ข่าว

'ดุษฎี'เปิดหมดใจเหตุย้ายพ้นป.ป.ท.

'ดุษฎี'เปิดหมดใจเหตุย้ายพ้นป.ป.ท.

06 ก.ย. 2555

'ดุษฎี อารยวุฒิ' เปิดหมดใจเหตุย้ายพ้นป.ป.ท. : สัมภาษณ์พิเศษโดยสำนักข่าวเนชั่น

             ท่ามกลางกระแสข่าวการโยกย้าย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็นเพราะการเมืองทำพิษ ไม่ต้องการการตรวจสอบของ ป.ป.ท.ไปทำลายผลประโยชน์ของพวกเขา งานนี้เลขาฯ ป.ป.ท.ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตเปลือยให้ฟังหมดเปลือก
 
              "มีผู้ใหญ่หลายคนโทรมา ให้เป็นผมเป็นหลักในกระทรวงยุติธรรม เพราะวันนี้ทุกข์ท้อ ตอนนี้แทบจะไม่เหลือจริงๆ ทุกคนโดนการเมืองก็กลัวและหยุด"
 
              อย่างไรก็ดี เขาไม่คิดว่า เหตุแห่งการโยกย้ายนั้นมาจากเพียงแค่เรื่องที่ดินภูเก็ต แต่เกิดจากหลายเหตุที่ "งาน" ของ ป.ป.ท.ไปกระทบ
 
              "อย่างกรณีภูแลนคา ภูหลวง นั่นถือเป็นแค่ตัวคะตะไลซ์ (ตัวเร่งปฏิกิริยา) ให้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนเท่านั้น ตอนนี้รัฐบาลเขาก็ประกาศป้องกันภัยพิบัติก็ใช้เงินไปเยอะ เราไปตรวจสอบก็อาจจะเหมือนเราไปดิสเครดิตเขา นี่ก็เป็นตัวเร่ง แต่จริงๆ แล้วเป็นทุกคดี"
 
              ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล แต่ ป.ป.ท.ไปเกี่ยวข้องนั้น กลับเป็นคดีรถยนต์หรูที่ปีๆ หนึ่งมีผลประโยชน์กว่าหมื่นล้านบาท รัฐบาลไหนมีอำนาจก็เกี่ยวหมด ตามย้อนตั้งแต่ปี 2551 คนใกล้ชิดผู้ใหญ่ทั้งนั้น ป.ป.ท.กำลังตามกระแสการโอนเงิน และเขาเชื่อมั่นว่าอายุความของคดี 10 ปี สักวันหนึ่งคงเห็นผล โดยกลุ่มผู้กระทำผิดกลุ่มเดิม เปลี่ยนแต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มาทำผิด ส่วนเงินก็จะไปถึงคนที่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่
 
              นอกจากนี้ยังมีเรื่อง เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง บริษัทค้าข้าว เมื่อสมัยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ ที่ตอนนั้นอยู่ๆ หัวหน้าพนักงานสอบสวนทำหนังสือมาถึงเพื่อให้รับทราบว่ามีการร้องทุกข์เรื่องฉ้อโกง เสร็จแล้วก็จะถอนคำร้องทุกข์ แต่เห็นว่าไม่น่าจะธรรมดา ไปตรวจสอบก็พบว่าฉ้อโกงประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท
 
              "เรียกเอกสารมาดูก็พบว่าเป็นการกู้เงินธนาคาร 3-4 ธนาคาร หนึ่งในนั้นคือธนาคารกรุงไทย ส่วนที่เหลือเป็นธนาคารเอกชน โดยนำหลักฐานการกู้เป็นสัญญาซื้อข้าว เราก็สงสัยว่าสัญญาจริงหรือไม่ เมื่อตรวจสอบกับทางประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตอนนี้นมีความสัมพันธ์กันดี ก็ได้คำตอบว่าเป็นเอกสารปลอม"
 
              ก่อนที่เรื่องนี้จะกระจ่าง พ.ต.อ.ดุษฎี ก็ถูกย้าย แต่การมาทำหน้าที่เลขาฯ ป.ป.ท.เขากลับพบช่องทางที่จะสานต่อการสืบสวนคดีมูลค่า 3 หมื่นกว่าล้านบาทคดีนี้ เพราะเห็นช่องทางแล้วว่า คนอนุมัติให้กู้คือเจ้าหน้าที่รัฐ คือบอร์ดธนาคารกรุงไทย (ส่วนของกรุงไทย 7,000 ล้านบาทเศษ) เรื่องนี้ ป.ป.ท.สอบจนเสร็จแล้ว และส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนธนาคารเอกชน ก็ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยไปจัดการ
 
              "วันหนึ่งผมให้พรรคพวกที่ดีเอสไอส่งชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องมา ก็มีผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมโทรมาบอกว่าทำตามขั้นตอนได้ แต่อย่าให้ข่าวเพราะจะกระทบโน่นนี่ ทำให้สังหรณ์ใจว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์อะไรจึงต้องปกปิดกัน ไม่กล้าให้ข่าว"
 
              นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังสอบเรื่องยาฆ่าแมลง ภัยแล้ง ซึ่งไม่ใช่อยู่ดีๆ แต่เพราะ ป.ป.ท.มีสายด่วน 1206 ที่แจ้งมามากที่สุดเรื่องเงินช่วยเหลือภัยพิบัติ การรับจำนำพืชผล เจ้าหน้าที่เรียกรับประโยชน์ ซึ่ง ป.ป.ท.ไม่ได้ทำแต่ที่อีสาน เพราะตั้งใจจะสาวให้ถึงนักการเมือง และที่ทำไปนั้นแม้จะพ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่สามารถเป่าคดีได้ เพราะ ป.ป.ท.ทำในรูปแบบคณะกรรมการ
 
              อย่างไรก็ดีการถูกโยกย้ายครั้งนี้ พ.ต.อ.ดุษฎีก็ยังยืนยันว่า จะทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อไป เพราะยังเหลืออายุราชการอีกถึง 8 ปี
 
              พ.ต.อ.ดุษฎี ย้ำว่า ไม่ต้องการวางระเบิดรัฐบาล เพราะหากจะทำคงหนักกว่านี้ จะเปิดเผยว่านักการเมืองคนไหนเกี่ยวข้อง อย่างเรื่องไปอีสาน ตรวจสอบการใช้เงินฟื้นฟูว่าถึงประชาชนจริงไหม แต่ก็ถูกมองว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะนี่คือนโยบายรัฐบาลแล้ว ป.ป.ท.ไปขวาง
 
              "เขามีเจตนาที่จะย้ายผมก่อนอยู่แล้ว เพราะผมกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม ไปต่างจังหวัดวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม วันเสาร์ที่ 1 กันยายน รัฐมนตรีก็เรียกผมไปพบ ท่านไม่ถามเลยว่าทำเรื่องอะไร ท่านไม่สนใจ ท่านสนใจจะย้ายคนนั้นเพื่อนั้นเพื่อนี้ ผมก็ถามเหตุผลว่า ที่ย้ายเพราะอะไร ท่านก็ตอบว่าอยากให้ไปช่วยงานตำรวจ จะเอาตำรวจมาเป็น เลขาฯ ป.ป.ส. โดยเฉพาะพี่พงศพัศ (พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ) ที่มีความรู้และท่านเฉลิม (เฉลิม อยู่บำรุง) ขอมา เมื่อถามว่าทำไมไม่ให้อยู่ที่เดิม ท่านก็บอกว่าต้องการส่งเสริมประเวศน์ (พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข) เพื่อส่งเสริมการทำงานที่ดีเอสไอ ในคดีสำคัญ อยากให้พี่ประเวศน์ ถามกระทั่งว่า ให้ผมไปกรมพินิจฯ ไหม แต่ผมไม่ได้โตมาแบบนี้"
 
              พ.ต.อ.ดุษฎี บอกด้วยว่า มีเพื่อนรุ่นเดียวกันโทรศัพท์มาหา บอกว่า ใครก็ช่างมาเป็นรัฐบาลมันก็ทุจริตหมด
 
              "เล่นจับอย่างนี้ ก็ไม่ใช่พวกเราสิ เป็นพวกมัน ผมคิดว่าทุจริตมีพวกเรา พวกมันหรือ ต้องเป็นเรื่องความถูกต้องสิ แล้วอย่างที่สอง เพื่อนคนนี้บอกว่าผู้ใหญ่เขาบอกว่า ผมใจไม่ถึง หากเป็นคำว่า ใจถึง ไม่มีใครใจถึงเท่าเรา แต่คำว่าใจไม่ถึงของตำรวจหมายความว่าไม่จ่ายตังค์ เราไม่รู้ว่าของกระทรวงยุติธรรมแปลว่าอะไร แต่ถ้าบอกว่าของกระทรวงยุติธรรมเราใจถึงที่สุดแล้ว แล้วเราจะตอบว่ายังไง"
 
              อย่างไรก็ตาม เขายังมีความหวังว่า ป.ป.ช.จะเป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งเป็นที่พึ่งของประชาชน ในการตรวจสอบการทุจริต ซึ่งเขาเคยประสานงานกับ ป.ป.ช.ในเรื่องคดี ว่าหากรู้สึกว่าการเมืองล้วงลูกก็ให้ดึงไปดูเอง
 
              "ให้ไอ้คนทุจริตที่เราตรวจสอบเจอนอนไม่หลับบ้างสิ" เลขาฯ ป.ป.ท.ที่อีกไม่ถึง 20 วันจะมีคำว่า "อดีต" นำหน้า กล่าว

.......


(หมายเหตุ : 'ดุษฎี อารยวุฒิ' เปิดหมดใจเหตุย้ายพ้นป.ป.ท. : สัมภาษณ์พิเศษโดยสำนักข่าวเนชั่น)