ข่าว

น้ำป่า!พิจิตรอ่วมนร.ต้องลุยน้ำไปร.ร.

น้ำป่า!พิจิตรอ่วมนร.ต้องลุยน้ำไปร.ร.

05 ก.ย. 2555

พิจิตรยังอ่วม นร.ต้องลุยน้ำเพื่อไป ร.ร. ขณะที่เหนือ-อีสาน เจอฝนถล่มน้ำท่วมหนัก น้ำป่าไหลหลาก ถนนขาด

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 55  ที่จังหวัดพิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ยังคงส่งผลกระทบกับพื้นที่จังหวัดพิจิตรอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำป่าไหลล้นคลองสาขาเข้าท่วมบ้านเรือประชาชน ถนนในเขตเทศบาลตำบลวังทรายพูน โดยเฉพาะที่ถนนมัฆวาน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร ส่งผลกระทบกับการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะนักเรียน ที่ต้องลุยน้ำเพื่อไปโรงเรียน ซึ่งก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากน้ำท่วมสูง ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง

           สำหรับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เทือกเขาเพชรบูรณ์ ทำให้น้ำในคลองสาขายังคงเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพืชผลทางการเกษตร โดยขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมในพื้นที่หมู่บ้านของ ตำบลวังทรายพูน โดยน้ำจะเป็นลักษณะน้ำป่า ไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลากจะ ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและสร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรของประชาชนเป็นจำนวนมาก

           ด้านนายอนันต์ กิตติรัฒนวศิน นายอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้น่าเป็นห่วงเนื่องจากน้ำป่า ซึ่งมาจากอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลมาท่วมนาข้าว 2 ตำบล คือ ตำบลวังทรายพูน 4 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1 ,3,8,13 ส่วนตำบลหนองปลาหล น้ำท่วมนาข้าว 1 หมู่ รวมทั้งกว่า 1,000 ไร่ คาดหากน้ำยังมีปริมาณ มาต่อเนื่องคาด ภายใน2-3 วันข้าวจะได้รับความเสียหาย 

           ขณะนี้ตนเองสั่งให้ อบต.หนองปลาไหล เทศบาลตำบลวังทรายพูน เร่งนำกระสอบทรายมาปิดกั้นถนนที่เป็นจุดเสี่ยง ที่น้ำข้ามถนนสายตากฟ้า-วังทอง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมเพราะขณะนี้น้ำที่ไหลลงมาตามลำคลองต่างๆ เต็มจนจะเอ่อล้น นอกจากนี้ตนเองสั่ง ให้อบต.หนองปลาไหล เร่งขุดลอกลำคลองเพื่อระบายน้ำป่าที่ไหลเข้าพื้นที่เพื่อระบายน้ำ

 

ชัยภูมิ - ฝนถล่มคืนเดียวน้ำทะลักสันเขื่อนลำปะทาวจ่อท่วมเมือง 

 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ จ.ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักเพียงชั่วข้ามคืนเพียงวันเดียว ในหลายพื้นที่กระจายไปทั่ว 16 อำเภอของจังหวัด เริ่มทำให้มีปริมาณน้ำในลำน้ำชีหนุนสูงขึ้นใกล้ล้นตลิ่งในหลายอำเภออย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก อ.หนองบัวแดง ไหลผ่าน อ.หนองบัวแดง , จัตรัส , บ้านเขว้า , เนินสง่า ผ่านเข้า อ.เมืองชัยภูมิ และเชื่อมต่อไปที่ อ.คอนสวรรค์ , แก้งคร้อ และอ.บ้านแท่น เชื่อมรอยผ่านต่อเข้าเขตอำเภอใกล้เคียง จ.ขอนแก่น ต่อไปซึ่งจำเป็นต้องประกาศเตือนประชาชนใกล้พื้นที่ลำน้ำชีไหลผ่านดังกล่าว เตรียมคอยระวังการเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดในช่วงนี้ เพราะยังคงมีฝนตกในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ อีกจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง 

           ด้านนายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายประสบ จงรั้งกลาง หัวหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำปะทาว จ.ชัยภูมิ ได้ร่วมกันลงพื้นติดตามสถานการณ์น้ำบนสันเขื่อนลำปะทาว อย่างใกล้ชิดแล้ว ซึ่งเดิมเขื่อนลำปะทาวมีความจุในเขื่อนลำปะทาวตอนบนได้ทั้งหมด กว่า 44 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนตอนล่าง กว่า 16 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมามีน้ำเหลือในเขื่อนไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในเขื่อนตอนบนเหลือปริมาณน้ำเหลือเพียง 14 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 44 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนตอนล่างเหลือเพียงกว่า 8 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 16 ล้าน ลบ.ม.

           แต่ปัจจุบันเกิดฝนตกหนักในเขตเทือกเขาภูแลนคาเพียงวันเดียว กลับทำให้มีปริมาณน้ำในเขื่อนลำปะทาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขณะนี้ทำให้น้ำทะลักล้นสันเขื่อนลำปะทาวตอนล่าง ไปแล้วสูงกว่า 30 ซม. ซึ่งเริ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันกระทบโซนเศรษฐกิจในเขตอ.เมืองชัยภูมิ ที่เขื่อนลำปะทาว จำต้องเร่งติดตั้งท่อระบายน้ำออกนอกเขื่อนจำนวนมากในช่วงนี้ด้วย  

           นายอุกริช จึงฝากประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ให้คอยติดตามสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างใกล้ชิดในช่วงตลอดสัปดาห์นี้ ซึ่งหากมีการแจ้งเตือนระดับน้ำหากล้นสันเขื่อนลำปะทาว สูงเกิน 100 - 150  ซม.ขึ้นไป ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเขต อ.เมืองชัยภูมิ หนักสุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมาเมื่อปี 2553 ซึ่งสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปะทาว ปีนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ซ้ำรอยเหมือนปี 2553 ได้ทุกขณะเช่นกันในปีนี้ จึงขอให้ประชาชน คอยติดตามการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างใกล้ชิดขณะนี้ ถ้ามีการแจ้งเตือนว่ามีระดับน้ำล้นสันเขื่อนสูงเกิน 100 ซม.ก็ให้รีบขนสิ่งของมีค่าภายในบ้านตนเองในเขต อ.เมืองชัยภูมิ ขึ้นสู่ที่สูงไว้ก่อนได้ทันที  เพราะช่วงนี้ระดับน้ำล้นสันเขื่อนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับที่ 30 ซม.แล้ว

 

น้ำแม่น้ำป่าสัก เอ่อเข้าท่วมเทศบาลหล่มสัก

 

          นายกิตติ พั้วช่วย นายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก ได้สั่งการให้ฝ่ายป้องกันภัยนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเตรียมไว้ในหลายจุด และทำการแจกจ่ายกระสอบทรายให้กับประชาชน พร้อมส่งหน่วยประชาสัมพันธ์ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในเขตเทศบาลเตรียมความพร้อมรับมือและเก็บสิ่งของที่มีค่าขึ้นไปเก็บไว้ในที่สูงเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์ดังกล่าว 

          นอกจากนี้ที่ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลฝายนาแซง ตำบลน้ำเฮี้ย ตำบลห้วยไร่ อ.หล่มสัก ระดับน้ำก็ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชน เป็นบริเวณกว้าง อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย 

          ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณรอบนอกพื้นที่เขตอำเภอหล่มเก่า น้ำป่าก็ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนนับพันไร่ ในพื้นที่หมู่ หมู่ 7,8 และ หมู่ 11 ต.นาแซง อ.หล่มเก่า ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เพิ่งได้ทำการดำนาได้ยังไม่ถึง 2 เดือน ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ถนนหนทางภายในหมู่บ้านบางเสียทาง รถยนต์สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก

 

พิษณุโลก - นำรถแบ็คโฮเปิดทางน้ำคลองชมพู

 

          นางวิรัตน์ ใจซื่อ กำนันตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งประสานงานนำรถแบ็คโฮ ออกขุดลอกสวะ ประตูระบายน้ำคลองชมพู หลังน้ำเอ่อล้นคลองทะลักท่วมขยายวงกว้างขึ้นจนทำให้เส้นทางสัญจรในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีบ้านเรือนอยู่ริมลำคลองชมพูจำนวน 6 หมู่บ้านอาจต้องถูกน้ำจากคลองชมพูล้นตลิ่งทะลักท่วม 

          ขณะที่น้ำได้เอ่อล้นคลองเข้าท่วมสถานีอนามัยเนินกุ่ม รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนโดยรอบ ชาวบ้านต้องเร่งนำกระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำ ตามแนวตลิ่งสูงขึ้นไปอีก ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป หลังจากจากหย่อมความกดอากาศต่ำยังพาดผ่านจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำชมพู อำเภอเนินมะปราง วังทอง ชาติตระการและนครไทย ที่ขณะนี้น้ำจากคลองชมพูได้ไหลผ่านเขตตำบลเนินกุ่ม ในวันที่ 5 กันยายน 2555 คาดว่าหากไม่มีฝนตกในเขตตำบลชมพู อำเภอเนินมะปรางมาสมทบเพิ่ม สถานการณ์จะคลี่คลายได้ในวันนี้

 

หนองคาย - พายุฝนตกหนักต้นไม้โค่น 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่อำเภอสังคม ได้มีพายุและฝนได้ตกลงมาอย่างหนักเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับและมืดไปทั้งเมืองหลายชั่วโมง และยังเป็นเหตุให้ต้นไม้น้อยใหญ่ 2 ข้างถนนหมายเลข 211 ระหว่างอำเภอศรีเชียงใหม่ - อำเภอสังคม โค่นล้มพาดถนนทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะระหว่างหลักกิโลเมตร 67-68 บ้านห้วยช้างเผือก ต.ด่านศรีสุข อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ที่ต้นสะเดาช้าง อายุไม่น้อยกว่า 20 ปี ได้โค่นล้มและพาดเส้นทางการสัญจร ซึ่งชาวบ้านร่วมกับหมวดการทางสังคมและตำรวจในพื้นที่ได้ออกมาช่วยกันตัดทอนและเคลื่อนย้ายออกจากผิวจราจร จนกระทั่งเวลา 08.30 น. จึงสามารถเคลียร์เส้นทางได้แล้วเสร็จ

 

น้ำป่าซัดถนนขาด ชาวไชยปราการ 60 ครอบครัว ถูกลอยแพ 5 วัน

 

          นายธนภัทร ผัดเวียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าฝนที่ตกหนักมานานกว่าสัปดาห์ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มสร้างความเสียหายให้กับถนนเข้าสู่หมู่บ้านดอยเวียง หมู่ 18 ต.ศรีดงเย็น เสียหายจำนวน 12 จุด จนถนนไม่สามารถใช้การได้และชาวบ้านกว่า 60 หลังคาเรือนในหมู่บ้านดังกล่าวต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมาซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือทำให้ชาวบ้านต้องอยู่กันตามยถากรรมมานานกว่า 5 วัน 

          นายธนภัทร กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ อบต.ศรีดงเย็น ได้ประสานขอสนับสนุนเครื่องจักรกลไปที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 อ.เชียงดาว เพื่อเข้าเปิดเส้นทางและซ่อมแซมถนน แต่ได้รับแจ้งว่าเครื่องจักรกลติดงานอื่น เมื่อประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งเครื่องจักรกลเข้ามาแต่อย่างใด ขณะที่ อบต.ศรีดงเย็น เป็น อบต.ขนาดเล็ก ไม่มีเครื่องจักรกลเป็นของตัวเองจึงไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ 

          อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 ก.ย. อบต.ศรีดงเย็น และ ฝ่ายปกครองอำเภอไชยปราการ จะนำถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้ประทังชีวิตไปชั่วคราว แต่เนื่องจากถนนใช้การไม่ได้จึงแจ้งให้กับชาวบ้านออกจากหมู่บ้านเป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร เพื่อมารับถุงยังชีพในจุดที่ถนนมาถึง ส่วนการซ่อมแซมถนนและเปิดเส้นทางคงต้องรอเครื่องจักรกลจากหน่วยงานที่มีความพร้อม 

          นายก อบต.ศรีดงเย็น กล่าวว่า หลังเกิดเหตุน้ำป่าและดินโคลนพัดถล่มในวันที่ 1 ก.ย. ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องทุกวัน จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่มีเครื่องจักรกลเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านโดยเร็วที่สุด