ข่าว

"ทักษิณ"เขียนบทความในเดอะเรดนิวส์

"ทักษิณ"เขียนบทความในเดอะเรดนิวส์

23 พ.ค. 2552

"ชาติชาย" ดิ้นขอพบนายกฯ นัดแถลงเปิดใจอังคารนี้ "ชวรัตน์" ส่งชื่อรมช.เกษตรฯ คนใหม่ถึงมือนายกฯ สัปดาห์หน้า ไล่บี้ "ชาติชาย" ยื่นใบลาออกใน 48 ชม."บัวแก้ว" ยื่นแลกตัว "แม้ว" กับผู้ต้องหาโกงเงินยูเออี ส.ส.เหนือ-อีสานเพื่อไทย ดัน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นั่งเลขาธ

นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวกรณีที่ประชุมพรรคมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง โดยกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร และไม่ได้มีปัญหาคาใจกับผู้ใหญ่ภายในพรรค เพราะอย่างไรเสียก็ร่วมทำงานในพรรคภูมิใจไทยด้วยกันมา

 ส่วนจะมีการประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ หรือก่อนหน้าที่ที่พรรคภูมิใจไทยจะยื่นเรื่องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่นั้น จะแถลงเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแก่สื่อมวลชนในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคมนี้

 นายชาติชายกล่าวยืนยันด้วยว่า ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่จะขอเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติต่อไป

"ชวรัตน์"ส่งชื่อให้นายกฯสัปดาห์หน้า

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จะเสนอชื่อบุคคลที่เข้ารับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ คนใหม่ ต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ บอกได้แค่ว่าเป็นบุคคลที่มาจากภาคอีส่าน และมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้ ส่วนการที่พรรคมีมติให้นายชาติชายลาออกนั้น เห็นว่ามีผลทันที และคิดว่านายชาติชายจะประกาศลาออกภายใน 1-2 วันนี้

 นายชวรัตน์กล่าวว่า ผลการประชุมที่ผ่านมา นายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำภาคกลาง ก็ยอมรับมติพรรค ซึ่งนายสรอรรถก็เป็นผู้ร่วมเสนอชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ด้วย

 นายชวรัตน์ยังกล่าวอีกว่า การเมืองวันนี้หนักไปในเรื่องสี แต่ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ได้แก้เท่าที่ควร การที่รัฐบาลกู้เงินจากต่างประเทศเพราะรู้ว่ามีโอกาสใช้เงินคืน แต่ผู้ใหญ่บางคนในรัฐบาลกลับไปให้เวลากับการแก้ปัญหาเรื่องการเมืองมากเกินไป ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องใช้เวลา แต่ก็แก้ไม่ยาก เพราะรัฐบาลรู้วิธีแก้แต่ไม่มีเวลาไปทำ

"อภิสิทธิ์"เผย"ชาติชาย"ขอเข้าพบ

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายชาติชายยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ได้มาติดต่อขอเข้าพบตน อย่างไรก็ตามเนื่องจากวันนี้หาเวลาไม่ได้เพราะมีภารกิจตลอดทั้งวัน คิดว่าในช่วงสุดสัปดาห์จะจัดเวลาให้นายชาติชายได้พบ ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในพรรคภูมิใจไทยแน่

 “คุณชาติชายบอกว่าอย่างไรก็ต้องมาพูดคุยกับผมก่อนในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ส่วนเหตุผลที่จะมาคุยนั้น ยังไม่ได้บอกเหตุผลอะไร" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดคุยกับนายชาติชาย จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมติของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้พบกัน แต่นายชาติชายบอกว่าเนื่องจากอาจเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ก็ต้องมาพูดคุยกับตนก่อน เข้าใจว่าคงมารายงานมติของพรรคที่ออกมา

 เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อแผ่นดินเคลื่อนไหวว่ารัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคจะได้เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่เคยมีการพูดคุยในลักษณะนั้น และตอนที่มาทำงานร่วมกันในรัฐบาล แนวทางที่ใช้คือพรรคต่างๆ ที่เคยทำงานใดก็ให้รับผิดชอบในงานเดิม และก็มีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไป ไม่ได้นับในลักษณะของโควตา

 เมื่อถามว่า การพูดผ่านสื่ออย่างนี้ ถือเป็นการผิดมารยาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพรรคเพื่อแผ่นดินเลย เชื่อว่าคงไม่มีการนำตัวเลข ส.ส.มาต่อรองเพราะคุยกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นทางการเมืองขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อกฎหมายการเงินของรัฐบาลที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่กระทบ เพราะมั่นใจว่าในกลางเดือนมิถุนายน ที่จำเป็นต้องผ่านทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 และ พ.ร.ก.กู้เงิน จะได้รับการสนับสนุนเพราะทุกคนทราบดีว่าเป็นงานที่มีความจำเป็นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และวันนี้ก็ไม่ได้ยินข้อเรียกร้องอะไรจากพรรคร่วม ก็ยังทำงานด้วยกันตามปกติ

เตรียมลงพื้นที่-ยันกล้าลงพื้นที่สีแดง

 นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เคยระบุว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาจะลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนและติดตามนโยบายรัฐบาลว่า กำลังจัดสรรเวลา เพราะยังมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศและประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังพิจารณาการลงพื้นที่อยู่   

 ส่วนจะลงไปในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด

 เมื่อถามว่า กล้าลงไปในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า งานไหนที่มีความเหมาะสมและจำเป็นก็จะลงไป

เหน็บ"เหลิม"ตั้งฉายารัฐแค่มุกเก่าๆ

 เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่าไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ในหรือนอกสภาก็จะออกมาไล่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมคิดว่าเป็นบทบาทของฝ่ายค้านก็ทำ แต่ต้องทำในกรอบของกฎหมาย และถ้าคำว่านอกสภานั้นเป็นการดำเนินการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ ร.ต.อ.เฉลิมตั้งฉายารัฐบาลชุดนี้ว่าเป็น “ขอทานขาดทุน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มุกเก่า”

 นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาวิจารณ์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าเดินมาผิดแนวทาง โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในขณะที่เศรษฐกิจกำลังทรุดตัว โดยยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการปรับขึ้นภาษีในช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว

เชื่อปัญหาในพรรคจบหลังคุยกัน

  ต่อมาเวลา 17.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินนานาชาติเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสัมมนา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ที่เกาะสมุยว่า หลังจากพูดคุยกับสมาชิกพรรคเพื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศภายในพรรคดีขึ้น

 ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่ามี ส.ส.ของพรรคไปร่วมกินข้าวที่ร้านนางกวัก และมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ ไปร่วมงานด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นการไปงานเลี้ยงวันเกิดของ ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไร เป็นการมาร่วมงานเลี้ยงของคนที่รู้จักกันเท่านั้น

"สุเทพ” ปัดภูมิใจไทยไม่พอใจ

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมงานประชุมพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า เรื่องนี้พรรคไม่ได้เรียกนายสุรสิทธิ์มาเคลียร์ อย่าไปตื่นเต้นมากกับเรื่องนี้ ส.ส.แต่ละคนไปมาหาสู่กันเป็นธรรมดา

 ต่อข้อถามว่า มีการเชื่อมโยงกับกลุ่ม 40 ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย มีการไปรับประทานอาหารกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ และมีการจีบส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้ไปร่วม นายสุเทพกล่าวว่า เป็นธรรมดา ไม่มีหรอกอย่าไปตื่นเต้น ไม่มีเรื่องอย่างที่คิด

 "ขอย้ำว่าภายในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมีคนตื่นเต้นเรื่องนี้เท่าไหร่ ในพรรคเหมือนโรงเรียนการเมือง มีคนที่ไปจากพรรคเราบ่อยๆ เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คนที่เขามีความสุขที่จะอยู่ร่วมทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ก็อยู่ คนที่จะไปที่ใหม่ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่พูดอย่างนี้อย่าไปลงข่าวว่าขับไสไล่ส่งใคร แต่บอกให้ฟังว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนที่มั่นคงอยู่กับอุดมการณ์ของพรรคก็จะไม่ไปไหน" นายสุเทพกล่าว

 ส่วนที่เกรงว่าพรรคภูมิใจไทยจะขัดใจกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ที่มี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มีขัดใจอะไรกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีพรทิวา นาคาศัย ก็เดินทางไปที่ จ.สุราษฎร์ธานี ไปเปิดงานธงฟ้า ก็เป็นธรรมดา

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจเนื่องจากโครงการต่างๆ ทั้งเรื่องรถเมล์เอ็นจีวี และปัญหาเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ถูกเบรกในที่ประชุม ครม.นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่ได้ยินใครบ่นว่าไม่พอใจ เพราะการทำงานใน ครม.เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการเสนอเรื่องเข้ามาต้องมีการอภิปราย มีการทักท้วง เป็นเรื่องปกติไม่มีใครคิดมาก

ชี้ฮุนเซนบอกไม่ทำพาสปอร์ตให้แม้ว

 นายสุเทพกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือพาสปอร์ตของต่างชาติ 5-6 ประเทศ รวมทั้งประเทศกัมพูชาด้วย และยังมีการเคลื่อนไหวที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ไม่ได้ตรวจสอบ แต่เคยพบกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งสมเด็จฮุนเซน ก็ยืนยันว่าไม่มีพาสปอร์ตกัมพูชา ตนก็เชื่อ จึงไม่ได้ไปตรวจสอบ ส่วนพาสปอร์ตของประเทศอื่นๆ นั้นไม่ได้มีโอกาสได้ข้อมูลโดยตรงจึงตอบไม่ได้

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องที่ดูไบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประสานเพื่อขอความร่วมมือในการส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยแล้ว แสดงว่าการประสานงานไม่เป็นผลใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ก็ต้องดูกันต่อไป
สรุปผลงานรมต.6เดือนเสนอนายกฯ

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล กล่าวว่า ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ รัฐบาลจะทำงานครบ 6 เดือน ก็จะทำเป็นรายงานเพื่อสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะไปติดตามการทำงานในเรื่องอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาแต่ละกระทรวงต่างคนต่างรายงานว่าไม่เห็นภาพรวม ดังนั้นจึงต้องปรับทิศทางใหม่

ปชป.ซัด"เฉลิม"ส่งสัญญาณอันตราย

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตอบโต้กรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังจากเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าจะเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลทั้งในและนอกสภานั้น พรรคมีความกังวลกับการส่งสัญญาณที่ถือว่าเป็นอันตราย บ่งบอกถึงการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความพยายามฟื้นวิกฤติของรัฐบาล และการสร้างความสมานฉันท์ของรัฐสภา

 "พรรคมีความห่วงใยต่อแนวทางการเมืองแบบเก่า ที่พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณออกมา และสอดรับกับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายที่เปลี่ยนรูปแบบ โดยมีการเพิ่มการตั้งสถาบันวิชาการเทียมออกมานอกเหนือจากการสร้างสื่อเทียมขึ้นมาในรูปแบบที่แตกต่างจากในอดีต จึงอยากให้ทุกฝ่ายขับเคลื่อนการเมืองให้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลและความจริง หลีกเลี่ยงการทำการเมืองแบบเก่าที่ปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ตอกใครกันแน่ "ขอทานการเมือง"

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิมตั้งฉายารัฐบาลขอทานขาดทุน ว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นนักการเมืองประเภทขอทานมาก่อน จึงไม่เข้าใจว่าขอทานขาดทุนเป็นอย่างไร แต่นักการเมืองบางคนเป็นนักขอทานทางการเมืองมาโดยตลอดย่อมรู้ดีถึงหัวอกขอทานว่าเป็นอย่างไร และการที่เดินทางไปดูไบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของนักการเมืองบางคน เดินทางไปเพื่อขอทานทางการเมืองใช่หรือไม่

 นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น พรรคยินดีที่จะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และจะนำมาพิจารณา แต่คำวิพากษ์วิจารณ์จะต้องอยู่บนพื้นฐานที่สร้างสรรค์ เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาไม่ใช่อคติและหวังผลทางการเมือง เช่นการที่ออกมาโจมตีรัฐบาลในเรื่องการใช้นโยบายกู้ลูกเดียว

"ชาญชัย" เชื่อถูกการเมืองเล่นงาน

 นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่ถูกนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายชาญชัย โดยอ้างว่าไม่ได้แจ้งการถือครองมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ว่า ขอยืนยันว่า ดร.บังอร เบญจาทิกุล เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ส่วนตนเป็นที่ปรึกษาและอาจารย์พิเศษ ซึ่งพอได้ตำแหน่งรัฐมนตรีก็ลาออกมาแล้ว เรื่องนี้มีเงาอยู่ข้างหลัง พอมีเรื่องทางการเมืองก็มีเงาออกมา

 นายชาญชัยยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ส.สัดส่วน นำสมาชิกกลุ่ม 12 กลับมารวมกับกลุ่มของนายชาญชัยอีกครั้ง จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีให้นายสุรเดชหรือไม่ว่า พรรคใหญ่คือพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับ ครม.มา ดังนั้น ก็ให้มาร่วมกันทำงานไปก่อน หากพรรคใหญ่ส่งสัญญาณมาก็ค่อยมาว่ากัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรเดชพยายามเกลี้ยกล่อม ส.ส.ในกลุ่ม 12 ให้กลับมาอยู่กับฟากของนายชาญชัย จนขณะนี้กลุ่มของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มีสมาชิกเหลืออยู่เพียง 2 คน คือ นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ และ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน ขณะเดียวกันนายสุรเดชยังพยายามดึงตัว ส.ส.พรรคกิจสังคม กลุ่มของนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาได้จำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้นายสุรเดชได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเป็นตำแหน่ง รมช.คลัง ของ นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์
 ขณะที่กลุ่มของพล.ต.อ.ประชา ก็ได้พยายามเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อขอตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่กลุ่ม โดยจะมอบตำแหน่งดังกล่าวให้นายสมเกียรติ

ปลัดกห.เตือน “แม้ว” อย่าลืมคำพูด

 พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะให้รัฐบาลดูไบ เป็นคนกลางส่งตัวกลับมาประเทศไทย ตามการร้องขอตัวของทางการไทยว่า ทางการไทยไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลประกาศมาตลอดในการให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาสู้คดีในไทย ถ้าไม่มีการก่อกวน หรือก่อหวอดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคงไม่มีปัญหา

 ส่วนจะทำให้กลุ่มเสื้อแดงมีผู้บัญชาการทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้นหรือไม่นั้น ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า คิดว่าเป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดมาตลอด ว่าต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในชาติ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาแล้วต้องการเห็นความปรองดองตามที่พูดมาโดยตลอดหรือไม่ และคงต้องแสดงออกถึงความจริงใจ ทั้งนี้ เป็นการพิสูจน์ตัว พ.ต.ท.ทักษิณเองว่าเชื่อถือได้หรือไม่ ถ้ากลับเข้ามาและมีปัญหา และเสื้อแดงยังสร้างปัญหาอยู่ นั่นก็คือการปลุกกระแสของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้พูดบนพื้นฐานข้อเท็จจริงอย่างที่อยากจะให้เป็น

กต.ชี้แลกตัวผู้ต้องหายูเออีกับแม้วได้

 นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการแลกตัวผู้ต้องหาฐานความผิดระหว่างประเทศว่า โดยหลักการแล้วประเทศที่ไม่มีการทำสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะใช้หลักต่างตอบแทน แลกตัวนักโทษคดีเดียวกัน หรือมีฐานความผิดคล้ายกัน ซึ่งในคดีของผู้ต้องหาของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ที่ตำรวจไทยควบคุมตัวไว้ เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต่างกับกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ แต่ก็ได้มีการส่งเรื่องไปให้ทางการยูเออี เพื่อพิจารณาส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยแล้ว รอแค่ว่าทางการยูเออีจะตอบรับหรือไม่

 ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณถือพาสปอร์ต 6-8 ประเทศนั้น นายธฤตกล่าวว่า เป็นสิทธิที่แต่ละประเทศสามารถทำได้ แต่ฝ่ายการเมืองก็คงต้องหาโอกาสชี้แจง แสดงเหตุผล และความห่วงกังวลของรัฐบาลไทยไปยังประเทศที่ออกพาสปอร์ตแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนที่เคยทำต่อประเทศนิการากัว อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศจะตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังประเทศต่างๆ อีกครั้ง

"ยงยุทธ"ไม่ออก-ดัน"ยิ่งลักษณ์"เลขาฯ

 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค แต่โดยความเห็นของ ส.ส.ในพรรค ยังต้องการหัวหน้าพรรคที่เป็น ส.ส. ซึ่งจะลาออกวันไหนอย่างไรนั้น ต้องรอความชัดเจนในวันที่ 31 พฤษภาคม ที่จะมีการประชุมพรรคก่อน

 แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เหตุผลที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคนั้น เนื่องจากยังหาบุคคลที่มีความเหมาะสมไม่ได้ เพราะบุคคลที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและเป็นที่ยอมรับของสังคม ต่างกังวลว่า พรรคเพื่อไทยจะถูกยุบอีกรอบหนึ่ง และส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีด้วย ดังนั้นการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่จะชะลอออกไปก่อน เพื่อให้พรรคมีเวลาหาบุคคลที่มีความเหมาะสมและเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เพื่อชูเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

 ส่วนบุคคลที่จะมาเลขาธิการพรรคเพื่อไทยคนใหม่นั้น ส.ส.ภาคเหนือและอีสานของพรรคเพื่อไทย เห็นว่า ควรเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย

ยธ.มอบเงินช่วยเหลือเหยื่อนางเลิ้ง

 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เดินทางไปพบญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมประท้วงของกลุ่มเสื้อแดง โดยนายพีระพันธุ์ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่นางสุพัตรา โชติกมล มารดาของนายยุทธการ จ้อยช้อยชด และนางบานเย็น ผลพันพัว ภรรยาของนายป้อม ผลพันพัว รายละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นค่าชดเชยกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย 5 หมื่นบาท ค่าจัดการงานศพ 2 หมื่นบาท และค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 3 หมื่นบาท ส่วนชาวชุมชนนางเลิ้งที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 คน ที่แจ้งเรื่องไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความสูญเสีย

 นางบานเย็นให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเป็นเดือน แต่ทุกครั้งที่เห็นข่าวนี้จะรู้สึกเสียใจมาก ไม่โกรธแค้นคนที่ทำ เพราะคนที่เป็นเสื้อแดงในชุมชนนางเลิ้งพยายามมาชี้แจงว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใครก็ไม่สามารถเรียกชีวิตสามีให้กลับคืนมาได้

 ด้านนางสุพัตรากล่าวว่า แม้จะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล แต่ก็ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสียลูกชายที่เลี้ยงมาด้วยความภาคภูมิใจ และลูกคนนี้เป็นเสาหลักของครอบครัว

กก.สมานฉันท์แฉถูกบีบแก้รธน.

 นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา ประธานอนุกรรมการศึกษาเพื่อการปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงกระแสต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องจากเห็นว่าขัดขวางการปฏิรูปการเมืองว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะการปฏิรูปการเมืองและการสร้างความสมานฉันท์ไม่ควรมุ่งให้ความสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอันดับแรก ในที่ประชุม 40 กรรมการสมานฉันท์ชุดใหญ่ช่วงแรกๆ กรรมการหลายคนก็เห็นว่าไม่ควรให้ความสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถูกนักการเมืองบีบจนต้องตั้งอนุกรรมการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา

 "ที่ผ่านมากรรมการภาคนักการเมืองกดดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ควรให้ความสำคัญน้อยมาไว้เป็นอันดับต้นๆ เหมือนกับเอาหางมาไว้ที่หัว แล้วให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเมืองและสังคมไว้ท้ายๆ ตอนนั้นกรรมการคนอื่นก็จำเป็นต้องยอมกันก่อน แต่เชื่อว่าสังคมกดดันมากๆ เมื่อนำข้อเสนอของอนุกรรมการต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ กรรมการทั้ง 40 คนจะระมัดระวังตัวมากขึ้นและไม่กล้าฟันธงว่าจะนำหางมาไว้ที่หัวจริงหรือไม่” นายประเสริฐกล่าว

"ทักษิณ"เขียนบทความในเดอะเรดนิวส์  

 เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม นายวิบูลย์ แช่มชื่น อดีตส.ว.กาฬสินธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ เปิดเผยถึงการจัดงานสังสรรค์วันรวมคนหัวใจสีแดง ที่ห้องคอนเวนชั่น ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เพื่อระดมทุนจัดทำหนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง "เดอะ เรดนิวส์" ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ว่า งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากคนเสื้อแดงเป็นจำนวนมาก จากเดิมจัดเตรียมสถานที่ไว้ 200 โต๊ะไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนเสื้อแดง

 นายวิบูลย์กล่าวต่อว่า ภายในงานนอกจากมีการปราศรัยเรื่อง "อนาคตประชาธิปไตยใต้ฟ้าสีเทา" โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ  และพระมหาโชว์ ทัสสนีโย แล้วยังจะมีการเปิดประมูลสิ่งของที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยลงนามไว้เป็นที่ระลึก ร่วมกับของส่วนตัวของอดีต ส.ส.บ้านเลขที่ 111 อาทิ นายอดิศร เพียงเกษ นายสุพร อัตถาวงศ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่13 ตุลาคม 2516 ฉบับเรียกร้องให้ปล่อย 13 กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญเพื่อหารายได้ให้แก่หนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสนอราคาให้แล้วมูลค่า 2 หมื่นบาท

 ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ กล่าวด้วยว่า หนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ ฉบับแรก จะสามารถวางแผงจำหน่ายได้ในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยพ.ต.ท.ทักษิณให้เกียรติมาเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความให้ด้วย