ข่าว

 เปิดผลสืบข้อเท็จจริงฟัน'สวป.ทองหล่อ'

เปิดผลสืบข้อเท็จจริงฟัน'สวป.ทองหล่อ'

07 ก.ย. 2555

เปิดผลสืบ...ข้อเท็จจริง ฟัน 'สวป.ทองหล่อ' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

             กู้ภาพลักษณ์วงการสีกากีได้ไม่น้อย เมื่อ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ลั่นวาจาเอาผิดตำรวจที่คิดจะ "จับแพะ" ในคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อายุ 27 ปี บุตรชายของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต
 
              หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ นำตัว นายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้าน เข้ามอบตัวยอมรับผิดแทนผู้ต้องหาตัวจริงนั้น มีผลสรุปให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ต้องออกจากราชการไว้ก่อน
 
              การสืบสวนข้อเท็จจริงในครั้งนี้ มีผู้มาให้ข้อเท็จจริงทั้งหมด  4 ปาก คนแรกคือ นายสุเวศ ได้รับสมอ้างเป็นผู้ขับขี่รถเฟอร์รารี่คันที่ก่อเหตุ ให้การโดยสรุปว่า ที่ผ่านมาก่อนเกิดอุบัติเหตุเจ้านาย (นายเฉลิม อยู่วิทยา) ได้สั่งกำชับไว้ว่า ให้ดูแลลูกชาย (นายวรยุทธ อยู่วิทยา) ให้ดี ด้วยความที่เป็นคนเก่าแก่ทำงานที่บ้านนี้มากว่า 14 ปี ได้เงินเดือน 3 หมื่นบาท ทำให้รู้สึกสำนึกในบุญคุณของเจ้านาย ไม่อยากทำให้เจ้านายและครอบครัวพบความเดือดร้อน ในตอนแรกจึงสมอ้างว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว ในวันที่เกิดเหตุเห็นตำรวจล้อมบ้านอยู่ ประกอบกับที่เจ้านายสั่งไว้ว่า ลูกเจ้านายมีโรคประจำตัว เวลาไปไหนมาไหนให้ตามไปดูแล หรือใครอยู่ก็ให้ตามไปด้วย เวลาที่เห็นลูกเจ้านายออกไปไหน จึงคิดรับผิดแทนและเดินทางไปให้การที่โรงพัก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้านายรวมทั้งพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ไม่มีส่วนรู้เห็นในการตัดสินใจไปมอบตัว?!!
 
              ผู้ให้ข้อเท็จจริงรายที่ 2 พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดีนี้ ให้การโดยสรุปว่า พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ได้นำตัว นายสุเวศ มาให้สอบปากคำ แต่ระหว่างการสอบสวน นายสุเวศ ไม่สามารถให้รายละเอียดของคดีได้อย่างชัดเจน อีกทั้งให้การวกวนไปมา ทางพนักงานสอบสวนจึงขอตรวจร่องรอยบาดแผล เนื่องจากมีความสงสัยว่า ใช่คนขับรถตัวจริวหรือไม่ ปรากฏว่า ผลจากการตรวจร่องรอยบาดแผล ไม่พบร่องรอยที่เกิดจากอุบัติเหตุ หลังจากนั้นเพียงไม่นานนัก ระหว่างการสอบสวน นายสุเวศก็ยอมรับว่า ไม่ใช่ผู้ขับขี่ตัวจริง
 
              ผู้ให้ข้อเท็จจริงรายที่ 3 พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ให้การโดยสรุปว่า ในวันเกิดเหตุไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ จนกระทั่งทราบว่ามีตำรวจมาล้อมบ้านของ นายเฉลิม จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้เดินเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวตามลำพัง และได้รับคำบอกเล่าว่า นายสุเวศ เป็นผู้ขับขี่รถคันที่ก่อเหตุ จึงพาตัว นายสุเวศ มาพบ พ.ต.ท.วิรดล ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ
 
              ผู้ให้ข้อเท็จจริงรายสุดท้าย พ.ต.ต.วสุภัทร ปักกังเวสัง สวป.สน.ทองหล่อ ซึ่งเข้าเวรในวันที่เกิดเหตุ ให้การโดยสรุปว่า หลังรับแจ้งเหตุว่ามีรถเก๋งพุ่งชนตำรวจเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่ กำลังไปปฏิบัติหน้าที่ บริเวณซอยทองหล่อ 47 จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบร่องรอยคราบน้ำมันรถไปสิ้นสุดบริเวณบ้านของ นายเฉลิม แต่ในเวลานั้นเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวไม่ได้ เนื่องจากบุคคลภายในบ้าน ไม่เปิดประตูให้ จึงนำกำลังตำรวจล้อมบ้านไว้ เวลาไม่นานนัก พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ได้มาที่บ้าน และเข้าไปภายในบ้านสักพัก หลังจากนั้นก็พบเห็น พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นำพา นายสุเวศ ไปที่สนานีตำรวจนครบาลทองหล่อ โดยไม่ได้พูดจาอะไร
 
              ด้านแหล่งข่าวระดับสูง ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ว่า เชื่อว่ามีมูลความผิด โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่า เพราะเหตุใดถึงเข้าไปภายในบ้านได้เพียงแค่คนเดียว และไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่เข้าไปในบ้านแล้ว ก็ไม่มีพยานรู้เห็นว่ามีการพูดจาอะไรกัน จนกระทั่งมีการนำตัว นายสุเวศ ออกมา จึงมีความเห็นเนื่องจากเหตุอันควรสงสัย จึงเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
 
              "ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง จะต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ในสำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริง จึงจะสามารถเสนอผู้บังคับบัญชาได้ว่า พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ มีความผิดจริงหรือไม่ และหากมีความผิดจริง ต้องถูกกล่าวหาในตัวบทกฎหมายในข้อกล่าวหาได้บ้าง" แหล่งข่าวระดับสูงรายเดิมกล่าว


........

(หมายเหตุ  :   เปิดผลสืบ...ข้อเท็จจริง ฟัน 'สวป.ทองหล่อ' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)