
'ทายาทกระทิงแดง'ขมาศพ'ด.ต.วิเชียร'
"ทายาทกระทิงแดง" พร้อมครอบครัว เดินทางไปที่วัดธาตุทอง กราบขอขมาศพ "ด.ต.วิเชียร" เหยื่อขับชน ขณะผลของคดีตำรวจยังหาภาพจากกล้องวงจรปิดไม่พบ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบตร.หาแพะรับผิดแทน
จากกรณี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัทเรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถเก๋งสปอร์ตแบบ 2 ประตู ยี่ห้อเฟอร์รารี่ พุ่งชนท้ายรถ จยย.สายตรวจของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ บริเวณปากซอยสุขุวิท 49 จนล้มคว่ำก่อนลากร่างของด.ต.วิเชียรไปกับพื้นถนนไกลกว่า 200 เมตรและเสียชีวิตในที่สุดนั้น
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 5 กันยายน ที่วัดธาตุทอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา พร้อมด้วยครอบครัวได้เดินทางมาที่วัดเพื่อเคารพศพของด.ต.วิเชียร โดยนายวรยุทธแต่งกายสวมชุดสูทสีดำ สวมแว่นตาดำเมื่อมาถึงศาลานายวรยุทธได้เดินทางไปกราบขอขมาศพของ ด.ต.วิเชียร โดยได้จุดธูปไหว้ศพแล้วนำพวงมาลัยไปไหว้ที่รูปของ ด.ต.วิเชียร ก่อนจะกล่าวขอขมา พร้อมนางดารณี อยู่วิทยา ผู้เป็นมารดา
ขณะที่ความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้เพื่อเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.สุคุณ พรหมาน รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน (สบ 3) เจ้าของคดี เข้าประฃุมโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
พล.ต.ต.อนุชัย เปิดเผยหลังการประชุมว่า หลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดในจังหวะที่ผู้ต้องหาขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร นั้น จนถึงขณะนี้ยังตรวจสอบไม่พบแต่อย่างใด กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่เพื่อความชัดเจน แต่ถึงตรวจสอบไม่พบในจังหวะชนก็ไม่ถือว่าจะทำให้เป็นจุดอ่อนของคดีแต่อย่างใด
พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ที่นำตัวนายสุเวช หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้านของตระกูลอยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จที่สมอ้างเป็นคนขับรถเฟอร์รารี่ มารับผิดแทนผู้ต้องหาตัวจริงนั้น ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ทาง บก.น.5 เป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามคดีนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน
พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นไม่มีกล้องขอทางราชการอยู่ ทำให้ต้องประสานกับเจ้าของกล้องที่เป็นเอกชน แต่ไม่ว่าจะพบหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดในจังหวะชนหรือไม่ เชื่อว่าทางผู้ชำนาญการมีอยู่หลายคน ส่วนผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของนายวรยุทธนั้น ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งติดตามผลอยู่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอแพทย์เป็นผู้ลงความเห็นก่อนส่งผลมาให้พนักงานสอบสวนในรูปแบบของเอกสารราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอาจจะมีผลต่อตำแหน่งของ ผกก.สน.ทองหล่อด้วยนั้น จะทำให้มีการชี้นำผลการสอบสวนหรือไม่ พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ทางคณะกรรมการจะดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่มีใครสามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงไปได้
ขณะที่ พ.ต.ท.อัครวินต์ กล่าวว่า สำหรับคดีของพ่อบ้านตระกูลอยู่วิทยาที่ให้การเท็จกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถในตอนแรกนั้น หลังสอบปากคำในวันเกิดเหตุกเจ้าหน้าที่ด้แจ้งข้อหาแจ้งถ้อยคำอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานไปแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ยื่นขอประกันออกไปโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดหลักหมื่นบาท โดยในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ย.นี้ได้ประสานให้นายสุเวศไปพบกับพนักงานสอบสวนที่ศาลแขวงพระนครใต้ เพื่อทำการส่งฟ้องต่อศาลแล้ว
ส่วนบรรยากาศภายในสน.ทองหล่อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสน.ทองหล่อ นำรูปภาพและคำพูดของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่พูดบริเวณหน้าบ้านของนายเฉลิมในวันเกิดเหตุ 3 ก.ย. ว่า "ผมยอมให้ตำรวจตายฟรีไม่ได้ ไม่กลัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน" มาติดไว้ที่บอร์ดชั้นล่างของโรงพักด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเพื่อนข้าราชการตำรวจบางนายในโรงพักของ ด.ต.วิเชียร ที่ยังพูดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า "ย้ายไปให้หมด พวกบิดเบือนความจริง" บ้างก็บอกว่า "ย้ายไปหรือยัง มีอย่างที่ไหนไล่ลูกน้องกลับจากบ้านที่เกิดเหตุ อ้างว่าเจ้าของบ้านไม่ชอบให้คนมาอยู่หน้าบ้านเยอะ"
ผลตรวจของพฐ.ระบุไม่ได้ลากศพตร.
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดผลการตรวจสอบจาก สพฐ.พบว่า จุดที่มีรถชนกันบริเวณปากซอยสุขุมวิท 47 มีร่องรอยเลือดที่กระเซ็นไปที่สามารถระบุได้ว่า การชนกันเป็นลักษณะแนวตรงตั้งฉาก โดยบริเวณด้านหน้ารถยนต์เฟอรร์ารี่ของนายวรยุทธมีรอยบุบเท่ากันกับรอยยุบบริเวณท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร ฉะนั้นตรงนี้จึงค่อนข้างชัดเจนว่าการชนไม่ใช่ลักษณะของการปาดหน้า
“สำหรับระยะที่ผู้เสียชีวิตนอนอยู่นั้น เมื่อตรวจสอบแล้วน่าจะห่างกับจุดแรกที่ถูกชนระยะประมาณ 64.8 เมตร เพราะพบกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งก่อนจะมาถึงระยะที่พบศพนั้น ไม่พบกองเลือด หรือเศษเลือดแต่อย่างใด แต่พบเพียงแค่รอยรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบียดที่เกาะกลางเท่านั้น ฉะนั้นสันนิษฐานได้ว่าขณะเกิดเหตุหัวของผู้ตายอาจจะกระแทกเข้ากับบริเวณหน้ารถยนต์ และร่างของผู้ตายอาจจะติดอยู่บนกระโปรงรถ หรืออาจจะถูกชนกระเด็นไปไกลกว่า 64.8 เมตร เพราะพบเครื่องหมายดาบไขว้ และเส้นผมติดอยู่บริเวณกระจกด้านหน้ารถยนต์ ฉะนั้นลักษณะการชนไม่น่าจะมีการลากร่างของ ด.ต.วิเชียร ไปกับรถด้วยตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้” รายงานข่าวระบุ
รายงานข่าวยังระบุอีกด้วยว่า ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอที่พบที่บริเวณสายรัดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยที่แตกออกนั้น มีดีเอ็นเอตรงกันกับดีเอ็นของนายวรยุทธ์ สามารถชี้ชัดได้ว่า นายวรยุทธ์เป็นผู้ขับรถยนต์เฟอรารี่คันดังกล่าว และผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอคราบเลือดที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถยนต์เฟอรารี่ตรงกันกับดีเอ็นเอของผู้ตาย นอกจากนี้ การตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของนายวรยุทธ์นั้นฝ่ายของนายวรยุทขออนุญาตจากพนักงานสอบสวนส่งไปตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่จะให้รพ.รามาธิบดี เป็นผู้ทำการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ภายในเลือดของผู้ตายนั้น ทางสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. จะเป็นผู้ทำการตรวจสอบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปห์ดา จึงสามารถทราบผลได้ชัดเจน
ตร.มึน"พ่อบ้านกระทิงแดง"พลิกลิ้นปฏิเสธข้อหาแจ้งความเท็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้นำตัวนายสุเวช พร้อมสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครใต้ อย่างไรก็ตามปรากฏว่า นายสุเวช ซึ่งให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน กลับให้การปฏิเสธสู้คดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ต่ออัยการทำให้ไม่สามารถนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ได้ พนักงานสอบสวน จึงนำตัวนายสุเวช ไปยื่นคำร้องผลัดฟ้องฝากขังข้อหาแจ้งความเท็จต่อศาลแทนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 - 10 ก.ย. นี้ โดยศาลอนุญาตให้ผลัดฟ้องผู้ต้องหาได้ตามคำร้อง และนัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 10 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากนายสุเวช ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน จึงไม่จำต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล



