ข่าว

'คำรณวิทย์'สั่งฟัน'สวป.ทองหล่อ'

'คำรณวิทย์'สั่งฟัน'สวป.ทองหล่อ'

06 ก.ย. 2555

'คำรณวิทย์' สั่งฟัน 'สวป.ทองหล่อ' ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ปมจับแพะรับผิดแทน พร้อมตั้งคกก.สอบสวน

                             6 ก.ย.55 6 ก.ย.55 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถเฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิต และ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) ร่วมกันแถลงผลสรุปคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ นำตัวนายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้าน เข้ามอบตัวยอมรับผิดแทนผู้ต้องหาตัวจริงโดย ผบช.น. มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ มาช่วยราชการที่ บช.น. เป็นเวลา 30 วัน

                             พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากรายงานสรุปของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จริงพบว่า สวป.ทองหล่อ มีมูลชี้ชัดความผิดจริง ซึ่งคณะกรรมการโดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้เสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดนั้น พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 จะเป็นผู้ชี้แจง

                             ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวน สน.ทองหล่อ มีความเห็นตรงกันว่าพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ มีมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง จากนั้นได้เสนอมายังบก.น.5 ซึ่งตนเองได้พิจารณาสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ประกอบด้วยรองผบก.น.และคณะรวม 10 ท่าน มี พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รองผบก.น. 5 เป็นหัวหน้า หลังจากนั้นตนเห็นว่าการสอบสวนทางวินัยต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร หากพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ยังรับราชการอยู่อาจเกิดความเสียหาย จึงสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยมูลความผิดที่ทางคณะกรรมการพิจารณา ก็คือ มีเจตนาช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้ได้รับโทษ ส่วนจะมีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการสอบสวนอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน โดยพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่ดำเนินการสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.จราจร ที่เกิดขึ้นทั้งหมดต้องนำมารวมที่บก.น.5 เพื่อพิจารณาประกอบ อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน

                             ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและสอบสวน กล่าวว่า ผลการตรวจอย่างไม่เป็นทางการพบว่าผู้ต้องหามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะต้องได้รับโทษเพิ่มขึ้นในความผิดฐานขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุรา ขณะที่ความผิดหลักคือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และในขณะขับก็มีอาหารมึนเมา โทษก็จะสูงขึ้น คือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี สูงสุด 10 ปี หรือปรับ 6 หมื่น ถึง 2 แสนบาท และให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ส่วนผลการตรวจเกี่ยวกับความเร็วของรถยนต์ที่ผู้ต้องหาขับนั้นยังไม่ออกมา แต่ความผิดในเรื่องของการขับรถเร็วอัตราโทษน้อย คดีนี้ความผิดหลักคือขับรถชนคนตาย

                             เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีมีพฤติกรรมจะหลบหนี ศาลไม่น่าอนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า การปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่ทางผู้ต้องหามีสิทธิ์ ตาม ป.วิอาญา โดยกรณีที่มีหลักทรัพย์และผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติกรรมจะหลบหนี ก็มีดุลยพินิจให้ประกันได้ ความผิดอาญาก็เช่นกันการยื่นประกันก็มีสิทธิ์

                             ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ต้องหาจะมีความผิดเข้าข่ายเจตนาฆ่าหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ได้มีการพิจารณาโดยรอบคอบ โดย พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ชี้แจงพฤติกรรมขณะเกิดเหตุไว้แล้ว ทางวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเพียงพอตามความผิดเจตนาตามที่ถาม ซึ่งภายในเดือนนี้น่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้

                             "รายละเอียดส่วนของสำนวนการสอบสวน ขอเรียนสื่อมวลชนว่าบางอย่างคงเปิดเผยไม่ได้ หากเปิดเผยหมดอย่าลืมว่าเรามีผู้ต้องหา ผู้ต้องหาก็ต้องต่อสู้คดี หากเอารายละเอียดในคดีมาพูดกันทุกวัน ก็จะทำให้ฝ่ายผู้เสียชีวิตเสียเปรียบ หากมีเจตนาร่วมกันอยากให้ผู้กระทำผิดรับโทษก็ต้องช่วยกันในส่วนนี้ด้วย แต่ในส่วนของความคืบหน้าเราสามารถชี้แจงได้ โดยเมื่อ ผบช.น. สั่งการขนาดนี้คงไม่มีใครไปเบี่ยงเบนได้ในส่วนของสำนวนในคดีขอสงวนไว้ ขอความเข้าใจจากสื่อมวลชนด้วย " รอง ผบช.น.กล่าว

                             ผู้สื่อข่าวรายงานสถิติข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ที่ถูกลงทัณฑ์ นับแต่ ตุลาคม 55 ถึง 22 สิงหาคม 55 ของ บช.น. กรณีที่ถูกไล่ออกจากราชการมีจำนวน 3 นาย กักขัง 5 นาย กักยาม 9 นาย ภาคทัณฑ์ 19 นาย และว่ากล่าวตักเตือน 20 นาย ให้ออกจาราชการไว้ก่อนยังไม่พบ ขณะที่ดับชั้นประทวน มีคำสั่ง ไล่ออก 14 นาย กักขัง 40 นาย กักยาม 4 นาย ภาคทัณฑ์ 38 นาย และว่ากล่าวตักเตือน 12 นาย

                             ขณะที่ พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ออกจากราชการไว้ก่อนว่า ที่ประชุมมีการพูดถึงประเด็นสำคัญคือ เขาควรจะรู้หรือไม่ โดยเจ้าตัวก็ปฏิเสธว่าไม่รู้ หากรับรู้ก็ต้องดำเนินคดีอาญาเลย อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยว่าควรจะรู้ ขณะที่เจ้าตัวอ้างว่าไม่รู้ แต่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงก็มองว่าเขาควรจะรู้ในฐานะที่เป็นตำรวจ น่าจะมีวิจารณญาณจะไม่คุย ไม่ถามเลยก็ถือว่าบกพร่องเกินไป

                             พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวอีกว่า ส่วนที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นเพราะอาจจะกระทบกับการสอบสวนโทษและส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของตำรวจในโรงพักด้วย เนื่องจากมองว่าหากปฏิบัติงานต่อจะมีปัญหาทั้งตัวเขาเอง และเพื่อนร่วมงาน เลยสมควรให้ออกไปก่อนในชั้นนี้ ส่วนเขาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา

                             เมื่อถามว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือยัง กรณีที่พบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ยังไม่มั่นใจ เนื่องจากส่งรายงานไปช่วงดึกที่ผ่าน ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหามีแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเรื่องเมาแล้วขับรถ นอกเหนือจากขับขี่รถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและไม่หยุดให้การ ช่วยเหลือ หรือเรียกเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา ตอนนี้พยานบุคคลจบไปแล้ว เหลือแต่พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถชี้ชัดได้ว่ามีความผิดเพิ่มเติมอื่นๆอีกก็สามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้

                             ส่วนข้อหาพยายามฆ่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานไปถึงส่วนนั้น หลักฐานที่ปรากฏเรื่องลากศพยังไม่มี โดยการตรวจสอบสภาพศพ เสื้อผ้ายังอยู่ครบ ไม่มีรอยถลอก หากมีการลากจะมีหลักฐานชัดเจนมากกว่านี้ เบื้องต้นยังไม่มีจึงยังไม่ได้แจ้งในส่วนนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาให้การว่ามองไม่เห็น ข้อต่อสู้ในเบื้องต้นคือ คล้ายกับคู่กรณีจะเปลี่ยนเลน รับว่าชนแต่อ้างว่ามีการเปลี่ยนเลนกัน แต่ในส่วนนี้ทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้

                             พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ผบช.น. พอใจในผลการสอบสวนข้อเท็จจริที่เสนอขึ้นไป เพราะทำตามข้อเท็จจริงทุกอย่าง ถูกต้องตามกระบวนความ ไม่มีการช่วยเหลือใครทั้งตำรวจ คู่กรณี เพราะเป็นเรื่องรถชน ส่วนที่พ่อบ้านกลับคำให้การนั้นได้นำถ้อยคำบางส่วนมาประกอบในกรณีที่ สวป.ถูกตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนด้วย แต่ในส่วนนี้เป็นเพียงเบื้องต้นว่ามีมูลหรือไม่ ยังไม่ละเอียดมาก แต่ชั้นสอบสวนข้อเท็จจริงก็มีสิทธิ์ที่จะหาพยานมาหักล้างได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของเขา

 

-----------------------------------

(ที่มาคลิป : http://youtu.be/HNisW035GDQ)