ข่าว

'ปชป.'ไล่'คำรณวิทย์'ลาออก

'ปชป.'ไล่'คำรณวิทย์'ลาออก

06 ก.ย. 2555

'ปชป.'ไล่ 'คำรณวิทย์'ลาออก หลังพบ 'ทักษิณ' เตรียมส่งเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบจริยธรรม ขณะที่'กลุ่มกรีนฯ'ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบจริยธรรม 'คำรณวิทย์-เฉลิม'

             6 ก.ย.55 นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีห้องทำงานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง  ผบช.น. ได้แขวนรูปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประดับยศ พล.ต.ท.ให้ พร้อมเขียนข้อความแสดงความยินดี กับแจ๊ดน้องรัก ขอให้มีความสำเร็จในหน้าที่การงานเป็นที่รักของประชาชนและเพื่อนตำรวจ รัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า  เป็นเรื่องที่ทำให้พี่น้องประชาชนสิ้นหวังกับการกระทำของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ การเดินทางไปพบ ผู้ต้องหาและนักโทษที่หนีคดี พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร เป็นเรื่องที่เลวร้ายในสังคมไทย เพราะกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่ในการนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อรู้แล้วว่าผู้ต้องหาหรือนักโทษหลบหนีอยู่ประเทศใด ก็จะต้องประสานกระทรวงการต่างประเทศ ประสานอัยการสูงสุด เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น

             “ภาพที่เห็นเป็นสิ่งที่เลวร้ายในองค์กรตำรวจมาก เป็นการทำร้ายและทำให้สถาบันตำรวจตกต่ำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผบช.น. ควรลาออกจากการเป็นตำรวจไปลงเล่นการเมืองพรรคเพื่อไทย หรือไม่ก็ควรลาออกแล้วไปเป็น รปภ.ให้กับคุณทักษิณ ในต่างประเทศจะเหมาะสมกว่า  “นายราเมศ กล่าว

             นายราเมศ กล่าวต่อว่า  การกระทำดังกล่าวนั้น ชัดเจนเป็นการกระทำที่ผิดต่อประมวลจริยธรรม ที่นายตำรวจทุกคนต้องพึงปฎิบัติตาม จากเหตุการณ์นี้จะเห็นได้ว่า ไร้สำนึกถึงคำว่าคุณธรรมและจริยธรรม จึงขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายเฉลิม อยู่บำรุง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งในเรื่องของจริยธรรม  นอกจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ต่อไป

 

''สาธิต''ยื่นผู้ตรวจฯสอบจริยธรรม "ประชา" หลังเซ็นรับรองพฤติกรรม "เจ๋ง ดอกจิก"
                                                                   
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ นายวิทวัส ชูบัว ผู้ช่วยดำเนินงาน เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กรณียื่นเบิกความและลงนามหนังสือรับรองพฤติกรรมต่อศาลอาญาเพื่อขอประกันตัวนายยศวริศ ชูกล่อมหรือ เจ๋ง ดอกจิก ที่ถูกเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว

            นายวิทวัส กล่าวว่า กรณีดังกล่าว นายสาธิต เห็นว่า รมว.ยุติธรรม ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ มีความศักดิ์สิทธิ์  ต้องอาศัยบุคคลที่มีความยุติธรรม มีความสง่างามเพียงพอในการทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ตรงไปตรงมาต่อบุคคลทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดหนึ่งหรือพวกพ้องของตนเอง  แต่ พล.ต.อ.ประชา ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้กลับไปเบิกความต่อศาลและลงนามหนังสือรับรองพฤติกรรมในการขอประกันตัวนายยศวริศ  ซึ่งเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม  ทั้งเป็นจำเลยในคดีก่อการร้ายที่ถูกศาลสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว การเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์  ดังนั้นการกระทำดังกล่าวของ พล.ต.อ.ประชา ในฐานะรมว.ยุติธรรม นอกจากจะเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือพวกพ้องของตนเองแล้ว ยังเป็นการคบหา ให้การสนับสนุนบุคคลผู้ประพฤติผิด หรือมีความประพฤติที่มีชื่อในทางเสื่อมเสีย  เข้าข่ายเป็นการกระทำผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง2551 ข้อ 28 ที่กำหนดว่า "ข้าราชการการเมืองต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย หรือมีความประพฤติหรอมีชื่อในทางเสื่อมเสีย"  อย่างชัดเจน จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบ เพื่อนำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อไป

            "แม้เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลจะไม่มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายยศวริศ ก็ตาม แต่นายสาธิตก็เห็นว่าสิ่งที่ พล.อ.ประชา ได้กระทำไปนั้นถือเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว"นายวิทวัส กล่าว

             ด้านนายเฉลิมศักดิ์  กล่าวว่า คำร้องได้อ้างพฤติกรรมและประมวลจริยธรรมมาอย่างชัดเจน ทางสำนังานก็จะเร่งประมวลข้อมูลส่งให้กับผู้ตรวจการพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว                

 

 

"กลุ่มกรีนฯ"ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบจริยธรรม "คำรณวิทย์-เฉลิม"
               
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีให้สัมภาษณ์ยอมรับ และเปิดเผยภาพถ่ายที่เดินทางไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ต้องโทษหนีคดีอาญาแผ่นดินประดับยศให้ที่ฮ่องกง  และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ของ พล.ต.ท คำรณวิทย์ ว่า "เป็นเรื่องส่วนตัวของตำรวจแต่ละคน และคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกดำเนินการก็เป็นคดีจากการปฏิวัติอย่าไปใส่ใจ" ส่อให้เห็นถึงลักษณะของการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ได้ตัดสินลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ

              นายจาตุรันต์ กล่าวว่า การที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เปิดเผยภาพถ่ายดังกล่าวที่มีป้ายจารึกข้อความที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ คิดขึ้นเองว่า มีวันนี้ เพราะพี่ให้นั้น ก็อยากจะถามกลับไปว่า แล้ว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ตอบแทนพี่ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นอย่างไร การที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วไม่จับกุมตัวมารับโทษ ทั้งที่ตนเองเป็นถึงเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีที่มีหมายจับ เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ควรต้องรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ และควรปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างกับนายตำรวจชั้นผู้น้อย แต่ก็กลับไม่แยกแยะความเป็นส่วนตัว และความสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ข้าราชการระดับสูงขององค์กร  จึงเข้าข่ายมีพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการ และได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

              นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวของ ร.ต.อ.เฉลิม ก็สะท้อนว่า ร.ต.อ.เฉลิม ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะไม่เอาผิดกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่เดินทางไปพบนักโทษทักษิณ แล้วไม่จับกุมมาดำเนินคดี ตามมาตรา 90 ของพรบ.ตำรวจ 2547 ที่ระบุว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้มีอำนาจตาม มาตรา 72 สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี... ซึ่งการกระทำของบุคคลทั้ง 2 ถือนอกจากจะทำให้ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชายำเกรงต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นนักโทษแล้ว ยังกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายขององค์กรตำรวจ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นไม่ไว้วางใจองค์กรดังกล่าว จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งดำเนินการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางกลุ่มกรีน ก็ได้เดินทางไปกล่าวโทษบุคคลทั้ง 2 ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ปปช.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และจงใจฝ่าฝืน พรบ.ตำรวจแห่งชาติด้วย