ข่าว

กสทช.สั่งปรับดีแทคสัญญาณล่ม10ล.

กสทช.สั่งปรับดีแทคสัญญาณล่ม10ล.

05 ก.ย. 2555

กสทช.สั่งปรับดีแทคสัญญาณล่ม 10 ล้านบาท ระบุจ่ายใน 15 วัน หากไม่พอใจอุทธรณ์ต่อบอร์ดกทค.ได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 55  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าว ถึงกรณีปัญหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือดีแทคขัดข้องในช่วงเวลา 11.00 -12.05 น. ของวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา

          โดยนายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งดีแทค เกี่ยวกับการกำหนดค่าปรับทางปกครองกรณีไม่บำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคม เครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ จนเป็นเหตุให้เกิดสัญญาณโทรศัพทมือถือขัดข้อง โดยกำหนดค่าปรับจำนวน10 ล้านบาท และให้ชำระภายใน 15 วัน หรือภายใน 25 ก.ย.นี้ หากไม่ยอมรับคำสั่ง ให้ดีแทค ทำหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน 15 วัน

          ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการค่าปรับได้รายงานให้ทราบว่า การคำนวณค่าปรับนั้น คิดจากข้อมูลที่สำนักงานตรวจสอบคิดเป็นค่าเสียหาย 14 ล้านบาท จาก 151 นาทีที่เกิดปัญหาขัดข้องในวันดังกล่าว แต่ดีแทคแจ้งว่า ระบบขัดข้อง 65 นาที คิดเป็นค่าเสียหาย 6 ล้านบาท ฉะนั้นเมื่อเจรจาตกลงกันไม่ได้ จึงไกล่เกลี่ยและเฉลี่ยค่าเสียหาย และได้ตกลงกันที่ 10 ล้านบาท 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กสทช.ได้ออกประกาศเรื่อง เกณฑ์การพิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครอง กรณีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่บำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคมที่ตนนำมาใช้ในการให้บริการโทรคมนาคม เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทางเทคนิคตามที่กำหนด 

          ทั้งนี้ ได้มีการได้กำหนดเกณฑ์กำหนดค่าปรับ ดังนี้ ค่าปรับขั้นต่ำ 10 ล้านบาทต่อครั้ง ไม่ว่าจะเสียหายมากหรือน้อยกว่า 10 ล้านบาท ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือก็ต้องจ่าย 10 ล้านบาท แต่ถ้าเกิดปัญหาสัญญาณล่มซ้ำซาก โดยเกิดเหตุครั้งที่ 2 จะนำค่าปรับขั้นต่ำ 10 ล้านบาทคูณด้วย 1.25 ล้านบาท ครั้งที่ 3 ค่าปรับขึ้นต่ำ 15 ล้านบาท ครั้งที่ 4 ค่าปรับขั้นต่ำ 17.5 ล้านบาท และถ้าเกิดเหตุครั้งที่ 5 ในรอบปี ก็จะนำค่าปรับขั้นต่ำ 10 ล้านบาท มาคูณด้วยจำนวนที่เลขาธิการ กสทช.กำหนด

          "การกำหนดกฎเกณฑ์ค่าปรับครั้งนี้ ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ที่จะปรับเฉพาะเกิดปัญหาสัญญาณขัดข้อง แต่ไม่รวมกับเหตุสุดวิสัย แต่ค่าปรับนี้ยังไม่ร่วมค่าเสียหายที่ค่ายมือถือจะต้องชดใช้เยียวยาให้แก่ผู้ใช้บริการตามสัญญาหรือตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายมาตรา 33 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544"

          ด้านนายจอน กล่าวว่า ดีแทคพร้อมจ่ายค่าปรับวงเงิน 10 ล้านบาท เพราะถือเป็นความผิดพลาดของดีแทค ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและไม่ยื่นอุทธณ์ใดๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ซึ่งดำเนินการข้ามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ได้ชี้แจงต่อ กสทช.ว่า ดีแทคได้พยายามที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตลอด แต่ไม่สามารถการันตีอนาคตได้ว่าจะเกิดปัญหาเช่นนี้อีก 

          แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่าได้พยายามทำทุกอย่างให้โครงข่ายและบริการของดีแทคพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างไม่มีปัญหา เพราะกระทบภาพลักษณ์ของดีแทคอย่างมาก ซึ่งยอมรับเหตุการณ์สัญญาณล่มครั้งนี้ ทำให้ต้องใช้เวลาในการเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมา ส่วนเหตุการณ์ครั้งที่ 21 ธ.ค.2554 ที่ระบบล่มในครั้งแรกนั้น ดีแทคได้จ่ายเงินชดเชยให้ลูกค้า 300-400 ล้านบาท หากรวมกับครั้งดังกล่าว ดีแทคได้ชดเชยลูกค้าไปแล้ว 500 ล้านบาท  

          อย่างไรก็ดี ดีแทค ได้เตรียมวงเงินในการชดเชยลูกค้าในวันที่ 28 ส.ค. ไว้ที่ 300 ล้านบาท และได้จ่ายชดเชยไปแล้ว 100 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนลูกค้า 3 ล้านเลขหมาย ชดเชยลูกค้าระบบพรีเพด (เติมเงิน) 80 นาที และระบบโพสต์เพด (รายเดือน) 100 นาที และได้ขยายเวลาให้ลูกค้าแจ้งว่าได้รับผลกระทบจากสัญญาณขัดข้องดังกล่าวจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 ก.ย.นี้ โดยมั่นใจว่าระบบ จะรองรับการบริการลูกค้าที่แจ้งการชดเชยดังกล่าวได้

          "ผมการันตีอนาคตคงลำบาก แต่จะทำทุกวิธีทางให้ลูกค้ามั่นใจ และในปีนี้ดีแทคได้ปรับปรุงโครงข่าย(อัพเกรด) และจะกำกับดูแลการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้เกิดปัญหาอีก อย่างไรก็ตามปัญหาครั้งที่ผ่านมาถือเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทำให้ระบบล่ม"

          นายจอน กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องให้ลูกค้าโทรเข้ามาในระบบไอวีอาร์ *1737 เพราะเห็นว่าระบบดังกล่าว สามารถรองรับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และดีแทคสามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดสาเหตุต่อลูกค้าเลขหมายใดบ้าง ซึ่งในวันเกิดเหตุ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยแล้วมีลูกค้าดีแทคใช้งานทั่วประเทศราว 4.8 ล้านราย มีลูกค้าใช้งานได้ตามปกติ 3.2 ล้านเลขหมาย และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถโทรเข้า-ออกได้โดยตรง 1.6 ล้านเลขหมาย ซึ่งหากเทียบสัดส่วนอัตราการใช้งานต่อเลขหมายปกติของลูกค้าในแต่วันปกติอยู่ที่ 10 นาที ดังนั้น กรณีที่ดีแทคได้ชดเชยให้ลูกค้าไป 80 นาที สำหรับระบบเติมเงิน และ 100 นาที สำหรับระบบรายเดือน ก็ถือว่าชดเชยมากกว่าการใช้งานปกติหลายเท่าตัวแล้ว