้น
"จาดุร" เห็นว่า ในกรณีของ "ดุษฎี" การออกมาคัดค้านการโยกย้ายคงยาก เพราะถือว่าได้ย้ายไปนั่งในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม ขอให้ทำหน้าที่ต่อไป พยายามถนอมตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อเป็นหลักให้แก่ข้าราชการชั้นผู้น้อย และเอาใจช่วย ขอให้ได้เป็นปลัดกระทรวง เพราะปัจจุบันข้าราชการดียังมีอยู่ แต่หาคนกล้าหาญเช่นพ.ต.อ.ดุษฎี มีน้อย เพราะรู้สึกว่าข้าราชการในปัจจุบันส่วนใหญ่คิดว่าทำตัวเป็นเทาๆ ดำๆ สบายกว่าไม่ต้องเจ็บตัว
"ผมไม่เข้าใจ ทำไมข้าราชการไม่ทำตัวเป็นคนเห็นดอกบัว เป็นดอกบัว ทำหน้าที่ให้ถูกต้องเพื่อสังคมส่วนรวมได้ประโยชน์ ใครสั่งให้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ควรทำ ต้องยอมฝืนใจทุกข์ทรมานทำหน้าที่ตามที่ควรทำ ไม่ใช่ทำตามคำสั่งที่ไม่ใช่หน้าที่ สิ่งไหนไม่ถูกต้องก็ต้องฝืนไว้ เพราะสุดท้ายเกษียณจะได้สบาย ไม่ต้องมีคดีติดตัว" จาดุร กล่าว
"จาดุร" ได้เสนอแนะแนวทางการทำงานของ "ดุษฎี" หลังจากนี้ โดยให้เก็บข้อมูลหลักฐานของคดีทุกคดีที่เคยทำไว้และให้จับตามองว่า "เลขาธิการ ป.ป.ท." คนใหม่ที่จะมารับไม้ต่อจะทำคดีไปในทิศทางไหน หากทำสวนทางกลับสำนวนหลักฐานที่มีอยู่ก็ให้ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ได้ เพราะขณะนี้มี พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ได้ประกาศใช้แล้วกรณีเจ้าหน้าที่รู้เห็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้เสียหาย เช่น การเปลี่ยนแปลงหรือทำลายหลักฐานของคดีถูกฟ้องร้องได้
"จาดุร" ได้ชื่นชมปฏิกิริยาข้าราชการ ป.ป.ท.ที่ประท้วงการโยกย้าย "ดุษฎี" โดยการแต่งกายชุดดำ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวพร้อมกับเล่าว่า ในสมัยของตัวเองก็เคยประท้วงโดยไม่ยกมือไหว้ "เจ้านาย" บางคนที่เห็นว่าทำตัวไม่ควรให้ความเคารพ
อดีตนายกสมาคมข้าราชการพลเรือนเห็นว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นองค์กรที่รองรับเมื่อข้าราชการรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมควรมีบทบาทในการช่วยเหลือข้าราชการมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าปัจจุบันจะมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เพราะปัจจุบันจะเห็นว่า นักการเมืองเข้ามาล้วงลูกหรือแทรกแซงข้าราชการจำนวนมาก ทางคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขในเรื่องนี้
"การโยกย้ายข้าราชการในปัจจุบันมีการเมืองเข้ามาล้วงลูกมาก ประกอบกับข้าราชการบางคนอยากมีตำแหน่งเมื่อนักการเมืองเสนออะไรมาก็ยอม การแก้ไขปัญหาต้องแก้ไขทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการ เพราะการโยกย้ายในปัจจุบันไม่ยึดประสบการณ์ อาวุโส แม้ว่าบางคนมีทุกอย่าง ทั้งประสบการณ์ความรู้ความสามารถ แต่เมื่อถึงเวลาปรับตำแหน่งเป็นเรื่องการฝ่ายการเมืองเข้ามาล้วงลูก เมื่อข้าราชการอยากได้ก็ยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"
"จาดุร" ได้ฝากปิดท้ายไปถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคนที่ไม่เคยทำความผิด ก็ให้พยายามรักษาความดีไว้ ให้ความเคารพนับถือตัวเองให้มาก สุดท้ายเมื่อเกษียณแล้วจะอยู่กับครอบครัวอย่างสงบสุขไม่ต้องมีคดีฟ้องร้องในบั้นปลายของชีวิต
.......
(หมายเหตุ : 'จาดุร อภิชาตบุตร' 'ดุษฎีเก็บหลักฐานไว้ ดูคนใหม่ทำงาน' : สัมภาษณ์พิเศษโดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



