ข่าว

'ปู'ชี้ปล่อยน้ำน้อยห่วงกระทบปชช.

'ปู'ชี้ปล่อยน้ำน้อยห่วงกระทบปชช.

06 ก.ย. 2555

'ยิ่งลักษณ์' มั่นใจปีนี้ป้องกันน้ำได้ แจงเหตุปล่อยน้ำน้อยห่วงกระทบปชช. พร้อมสั่ง กบอ. ประเมินผลงาน-ข้อมูล

                             6 ก.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุวัฒนา จิตตลดากร คณะอนุกรรมการแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ วิพากษ์วิจารณ์ว่าปฏิบัติการทดสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำของรัฐบาลนั้นไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากน้ำที่ใช้ในการทดสอบมีปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับมวลน้ำในสถานการณ์จริงว่า การทดสอบระบายน้ำมีทั้งข้อห่วงใยและข้อกังวล ซึ่งในส่วนของการยอมรับว่าจริงๆ ถ้าจะทดสอบให้มากกว่านี้ก็ต้องเพิ่มปริมาณ แต่ก็เป็นห่วงว่าพี่น้องประชาชนจะมีความกังวล นั่นก็คือตัวเลขทางวิชาการในระดับปริมาณที่เราปล่อยนั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลขในระดับวิชาการที่พร้อมที่จะรับได้ในการที่จะเอาไปสะท้อนสภาพของคูคลอง หรือสภาพระบบการระบายน้ำจริงเทียบกับข้อมูลทางวิชาการ

                             เมื่อถามว่าการมาของน้ำในเวลาเกิดอุทกภัยนั้นมาในลักษณะทุกทาง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ใช่ค่ะ” แต่สิ่งที่เราเข้าใจมากขึ้นคือนำไปคำนวณทางวิชาการว่าประสิทธิภาพในการระบายน้ำช่วงของพื้นที่ปลายน้ำนั้นเท่าไหร่ และต้องไปดูตั้งแต่ต้นน้ำ ดังเช่นในปีที่ผ่านมาน้ำเต็มเขื่อนแล้วเราไม่สามารถที่จะระบายลงไปได้ แต่วันนี้เราสามารถที่จะคำนวณย้อนไปว่าถ้าน้ำอยู่บริเวณไหน ต้นน้ำหรือกลางน้ำ และเราจะต้องเริ่มปล่อยระบายน้ำอย่างไร อันนี้จะทำเป็นข้อหนึ่งที่เราจะเอาไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงเรื่องของการระบายน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ ในส่วนของการเตรียมตัว

                             ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ดูวานนี้ทำให้มั่นใจเพิ่มขึ้นหรือไม่ว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เชื่อว่ามั่นใจ ดีขึ้นนะคะ” เพราะในสภาพของการได้ทดสอบก็เหลือในพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่จะต้องทดสอบในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.) อีกครั้งหนึ่ง ในส่วนนั้นก็จะให้ฝ่ายวิชาการและคณะอนุกรรมการประเมินผลอีกครั้งหนึ่ง

                             เมื่อถามว่าสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้คือร่องมรสุมในตอนนี้นั้นเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าว่า ก็ต้องคาดการณ์ จริงๆแล้ว ในส่วนของพยากรณ์ที่เราได้รวมกระทรวงที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของน้ำทั้งหมด 17 หน่วยงานมาบูรณาการอยู่ภายใต้หน่วยงานในคณะกรรมการนี้ ตรงนี้ก็จะสะท้อนในข้อมูลของมรสุมต่างๆ หรือว่าข้อมูลของสภาพดินฟ้าอากาศต่างๆ นั้น เราคำนวณอยู่แล้วถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยก็จะไม่ทดสอบ คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้คลองเป็นหลัก

                             เมื่อถามว่าถ้าฝนยังตกอยู่เช่นนี้แล้วในวันพรุ่งนี้จะดำเนินการทดสอบไหวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ณ วันนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็คงจะให้คณะอนุกรรมการโดย ดร.รอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ประเมินและถ้ามีปัญหาอย่างที่เรียนเราก็พร้อมที่จะหยุดการทดสอบ เพราะฉะนั้นขอให้ประชาชนสบายใจว่าทุกอย่างมีความระมัดระวังและได้สะท้อนข้อห่วงใยของพี่น้องประชาชนทุกขั้นตอน

 

'นายกฯ'ตั้งเป้า OTOP ขยายตัว 5-10 เปอร์เซ็นต์

 

                             วันเดียวกัน น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และการแถลงข่าวโครงการยกระดับผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดสินค้าโอท็อประดับ 4-5 ดาว ที่ผ่านมาคัดเลือกแล้วกว่า 200 ผลิตภัณฑ์จากทั่วประเทศ พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

                             น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานพิธีลงนามฯถึงการส่งเสริมสินค้าโอท็อปของรัฐบาลว่า หากดูในรายระเอียดสินค้าโอท็อปนั้นมีความพร้อม และหลายบริษัทก็มีศักยภาพในการส่งออก รวมไปถึงการขยายกำลังการผลิตในประเทศ ขณะที่สิ่งที่สินค้าโอท็อปต้องการการต่อยอดนั้นมีหลายประการ โดยประการแรกคือการทำการวิจัย เพื่อค้นหาศักยภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้มีการบูรณาการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการนำเอาวัตถุดิบต่าง ๆ มาผลิตให้เกิดความหลากหลายในด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมไปถึงด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ให้สมกับฝีมือของผู้ผลิต ในเรื่องดังกล่าวสิ่งสำคัญอีกประการก็คือ การตลาด การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งรัฐบาลเองได้มีการบูรณาการกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 4 กระทรวงคือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง ในการบริหารจัดการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย และเพิ่มแหล่งเงินทุนด้วย หวังว่าสิ่งนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของไทย ให้เป็นที่รับรู้ รวมไปถึงการรองรับเพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียนด้วย

                             ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้จากสินค้าโอท็อปมากน้อยเพียงใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังอยากมองดูศักยภาพในส่วนของภูมิภาคก่อน ส่วนเป้าหมายจะต้องลงไปดูในรายละเอียดอีกที อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเป้าหมายต้องได้มากกว่าที่ผ่านมาคือ 5-10 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวจะต้องให้เวลาในการทำงานกับรัฐบาลด้วย