
ชงขายของใต้ทางด่วนเข้าครม.มิ.ย.นี้
คลังเตรียมชงโครงการร้านค้าใต้ทางด่วนเข้า ครม.ภายในเดือน มิ.ย.นี้ นำร่องเพลินจิต-รามอินทรา คิดค่าเช่าวันละ 100 บาท พร้อมเล็งนำที่ราชพัสดุ 4-5 แปลง ปัดฝุ่นสร้างมูลค่าเพิ่ม
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายในเดือนมิถุนายนนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอโครงการร้านค้าใต้ทางด่วนให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ ในส่วนของทางด่วนเพลินจิต และรามอินทรา คาดว่าจะจัดเก็บค่าเช่าจากผู้ค้ารายย่อยวันละ 100 บาท หรือเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีผู้ค้ารายย่อยให้ความสนใจจำนวนมาก พร้อมทั้งเตรียมพิจารณาแนวทางการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณหมอชิตเก่า หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ความสนใจติดต่อขอใช้ประโยชน์เป็นอาคารจอดรถและสถานีบริการผู้โดยสาร เพื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินเข้าด้วยกัน เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนที่เดินทางได้
“มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์พัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และส่วนหนึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามามากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายหารายได้เข้ารัฐปีละ 2 หมื่นล้านบาทภายใน 4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีรายได้เพียง 3,000-4,000 ล้านบาท ด้วยการปรับขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น ในเขต กทม. ซึ่งมีกว่า 5,000 แปลง ที่ไม่ได้ขึ้นค่าเช่ามานานมาก คาดว่าเมื่อศึกษาแล้วเสร็จจะปรับค่าเช่าได้ภายในสิ้นปีนี้”นายพฤฒิชัย กล่าวและว่า ปัจจุบันกรมธนารักษ์มีแผนจะพัฒนาพื้นที่ 4-5 แปลงในกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะใช้เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ พื้นที่ 150 ไร่นั้นเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาไทยเข้มแข็ง 55
ส่วนการประเมินราคาที่ดินทั้งหมด 30 ล้านแปลง จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ จากปัจจุบันประเมินได้แล้ว 5.8 ล้านแปลง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลไว้รองรับการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะถือว่าเป็นฐานข้อมูลที่จำเป็นมากในการเป็นฐานอ้างอิงเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)



