ข่าว

เฟ้นหาสุดยอดเถ้าแก่รุ่นใหม่แฟชั่นไทย

เฟ้นหาสุดยอดเถ้าแก่รุ่นใหม่แฟชั่นไทย

06 ก.ย. 2555

เฟ้นหาสุดยอดเถ้าแก่รุ่นใหม่แฟชั่นไทย

                          เพราะอยากเห็นสังคมไทยก้าวไกลในสังคมแฟชั่นโลก ล่าสุด บริติช เคานซิล นำโดย ไซม่อน ฟาร์เลย์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ บริติช เคานซิล ประเทศไทย จึงร่วมกับ กรมส่งเสริมการส่งออก นำโดย มล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออก ได้จัด “โครงการผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์รุ่นใหม่ด้านแฟชั่น ประจำปี 2555” (Young Creative Entrepreneur (YCE) Fashion Award 2012) ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีความความคิดสร้างสรรค์ รู้จักประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อก่อให้เกิดพลังผลักดันสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งในชุมชนของผู้ประกอบการและในเวทีโลก

                          ไซม่อน ฟาร์เลย์ กล่าวว่าโครงการ วาย ซี อี เกิดขึ้นในปี 2549 ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 400 ราย จาก 53 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมโครงการ และพัฒนาเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อร่วมงานกับกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการจากชาติอื่นๆ โดยในปีนี้ บริติช เคานซิล ประเทศไทย และกรมส่งเสริมการส่งออก เน้นการเฟ้นหาผู้ประกอบการไทยจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สิ่งทอ เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า การวิจัยผลิตภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ โดยใช้เวลาคัดเลือก 4 สัปดาห์ จากผู้สมัคร 23 ราย ซึ่งมีผู้เข้ารอบสุดท้าย 6 ราย ได้แก่ เอก ทองประเสริฐ (Ek Thongprasert และ Curated by Ek Thongprasert), ภัณฑิรา พรหมฟัง(Madame Flamingo), พิมพ์ณัฐชยา ลิปตวัฒน์ (DusktillDawn), สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์(Rubber Killer), สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง(Timo Trunks) และฑีฆาวัฒน์ ปัทมาคม(URFACE)”

                          “การพิจารณาของคณะกรรม จะคัดเลือกจากเนื้อหาในใบสมัคร และตัวอย่างงานที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ ทักษะและความสามารถการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งผู้เข้ารอบทั้ง 6 ทีม จะต้องนำเสนอผลงานของตน ในบริบทของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยต่อหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสิน และตอบคำถามที่เกี่ยวกับความสามารถในการประกอบกิจการ ความเป็นผู้นำ ความรอบรู้เกี่ยวกับตลาด นวัตกรรม และความสามารถในการสร้างเครือข่ายกับสหราชอาณาจักรทั่วโลก” ไซม่อนกล่าวถึงขั้นตอนการคัดเลือก

                          โดยเจ้าของรางวัลชนะเลิศ พิมพ์ณัฐชยา ลิปตวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ DusktillDawn เปิดใจว่า โครงการนี้มีประโยขน์มาก เพราะสอนให้มองลึกลงไปในการทำธุรกิจ มากกว่ามองแค่เรื่องการออกแบบเท่านั้น เราต้องมีความรู้ทางด้านการตลาด การบริหารธุรกิจประกอบกันด้วย เราจะต้องสรุปตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรมาบ้าง เราผ่านอะไรมาบ้าง ทำให้เราได้มองเห็นในข้อผิดพลาดของธุรกิจตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า หลังจากนี้ในทุกๆ ปี เราจะต้องมองย้อนกลับไปมองข้อดี-ข้อเสียของเรา เพื่อนำมาปรับปรุงให้ธุรกิจก้าวต่อไปได้นั่นเอง