
อยากเห็นคนรวยติดคุก
อยากเห็นคนรวยติดคุก: เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]
“คุกมีไว้ขังหมาและคนจน” ดูเหมือนจะกำลังเป็นวาทกรรมยอดนิยม ถูกอกถูกใจพระเดชพระคุณท่านจำนวนไม่น้อยอยู่ในห้วงเวลานี้ ปล่อยให้คำว่า “สองมาตรฐาน” ที่เคยฮิตติดปากกันเมื่อสองสามปีก่อน ตกชาร์ตหายไปอย่างเงียบๆ โดยแทบไม่มีผู้ใดสนใจหยิบยกขึ้นมาใช้ปลุกระดมกันอีกเลย
ล้าสมัย เชยไปเสียแล้ว หรือบังเอิญ ปุบปับบ้านนี้เมืองนี้เกิดมีมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ คงต้องไปสอบถามกันเอาเอง “คุกมีไว้ขังหมาและคนจน” ถูกกล่าวอ้าง นำมาพูดถึงกันในระดับหนึ่งแล้วแต่คราวที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางอ่านคำพิพากษาในคดีเยาวชนหญิงนามสกุลดัง มี “ณ อยุธยา” ห้อยท้าย ขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้คนบนรถตู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปี ก่อนจะลดโทษลง 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี
กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นายวรยุทธ อยู่วิทยา บุตรชายวัย 27 ปีของนายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทเจ้าพ่อกระทิงแดง อภิมหาเศรษฐีระดับโลก ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิตแล้วหลบหนีไปกบดานอยู่ในคฤหาสน์ก่อนจะยอมจำนนมอบตัวในภายหลัง ประโยคดังกล่าวถูกนำมาตอกย้ำซ้ำเติมยิ่งขึ้น ฟันธงกันเอิกเกริกไปล่วงหน้าว่าคดีนี้สุดท้ายแล้วคงไม่แคล้วรอลงอาญาอีกตามเคย บริภาษ ด่าทอศาล ประชดประชันด้วยหงุดหงิดความผิดหวัง
อยากเห็นคนรวยติดคุกบ้างว่างั้นเถอะ
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงสะท้อนถึงปัญหาความเชื่อมั่นของผู้คนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของสังคมไทยที่ดูเหมือนจะยากเยียวยาอยู่ไม่น้อยอีกด้วย
ตลกร้าย...มีอย่างที่ไหน เรียกร้องต้องการความยุติธรรม แต่โพลล์กี่สำนักกลับพบว่าผู้คนยอมรับได้กับการทุจริตคอรัปชั่น
อยากเห็นกฎหมายเป็นกฎหมาย มีความศักดิ์สิทธิ์และสภาพบังคับ แต่กลับเห็นดีเห็นงาม ชอบอกชอบใจกันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลอยหน้าลอยตาหลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาอยู่ในต่างประเทศ
เท่านั้นไม่พอ ยังปรากฏภาพหรา นายตำรวจใหญ่ระดับผู้บัญชาการไปค้อมกายเอียงบ่าให้ผู้ซึ่งต้องหมายจับประดับยศให้ถึงต่างประเทศ...เวรกรรม งามไส้จริงๆ
เอาเพียงแค่ความสะใจเท่านั้น ด่าทอตำหนิศาลกันสนุกปากทั้งๆ ที่เป็นปลายทางของกระบวนการยุติธรรม ต้องพิพากษาตัดสินคดีความไปตามคำฟ้องของเจ้าพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ โดยอาศัยสำนวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเป็นหลัก
แต่ตำรวจ-อัยการจะปู้ยี่ปู้ยำทำอะไรไม่มีใครไปสนใจ
กับคดีของเยาวชนหญิง ขนาดผู้เสียหายและศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความพึงพอใจในคำพิพากษา แต่ผู้ซึ่งมิได้มีส่วนได้เสียอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับเขาด้วยกลับเป็นเดือดเป็นร้อน จะเป็นจะตายกันให้ได้
จะต้องให้ลูกหลาน ยุวชนซึ่งพลั้งเผลอ มิได้เป็นอาชญากร ไม่ได้ก่ออาชญากรรมโดยเจตนา ถึงกับติดคุกติดตะราง ถูกประหารตายตกตามกันไปเลยหรืออย่างไรจึงจะยุติธรรม



